เมื่อเกิดมาทุกคนนั้นมีหน้าที่ หน้าที่สำคัญนั้นคือการเป็นคนดี การเป็นคนดีจึงถือได้ว่าเป็น “การรับผิดชอบต่อสังคม...”
คนเราแต่ละคนเมื่อเกิดมานั้นก็ถูกสมมติให้ทำหน้าที่ในแต่ละส่วน นับตั้งแต่หน้าที่แรกคือหน้าที่ของการเป็นลูกซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของ “ครอบครัว” ซึ่งเป็นสังคมแรกที่เราจะต้อง “รับผิดชอบ”
ดังนั้นเมื่อเราตระหนักรู้ในหน้าที่ว่าเราเป็นลูก เราก็ต้องทำหน้าที่ลูกที่ดี ก็เป็นลูกที่ดีนั้นทำได้โดยการถอดแบบจากการพ่อและแม่ เมื่อเห็นพ่อและแม่ทำดีกับเราอย่างไรก็ให้เราทำดีกับพ่อและแม่เช่นนั้น เพราะพ่อและแม่ย่อมรับผิดชอบหน้าที่เป็นคนดีอต่ลูกเสมอ ไม่มีหนังสือเล่มใดที่จะนิยามหรือจำกัดความถึงรายละเอียดในการทำหน้าที่ที่ดีของลูกได้เท่ากับหน้าที่ที่พ่อและแม่ได้พึงทำกับเรา
การปฏิบัตหน้าที่ต่าง ๆ นั้นเรามักจะพบว่าเราจะต้องเป็นผู้ให้และผู้รับเสมอ ไม่มีหน้าที่ใดที่จะให้ตลอด หรือจะเป็นผู้รับตลอด ดังนั้น เราจะต้องให้และรับอย่าง “สมดุล...”
ครั้นเมื่อเติบโตขึ้นหน้าที่ต่าง ๆ ของเราก็ถูกสมมติให้มีมากขึ้น บางคนได้รับหน้าที่เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นหลาน หรือเมื่อเข้าโรงเรียนก็ต้องรับหน้าที่เป็นนักเรียน เป็นเพื่อน ๆ ของสมาชิกร่วมห้อง เป็นลูกศิษย์ เป็นหัวหน้าชั้น หัวหน้าเวร หรืออะไรต่ออะไรที่คุณครูนั้นแต่งตั้งให้
เมื่อโตขึ้นอีก เข้าสู่วัยรุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงาน เราก็ถูกสมมติหน้าที่ต่าง ๆ ให้มากขึ้น เป็นลูกน้อง เป็นเจ้านาย เป็นข้าราชการ เป็นพนักงาน เป็นทหาร เป็นตำรวจ ฯลฯ แต่ละหน้าที่มีความรับผิดชอบแต่ในละภาคแต่ละส่วน ซึ่งนั่นก็คือตัวจักรหรือกลไกสำคัญของสังคมที่จะทำให้เกิดความ “สงบสุข...”
สังคมในวันนี้ที่บิดเบี้ยวไปก็เพราะด้วยเราขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ต่าง ๆ นั้นหรือไม่
ถ้าหากในวันนี้เราหันกลับมาพิจารณาหน้าที่ต่าง ๆ ที่เราถูกมอบหมายให้รับผิดชอบนั้น ค่อย ๆ สังเกตุดูว่าเราทำหน้าที่ต่าง ๆ นั้น “สมบูรณ์” หรือไม่ เพราะสังคมที่เราต้องพบต้องเจอในทุกวันนี้ก็มีตั้งแต่สังคมเล็กก็คือครอบครัว สังคมกลาง ๆ ก็คือองค์กร บริษัท หรือจะเป็นสังคมใหญ่ก็คือสังคมประเทศและโลกใบนี้ ณ วันนี้เราแสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ต่าง ๆ นั้นแล้วหรือยัง...?

ตรรกกะของความสมดุลแห่งการให้และการรับที่ "สมดุล" ในที่นี้นั้น ถ้าหากจะนิยามความเต็มของส่วน 100 ส่วนนั้น ตรรกกะที่สมดุลนั้นก็จะอยู่ที่ 100 : 0
หน้าที่ที่เราจะต้องเท่าเพื่อให้กับสังคมนั้นถ้าหากเรามีแรง 100 เราก็ต้องให้ไปทั้ง 100 ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น...?
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดทั้งภายนอกและภายในร่างกายของเรานี้ก็ล้วนแล้วแต่ได้รับมาจาก "สังคม"
น้ำ ดิน ฟ้า อากาศ แร่ธาตุ หรือจะแบ่งแยกตามธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สิ่งทั้งหลายเป็นสิ่งที่มีและอยู่ตามธรรมชาติ แต่ด้วยหน้าที่ที่เริ่มต้นด้วยความรักของพ่อและแม่จึงได้พยายามธาตุต่าง ๆ ที่เป็นสสารในสังคมหลอมรวมขึ้นมาเป็นร่างกายของเรา
ดังนั้นไม่มีส่วนใดเลยที่เป็นของเรา ที่เรามีอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะว่าเรามีหน้าที่ที่จะต้องดำรงอัตภาพร่างกายนี้เพื่อทำหน้าที่แห่ง "ความดี" ที่สังคมบรรจงสรรค์สร้างให้เราได้เกิดขึ้นมา
ในทุก ๆ ลมหายใจเราเป็นผู้ใดที่แต่ได้อยู่แล้ว มีแต่เพียงการเปลี่ยนลมหายใจให้เป็นเรี่ยวแรง แล้วทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจทำหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคม
ส่วนสังคมเขาก็รับผิดชอบทำหน้าที่ของเขาผลิตน้ำ ผลิตอากาศ ผลิตแร่ธาตุตามวันและเวลาที่เหมาะสม ธรรมชาติทุกวันนี้ไม่มีอะไรที่ผิดเพี้ยน มีแต่ใจคนเท่านั้นที่มักง่ายหวังที่จะเปลี่ยนธรรมชาติและสังคม
ตราบใดที่เราใช้ทรัพยากรคืออออกซิเจนจากสังคมโลกใบนี้ เราก็พึงตระหนักทำความดีให้ได้ถึง 100 ส่วน
ถ้าวันใดเรามีใจที่ยังหวังแบ่งสรร แบ่งส่วนแม้นว่า 1 จากร้อย ก็ยังเรียกได้ว่ายังเป็นคนที่ "เอาเปรียบ" สังคมอยู่
ดังนั้นหากวันพรุ่งนี้เรายังมีโอกาส "ลืมตา" ขึ้นมาแล้วพบว่าเรายังมีชีวิตอยู่ในสังคมนี้แล้วล่ะก็ เราเองก็มิควรรั้งรอในการทำความดีเพื่อแสดงหน้าที่ที่เราพึงมี คือ การรับผิดชอบต่อสังคม...