ระยะเวลาของการเดินทาง การท่องเที่ยวแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ  ฉันจะเก็บทุกอย่างไว้ในความทรงจำเสมอ  โดยเฉพาะวัฒนธรรม วิถีชีวิต  สภาพบริบทของสังคม  แม้จะต่างถิ่นต่างบ้านฉันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของประเทศไทย  โดยเฉพาะวัฒนธรรมดั้งเดิมฉันไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เลือนหายไปกับกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง  

           คราวนี้ฉันมีโอกาสไปเรียนรู้การจัดกิจกรรมค่ายจิตอาสาฯ วันแรกที่เดินทางไปถึงบ้าน ผอ.พรชัย ภาพันธ์ ฉัน ครูแมว น้องนัทและครูจ่อย ได้รับการต้อนรับที่เป็นกันเอง  และเก็บเกี่ยววัฒนธรรมการกินแบบบ้าน ๆ อันแรกได้แก่

            ความเชื่อที่บอกเล่ากับการ "กินตีนเป็ดตีนไก่" ผอ.พรชัย ฯ มีมุมมองที่จดจำมาจากบรรพบุรุษว่า หากผู้หญิงใด กินตีนเป็ดหรือตีนไก่  มักจะเป็นอาถรรพ์ทำให้ผู้หญิงคนนั้นไปคุ้ยเขี่ยสามีของคนอื่นมาเป็นของตนเอง

           ความเชื่อของการกินลาบต่าง ๆ เช่น ลาบปลา ลาบหมู ลาบเนื้อ ลาบเป็ด ลาบไก่หรือลาบโดยทั่วไป จะทำให้ผู้มาเยือนมีลาภ  มีความโชคดีถือเป็นลาภอย่างหนึ่ง

           คืนวันที่สอง ฉันมีโอกาสไปทานข้าวมื้อเย็นที่บ้านคุณครูท่านหนึ่งที่เป็นเจ้าภาพงานบวช  ฉันพบกับชายคนหนึ่งเห็นใส่เสื้อตราสัญลักษณ์โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๓ ฉันจึงรีบ "ยกมือไหว้คิดว่าเป็นเจ้าภาพ  เพราะอย่างไรก็มาอาศัยทานข้าวของเขา" ชายวัยกลางคนได้คุยกับฉันอย่างมีน้ำใจไมตรีอันดี  เนื่องจากฉันเป็นผู้มาใหม่  พร้อมกับบอกว่า "น่าจะโทรศัพท์มาบอกก่อนจะได้จัดอาหารไว้ให้"  ภายหลังน้องครูโต้งบอกว่า "เขาคือนักการภารโรง" ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๓

           ความสนุกสนานและบันเทิงเริงใจอันเป็นค่านิยมชมชื่นของชาวอิสาน  ตามที่ฉันเคยพบมา  ที่นี่ก็เช่นเดียวกันฉันได้พบกับความสนุก ๆ ในการรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวของญาติ มิตร มีการร้องรำทำเพลงอย่างไม่หยุดยั้ง  แต่วัฒนธรรมที่ฉันเคยเห็นนั้นเปลี่ยนแปลงไป "จากหมอแคน  หมอลำ เสียงพิณ เสียงโหวต  หายไปมีคาราโอเกะจอยักษ์มาแทนที่พร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่ที่สามารถควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์" ผอ.พรชัยฯ อยากให้พวกเราสนุกสนาน  จึงชวนกันไปที่บ้านงานอีกครั้งหนึ่งภายหลังเลิกจากค่ายฯ และส่งเด็กเข้านอนแล้ว  ตามด้วย "งานนี้ไม่ไปไม่ได้เพราะเป็นครูโรงเรียนเดียวกัน สนุกต้องสนุกด้วยกัน  เจ้าภาพรออยู่" ส่วนงานบวชนั้นพิธีการได้สำเร็จลงแล้วตั้งแต่กลางวัน  ทำให้มองเห็นสัมพันธภาพของความเอื้ออาทร ความรักและความห่วงใย  ถ้าหากขาดไปอาจทำให้ความรู้สึกที่ดีขาดหายไปด้วย

            ฉันและ ผอ.พรชัยฯ จะไม่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกันมากนัก  เพราะแต่ละคนอยู่กับเวลาของตนเองเป็นส่วนใหญ่ "ผมกลัวเพื่อนร่วมงานจะลำบาก สิ่งใดที่ผมทำได้ผมจะทำเอง" และความเห็นต่อการพัฒนาโรงเรียน..."ผมชอบทำงานเห็นอะไรที่พัฒนาได้จะลงมือทำ  บางทีเมื่อเด็กเล็ก ๆ อนุบาลเห็นผมทำงานก็จะมาช่วย"

          แม้แต่คุณครูในโรงเรียนได้รับอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มลงข้างทาง  ฉันได้ติดตามไปเยี่ยมอาการที่โรงพยาบาลยโสธร  ผอ.พรชัยฯ มีคำตอบให้กับตนเองว่า "เป็นเพราะผมให้ครูมานอนเฝ้าเด็กทำให้ครูอดนอนและเกิดอุบัติเหตุ" ดังกล่าว 

          มุมมองของแต่ละคน  จึงเสมือนเป็นส่วนเสริมเติมแต่งความเป็นบุคลิกภาพ  ขอขอบคุณความโอบเอื้อเจือจุน  และได้เรียนรู้วิถีชีวิต ผ่านมุมมองของทุกท่าน  มุมมองที่ต่างกันได้ทำให้ฉันได้เปิดกว้างหน้าต่างของการเรียนรู้มากมาย  การยอมรับมุมมองของใคร ๆ นับเป็นการพัฒนาความไม่รู้อย่างหนึ่ง