๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

สวัสดีค่ะคุณครู

       เมื่อวาน (๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) หนูตื่นขึ้นมาตอนเช้า สวดมนต์ทำวัตรเช้าไปวิ่งออกกำลังกาย วิ่งแรก ๆ สบาย ๆ ค่ะครูแล้วสายตาหนูก็มองไปเห็นผ้าเหลืองอยู่ไกล ๆ ทำให้ระลึกขึ้นมาได้ว่า "ใจหนูไม่นึกถึงการใส่บาตรเลยเช้านี้" คิดได้ดังนี้จึงวิ่งไปที่ประตูกระทรวงสาธารณสุขฝั่งสำนักงานกพ. ได้ขนมครกมาสองกระทง วิ่ง ๆ กลับมา แต่ก็มองไม่เห็นพระแล้วค่ะครู หนูจึงบอกตนเองว่า "ไม่เป็นไร อยู่ที่ใจ เราตั้งใจแล้ว ถ้าจะได้ใส่ก็คือได้ใส่ ไม่ได้ใส่ก็ไม่เป็นไร" ไม่นานก็มองเห็นพระท่านเดินผ่านมาจากข้างกรมอนามัย หนูจึงยืนรอ หนูถอดรองเท้าผ้าใบแล้วนั่งลงใส่บาตรข้าง ๆ ถนน พอพระทางเดินมาถึงท่านเอ่ยด้วยความเมตตาว่า "รออยู่นานไหม" หนูตอบท่านว่า "ไม่นานเจ้าค่ะ" พอใส่บาตรหนูขอน้อมนำสิ่งที่ใส่บาตรบูชาพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ และขออุทิศบุญนี้แด่เทวดา อินทร์ พรหม เจ้ากรรมนานเวรและเชื้อโรค ขอเป็นแนวทางให้หนูกระจ่างในธรรม" หลังจากให้พรพระท่านเอ่ยด้วยความเมตตาว่า "คราหลังมาใส่ตรงฟุตบาทนะ ตรงนั้นมันอันตราย" พอท่านเอ่ยแบบนี้ทำให้หนูระลึกว่า "หนูยังประมาทอยู่นะ"

แล้วหนูก็กลับหอไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน เช้านี้หนูเตรียมตัวสำหรับการพานักศึกษาดูงาน พอมาจริง ๆ ครูขา ใจหนูมันไปคาดหวังอีกแล้ว มารู้ตัวตอนที่รู้สึกผิดหวังที่ เขาสนใจงานในห้องนี้น้อย เป็นจ๋อย ๆ ก็เลยรู้สึกตัว แม้จะมีบางคนสนใจ แต่ด้วยความที่คนที่พามาและคนหมู่มากตั้งใจจะไปต่อเลยทำให้เขาพลาดโอกาส แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามธรรมดาของมันค่ะครู หนูได้คิดว่าถ้าเราขาดความใส่ใจคนที่อยู่ตรงหน้า หรือเพื่อนร่วมงานก็ง่ายมากที่จะหักหาญน้ำใจกัน อย่างนี้นี่เอง ครูถึงสอนหนูเสมอ ๆ ว่า คนที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่สำคัญที่สุด

แล้วหนูก็เริ่มเซตงานตนเอง เป็นอย่างที่คาดหนูสามารถทำงานต่อได้ แม้พื้นที่ ๆ ถูกเตรียมไว้ไม่ได้ถูกใช้งาน ก็ทำให้หนูระลึกว่า "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดีเสมอ" ถ้าหนูไม่ได้เก็บงานตนเอง คนที่มาดูงานอาจจะได้แวะมาดูงานที่ทำ หรืองานถูกเก็บไว้ก็มีพื้นที่คอยรองรับการดูงาน และทำให้ใจสบายไม่กังวลค่ะครู ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ดีทั้งนั้นเป็นอย่างนี้นี่เองค่ะ

หนูวาดmidrib กับลมหายใจบางคราก็ฟังวิทยุหลวงตา เบาสบายจนเพลินค่ะครู เพื่อนเดินมาเตือนอีกทีก็เที่ยงแล้ว หนูไม่ได้กังวล เป็นสบาย ๆ เบิกบานกับการทำงาน พอเที่ยง ๆ เพื่อนชวนไปซื้อกับข้าวเเละเอ่ยอย่างงอน ๆ ว่าหนูทำไมไม่ชอบมาร่วมทานอาหารด้วย ซึ่งตอนแรกหนูก็ว่าจะลงไปซื้อที่โรงอาหารมาร่วมทาน แต่หนูตั้งใจกับตนเองว่าจะทานอาหารเจ พอถึงข้างล่างจึงเปลี่ยนใจ เดินไปที่กรมอนามัยซื้อเป็นถุงกลับมา ร่วมทานกับเพื่อน ๆ ที่ห้อง หนูรู้สึกได้ถึงความไม่คุ้นเคยของตนเองค่ะครู แต่ก็ทานไปเรื่อย ๆ พูดคุยกับสบาย ๆ แป๊บเดียวก็บ่ายแล้ว

หนูเปิดคอมขึ้นมาอ่านประวัติบางท่านที่หนูรู้สึกสนใจ และได้ยินชื่อท่านบ่อย ๆ ในระยะนี้ ทั้ง ๆ ที่มาจากบุคคลต่างที่กัน อ่านแล้วทำให้หนูรู้สึกประทับใจมาก ๆ หลังจากนั้นหนูก็มานั่งวาดภาพต่อค่ะครู วาดไป ๆ มา ๆ เจอปัญหาความคาดเคลื่อน แต่ก็ทำไปเรื่อย ๆ ก่อนจนเลิกงาน หนูกลับมานั่งเปิดคอมพิวเตอร์เช็คอะไรไปเรื่อย ๆ

หนูกลับออกจากที่ทำงานเย็นเหมือนกันค่ะครู สุดท้ายหนูเป็นคนล็อคห้อง อืมทำให้หนูระลึกว่า ไม่ว่าหนูทำงานที่ห้องไหนก็เป็นแบบนี้ตอนแรก ๆ ใคร ๆเป็นห่วง ไม่ให้กลับเย็น แต่พอทำงานไปเรื่อย ๆ ก็กลายเป็นคอยล็อคห้องแทบทุกครั้ง

หนูไปออกกำลังกาย ระหว่างทางเดินกลับ หนูรู้สึกว่าใจมันเป็นสบาย ๆ แบบผิดปกติ เบาเกินไปหนูไปติดอะไรไหมนะ แทบไม่มีความโกรธหรือขุ่นมัวมาแผ้วพานเลย หนูก็ระลึกว่า "อ้าว ทำไมหนูต้องรู้สึกว่าใจต้องมีความขุ่นมัว หรือ เครียดเกิดขึ้นทุกวันเหรอจึงจะเป็นปกติ" แล้วหนูก็มาออกกำลังกาย อืม ครานี้ครูขา หนูรู้สึกไม่ชอบความวุ่นวายในกระทรวงในช่วงงานกีฬาเลย หนูจึงพยายามเลี่ยงไปในที่วิเวก แต่ประตูก็ล็อค ทำให้หนูต้องหันกลับมาใช้เส้นทางเดิม ทำให้หนูระลึกถึงวันที่ครูสอนหนู ณ หมอชิต และตลาด ก็วุ่นวาย เป็นธรรมดาอย่างที่มันเป็น หนูจึงวิ่งไปเรื่อย ๆ แต่ใจค่อยสงบลง แต่ไม่เบาค่ะครู

กลับมาที่ห้อง เปิดคอมพิวเตอร์ ครานี้ งานเข้าค่ะ เพราะว่ามันค้าง หนูปิดแล้วเปิดใหม่ครานี้เข้าไม่ได้เลย หนูจึงต้องล้างเครื่องใหม่ ทำให้นั่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งก่อน ที่ทุกข์หนักในใจจนต้องนั่งร้องไห้ แต่ครานี้ก็พอแก้ไขได้ แม้จะหาแผ่น office และบางโปรแกรมไม่เจอ เมื่อคืนหนูจึงเพียงเข้ามาแวะเขียนอนุทินใน G2K แต่ไม่ได้เขียนบันทึกอะไร กราบขออภัยนะคะครู

ศีล

ข้อ ๑ หนูพยายามเลี่ยงการเบียดเบียน แม้ห้องจะยังมีมดบ้างแต่ก็บอกเขาว่าอย่าจองเวรกันเลย แสดงว่าหนูยังรักษาความสะอาดของห้องและทรัพย์ได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นอะไรที่ตั้งปรับปรุงในตนเองต่อไปค่ะ

ข้อ ๒ หนูไม่ได้ขโมยของใครค่ะ และพยายามเลี่ยงการทำร้ายของรักใคร

ข้อ ๓ หนูอายจังเลยค่ะครู ศีลข้อนี้ใจหนูยังดีดดิ้น หนูไม่รู้ในความลึกซึ้งมันนักค่ะครู ว่าด้วยกายและวาจาหนูเชื่อมั่นว่าความบริสุทธิ์ของศีลช่วยได้ แต่ใจนั้นยังน่าห่วงอยู่ค่ะ

ข้อ ๔ ระหว่างคุยกับเพื่อน หนูยังง่ายที่จะพูดเพ้อเจ้อค่ะครู

ข้อ ๕ ประมาท หนูยังประมาทในการใช้ชีวิตอยู่ค่ะ แต่ก็พยายามรักษาสติ เพื่อให้สติรักษากายใจให้ได้ค่ะครู

กราบขอบพระคุณค่ะครู