บ่ายโมงวันนี้ (วันอาทิตย์ ที่ ๑๔ ก.พ.๒๕๕๓) ช่างจังหวะเหมาะเจาะจริงๆ ได้แวะเวียนไปที่แม่น้ำน่าน เรียกว่า ท่าศรีน่าน พบกัยนักท่องเที่ยวกำลังจะนำเรือล่องท่องเที่ยว ชื่อ แพรวา ล่องลำน้ำ มองเห็นแต่ไกลในระยะเกือบ 100 เมตร ยกมือทักทายกันประสาตั้งใจเป็นเจ้าบ้านที่ดี เอาเข้าจริง ๆ เป็นพี่อู๊ดและลูกชาย 2 คน คุณเอี่ยมและลูกชาย ป.3 กับพี่บัณฑูรย์ ทั้งหมดตั้งใจล่องเรือท่องเที่ยวแม่น้ำน่าน
คณะเห็นผมชักชวนให้ร่วมล่องเรือ ในเรือมีการเตรียมข้าวปลาอาหาร ตกลงช่วงบ่ายถึงเย็นร่วม 3 ชั่วโมง ได้รับโอกาสอันดีจากเพื่อนผองน้องพี่ ร่วมล่องเรือจากท่าศรีน่านผ่านกาดแลงไปถึงท่าน้ำบ้านศรีบุญเรือง จากนั้นเห็นว่า น้ำตื้นจึงย้อนขึ้นมาทางเดิม แล่นเรือไปทางบ้านดอนแก้วแวะที่บ้านริมน้ำน้องชายพี่ศักดาฯ นั่งอยู่ที่จุดนี้ร่วมชั่วโมง
ถือได้ว่าเป็นการสำรวจแม่น้ำน่านในช่วงนี้ได้เลยครับ เพียงแต่คณะนี้ไม่มีโครงการเป็นตัวหนังสือ ไม่มีงบประมาณจากหน่วยไหน เรียกว่ากันเองพูดกันเล่น ๆ ว่า กลุ่มเรารักและสำรวจแม่น้ำน่าน เท่าที่ได้ล่องเรือได้สังเกตเห็นสภาพหรือคุณภาพแม่น้ำเปลี่ยนแปลง เห็นว่าจะประมาทกันต่อไปอีกไม่ได้แล้ว จำเป็นเร่งรีบต้องนำสิ่งที่ได้เห็นปรึกษาหารือเครือข่าย ทสม.น่าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งร่วมดูแลแก้ไขโดยเร็วต่อไป
เห็นชื่อล้ำน้ำน่าน เข้ามาทายทัก ค่ะ
จากแดนดินถิ่นฐานกันดารลึก
กลางไพรพฤกษ์แห้งแล้งแห่งพฤกษา
ลำตะคองไหลเชี่ยวเปลี่ยวเอกา
หวังศรัทธาได้เกื้อหนุนค้ำจุนกัน
จะผสานรวมแยกแตกไปเพื่อ
ทุกทุกเมื่อก้าวด้วยแรงที่แข็งขัน
เป็นสายน้ำที่สมบูรณ์ในเร็ววัน
ได้ประสานเชื่อมสายใยเพื่อผองชน
สุขสันต์วันแห่งความรักนะคะ
ลำน้ำน่าน +ลำตะคอง
ยินดีได้รู้จักคุณ poo ขอบคุณครับที่เข้ามาทักทาย
สายน้ำในอดีตผู้คนส่วนใหญ่ใกล้ชิด ในสมัยนี้ดูเหินห่างแต่ยังมีเด็กเยาวชนใช้ทุกเช้าเย็น
เด็กเยาวชนกลุ่มมีใช้พื้นที่สร้างสรรค์ โดยทำการฝึกซ้อมกีฬาเรือพาย เรือประเพณีน่าสนใจ
กิจกรรมที่พวกเขาทำไปเห็นว่า พวกเราเป็นผู้สำรวจ ใกล้ชิดแม่น้ำน่านกว่าคณะที่นาน ๆ ลงพื้นที่
สวัสดีครับคุณ
ลำนำน่านเคยแต่ได้นั่งรถผ่าน(ไปกับคณะ)
ยังนึกอยู่ว่าอยากนิ่งๆสบายๆสัมผัสความงามของลำนำน่าน
บ่อยครั้งได้สัมผัสความงดงามลำนำน่านในจินตนาการผ่านบทเพลง
ทั้งเพลงไทยเดิมขับน่าน(ต้องเรียกเพลงลาวเดิม)และเพลงลำนำน่าน
คิดว่าศิลา โคมฉายเป็นคนแต่ง(ที่จริงมีอีกฉบับที่เป็นของสปท.เดิมครับ)
ผมนำมาฝากคนน่านครับ...เพลงนี้ผมชอบและฟังบ่อยมากครับ
......
ฝั่งน้ำเอย ฝั่งลำน้ำน่าน..... ยามตะวันสายันต์สั่งลา
โรยรอนรอนอ่อนแสงสีทองริ้วอาบทาบทา
ธารธาราสะท้อนริ้วทองทิวเขา
งามเหมือนมนต์เทพไทสรรเอา.....ถิ่นแดนไท
เปลี่ยวค่ำลงแว่วเพลงร้อง หวนไห้
ลมหอบใบล่องไปสุดดอย
ดั่งกังวานแผ่นผาเวิ้งชายคล้ายใครนั่งคอย
เป็นดงดอยอยู่ไหนทิ้งใจฝากลม
ลมรักปรางใสดังแสงดาว.......เปล่งประกาย
ฝั่งน้ำเอย ฝั่งลำน้ำน่าน......ยามจากกันหวิวหวั่นผวา
มนต์เพียงตาอาจพบพรากซึ้งตรึงซ่านหวานใจ
คงมีวันอยู่ไหนได้ไปเยือนถึง
ครวญคะนึงถึงธารทอดยาวแสนไกล...ผ่านเลยลา
คมเคียวคมปากกา - ฝั่งน้ำน่าน
โดย คม ชัด ลึก วัน ศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551 05:55 น.
นั่งจิบไวน์ใกล้ ศิลา โคมฉาย (ครอบครัวกลางถนน) ศักดิ์สิริ มีสมสืบ (มือนั้นสีขาว) มนตรี ศรียงค์ (โลกในดวงตาข้าพเจ้า) คุยกันหลายเรื่อง แม้เรื่องการเมือง (เพราะรู้ทางลมกัน) กระนั้นใช่จะไม่สำรวมระวัง การเมืองเป็นเรื่องอำนาจ แค่อำนาจความเห็นก็อาจชิงอำนาจกันได้
ตอนหนึ่งคุยเรื่องเพลง คุณศิลามีเรื่องให้ผู้เขียนต้องคิดถึงเมืองน่าน (เคยโบกรถไปทำข่าวสมัยฝึกหัดเป็นนักข่าว) คุณศิลาเป็นคนเมืองคอน (บ้านเดียวกับนายกฯ สมชายหรือเปล่า?) แต่มีความหลังฝังใจกับเมืองน่านธารธาราทิวเขา กระทั่งแต่งเพลงแสนไพเราะชื่อ ฝั่งน้ำน่าน
เป็นเพลงโปรดของผู้เขียน สมัยขับร้องโดย วิชิต เรศมณเฑียร แห่งวง แม่น้ำ
ภายหลังได้ยินว่ายังมีการขับร้องโดย อู๋ เสรีชน แต่ไม่เคยฟัง
ฝั่งน้ำเอย ฝั่งน้ำน่าน ยามตะวันสายัณห์สั่งลา โรยรอนรอน อ่อนแสงสีทองริ้วอาบทาบทา ธารธาราสะท้อนริ้วทองทิวเขา งามเหมือนมนต์เทพไทสรรเอาถิ่นแดนไพร เปลี่ยวคำลง แว่วเพลงหลงหวนไห้ ลมหอบใบล่องไกลสุดลอย ดังกังวานแผ่นผาเวิ้งทรายคล้ายคำมั่นคอย คนดงดอยทิวไหนทิ้งใจฝากลม พรมรักพรางใสดังแสงดาวเปล่งประกาย...
คำร้องภาษากวี ทำนองภาษาดนตรีออดอ้อน ฟังแล้วชวนให้เห็นภาพ คนดงดอยทิวไหนทิ้งใจฝากลม เป็นเพลงฝากสถานที่ย สวยงาม ลึกซึ้ง กินใจ แม้ไม่เคยผ่านประสบการณ์เข้าป่าเข้าเขาเหมือนผู้แต่งหรือใครต่อใคร เพียงนิ่งฟังเงียบๆ อยู่ในเมืองใหญ่ก็พลอยเคลิ้ม
ทีนี้ยุคอินเทอร์เน็ตมันก็มีเรื่องเล่าใหม่ๆ แหละครับ คุณศิลาเล่าว่าลองเข้ากูเกิล (เหมือนเข้าป่าเข้าเขาหรือเปล่า?) เพียงพิมพ์คำ ฝั่งน้ำน่าน ก็มีข้อมูลผุดขึ้นมาให้อ่านมากมาย รวมทั้งความเห็นมากหลาย ยังมีความเห็น (ค.ห.) หนึ่งระบุประมาณเพลงนี้แต่งโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม
ฝ่าย ไพวรินทร์ ขาวงาม (ม้าก้านกล้วย) ผู้นั่งอยู่ข้าง กุลา กรกุหลาบ (คมเคียม คมปากกา) ร้องฮ้า...จนไวน์แดงกระเพื่อมไหวในแก้วบางๆ...ต้องมีผู้จดจำเผยแพร่ข้อมูลผิดเป็นแน่แท้?
ครับ กูเกิลก็คือกูเกิล รวดเร็วทันใจ แต่ข้อมูลนั้นคงต้องกลั่นแล้วกรองอีก คนไม่เคยเข้ากูเกิลคงไม่เป็นไร อย่างไรโปรดเข้าใจอีกทางหนึ่งว่า ่างไรคือกูเกิ้ลย รวดเร็วทันใจย เพลงนี้แต่งโดย ศิลา โคมฉาย เขาแต่งเพลงน่าฟังไว้หลายเพลงครับ อาทิ อยากไปเมืองลาว เคยขับร้องทั้งโดย วัฒน์ย วรรลยางกูร และ แอ๊ด คาราบาว ตลอดถึงเพลง ฉันคือสะพาน กิ้งโครง ขับร้องโดย ชูเกียรติ ฉาไธสง
โอกาสนี้ (ไม่ต้องรอโอกาสหน้า พี่จะมาหาใหม่) ขอชวนให้หาเพลงที่แต่งโดยนักเขียนมาฟังเพลินๆ ครับ!
กุลา กรกุหลาบ
สวัสดีครับคุณสุเทพฯ
ขอบคุณสำคัญเนื้อเพลง ทำให้เกิดประกายความคิดที่จะได้นำไปบอกต่อ โดยใช้เนื้อหาของเพลงสื่อต่อในการร่วมกันขับเคลื่อนดูแลแก้ไขแม่น้ำน่านต่อไปครับ
ขอบคุณครับคุณTanu
14-15 ก.พ.52 ผมอยู่ที่สกลนครและนครพนมครับ
อ่านบันทึกเรื่องลำนำน่านริมฝั่งนำโขงเลยนึกถึงเพลงที่ชอบ...ฝั่งลำนำน่าน
วันต่อมาได้พบกับทีมงานเยาวชนบ้านนาบัว เรณูนคร(หมู่บ้านตำนานเสียงปืนแดก 7 สิงหา 09) น้องๆเขามอบเพลงให้เป็นตำนานเพลงรุ่นเก่า...
ฟังแล้วจึงรู้ว่าในความทรงจำของผมนั้นผมทำเนื้อหาเพลงของศิลา โคมฉาย ผิดเพี้ยน ไปเยอะเลยขออภัยมาณ โอกาสนี้
น้องๆเยาวชนบ้านนาบัว บอกว่าถ้าหากผมชอบเพลงฝั่งลำนำน่าน ผมต้องชอบเพลงบังทรายสดุดี ผมฟังแล้วจริงอย่างที่เขาบอก ฝั่งลำนำน่านและบังทรายสดุดีเป็นเพลงคู่แฝดกันได้เลย(ลำนำบังทรายเกิดจากสันภูพานระหว่างรอยต่อกาฬสินธุ์-นครพนม- มุกดาหารไหลลงแม่นำโขงผ่านมุกดาหาร)บังทรายสดุดี นั้น- อุดม ศรีสุวรรณป็นคนแต่งครับ
ขอบคุณน้องๆเยาวชนบ้านนาบัว อ.เรณูนคร จ.นครพนมครับมีเพลงเพราะๆมาฝากเยอะเลย
คำร้อง - ทำนอง : ศิลา โคมฉาย
ศิลปิน : อู๋ เสรีชน ไวโอลิน โดย พี่อ๊ะ อมตะ
...ฝั่งน้ำเอย...ฝั่งน้ำน่าน...ยามตะวันสายัณห์สั่งลา...
...โรยรอนรอน อ่อนแสงสีทองริ้วอาบทาบทา
...ธารธาราสะท้อนริ้วทองทิวเขา..
...งามเหมือนมนต์เทพไทสรรเอาถิ่นแดนไพร...
...***เปลี่ยวคำลง....แว่วเพลงหลงหวลไห้....
...ลม..หอบใบล่องไกลสุดลอย...
...ดังกังวานแผ่นผาเวิ้งทรายคล้ายคำมั่นคอย...
...คนดงดอยทิวไหนทิ้งใจฝากลม...
...พรม...รักพราง...ใสดังแสงดาวเปล่งประกาย..
...ฝั่งน้ำเอย....ฝั่งน้ำน่าน....ยาม...จากกันหวิวหวั่นบ่วาย
...เบนเพียงตาอาบซับภาพซึมซึ้งซ่านหวานใจ...
...คงมีวันหนึ่งไหนได้ไปเยือนถึง...
...ครวญ....คะนึงทิ้งทางทอดยาวผ่านเลยลา...***
(โซโล่ ไวโอลิน โดยลุงอ๊ะ อมตะ)
(ซ้ำ *** จนจบเพลง)
***************************