เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นาย วัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง ออกพันธบัตรออมทรัพย์วงเงินไม่เกิน 100,000 ล้านบาท เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟื้นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ที่จะครบกำหนดกำหนดชำระในปีงบประมาณ 2554-2555 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอสำหรับพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งครั้งนี้ กำหนดจำหน่ายให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปเป็นอันดับแรก ก่อนจะจำหน่ายให้ประชาชนเป็นการทั่วไป เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนและส่งเสริมการออมของประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในระบบสถาบันการเงินและ ธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ให้ได้รับโอกาสลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาลที่มีอัตราผลตอบแทนที่แน่นอนและมีความมั่นคงในการลงทุนสูง
นายวัชระ กล่าวต่อว่า พันธบัตรออมทรัพย์จะมีอายุ 6 ปี มีอัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดโดยอ้างอิงกับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล บวกส่วนชดเชยภาษีไม่เกิน 15% โดยจำหน่ายที่ธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ ที่กระทรวงการคลังจะกำหนดรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งผู้สูงอายุสามารถจองซื้อได้ขั้นต่ำตั้งแต่ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ในวันที่ 29-30 มี.ค. 2553 ขณะที่บุคคลทั่วไปจองซื้อได้ในวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย.2553 และสามารถนำไปขายคืน ก่อนครบกำหนดได้ที่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่น นับตั้งแต่พันธบัตร มีอายุครบ 6 เดือนขึ้นไปตามราคาที่จะตกลงกันเอง ซึ่งการโอนกรรมสิทธิ์สามารถทำได้ตั้งแต่อายุพันธบัตรครบ 6 เดือนขึ้นไป ยกเว้นการโอน เพื่อเป็นหลักประกันและกรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์นั้น เสียชีวิต ทายาทสามารถโอนได้ก่อนเวลาที่กำหนด
ครม.ไฟเขียวออกพันธบัตรออมทรัพย์
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไฟเขียวออกพันธบัตรออมทรัพย์ วงเงินไม่เกิน 1 แสนล้าน เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ โดยเริ่มขายให้ผู้สูงอายุก่อนวันที่ 29-30 มี.ค.นี้
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย เกรียงศักดิ์ ปรีชา · 17 ก.พ. 2553
ใบไม้ร้องเพลง · 17 ก.พ. 2553
Phoenix · 17 ก.พ. 2553
ooyhom · 17 ก.พ. 2553
FreeMan · 17 ก.พ. 2553