ท่านพี่น้องแห่งครอบครับ G2K ที่รัก วันแห่งความรักปีนี้จะมีเด็กหญิงตัวเล็ก มากน้อยแค่ไหนที่ได้สังเวยวันแห่งความรัก ยอมเสียตัวให้กับความเชื่อบ้าๆบอๆ มันภูมิใจนักใช่ไหม?ใครกันครับที่ทำให้วันแห่งความรัก ในคริสต์ศาสนาต้องมัวหมอง กลายเป็นเรื่องเซ็กซ์.....มาอ่านเรื่องนี้เถอะครับ จะได้รับทราบว่าหญิงสมัยก่อนเขาครองตนอย่างไร จึงเป็นแม่ในวันนี้ที่ลูกๆภูมิใจนักหนา....

    

 

อ.แกะกับลูกชายที่เยอรมัน ขอให้ลูกได้ซึมซับแบบฉบับพ่อนะครับ

แม่ผู้ไม่เคยหยุดพัก”………. ตอน 3

          แม่คำหม่าย  ภูเด่นแดน………. เธอได้เปลี่ยนนามสกุลจากเดิม “ถิตย์พงษ์” มาใช้ “ภูเด่นแดน” กับสามีเธอ มาวันนี้ก็ย่างเข้าปีที่สองที่เธอได้แต่งงานอยู่กินกับสามี เธอมีลูกน้อยหนึ่งคน วันนี้เธอกลับมาจากนา เธอทำกับข้าวให้สามี ให้ ปู่ย่าป้าลุง (ปู่ย่าป้าลุง คือคนที่เธอและสามีอาศัยอยู่ด้วย) เธอทำกับข้าวได้อร่อยมาก ทุก ๆคนชื่นชมฝีมือเธอ วันนี้ทุกคนกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ยกเว้นเธอที่ต้องรีบไปดูแลลูกที่กำลังตัวร้อนงอแง ลูกของเธอต้องการอ้อมกอดและนมอุ่น ๆ จากอกเธอเพียงผู้เดียว ทำให้เธอไม่ได้ทานข้าวพร้อมกับคนอื่นๆ พอทุกคนทานเสร็จ ลูกน้อยเธอก็หลับพอดี เธอจึงมีโอกาสเข้าไปจุดกระบองในครัวเพื่อจะหาข้าวกิน แต่ก็ผิดหวังเพราะไม่มีใครเก็บกับข้าวใว้เผื่อเธอเลย เธอต้องน้ำตาตกอีกครั้ง เธอเล่าว่าเหตุการณ์ประมาณนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก หลายครั้งที่เธอปรึกษาสามีเธอเรื่องขอแยกเรือนไปอยู่ตามลำพัง สามีเธอบอกกับเธอว่า พวกเราไม่มีเงินเลย เพราะทุกวันนี้ก็ยังอาศัยเขาอยู่ ถึงแม้ว่าสามีเธอจะมีที่นาเป็นของตัวเอง แต่ก็อยู่ภายใต้การดูแลของปู่ย่าป้าลุงที่พวกเธออาศัยอยู่ หลังจากเก็บเกี่ยวข้าว ส่วนที่เป็นข้าวเจ้าจะนำไปขาย แต่ทว่าไม่เคยมีส่วนแบ่งตกมาถึงเธอและสามีของเธอเลยแม้แต่บาทเดียว

          คืนนี้เป็นคืนที่เงียบสงัด ลูกชายของเธอกำลังหลับสบาย แต่เธอยังไม่มีทีท่าว่าจะหลับตาลงได้เลยแต่อย่างใด เธอกำลังครุ่นคิดว่าจะหาเงินได้อย่างไรเพราะเธอมีลูกน้อยวัยเพียงไม่กี่เดือน ซักพักเธอก็นึกได้ว่าเธอจะกลับบ้าน วันรุ่งขึ้นเธอบอกสามีและญาติผู้ใหญ่ที่เธออาศัยอยู่ด้วย ว่าเธอจะกลับบ้านซักพักนึง เธอได้หอบลูกน้อยเดินข้ามทุ่งนา แม่น้ำ ป่ารก ระยะทางเกือบสิบกิโลเมตร เพื่อกลับไปบ้านเกิดเธอเอง เธอกลับไปรับจ้างทำนา โดยฝากลูกน้อยของเธอใว้กับแม่ของเธอ เธอรับจ้างทำทุกอย่าง จนเธอสามารถเก็บเงินได้พอที่จะเป็นทุนในการซื้อของสำหรับปลูกบ้าน(กระท่อม)เล็กๆ

          สองปีต่อมาเธอก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกคน ถึงตอนนี้เธอไม่ไหวแล้วเธอบอกสามีว่า เธออยากออกเรือน เธอพร้อมจะลำบากกาย จนสามีเธอต้องยอมเธอ เวลาไม่กี่วันบ้านหลังใหม่ก็เกิดขึ้น บ้านที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเธอและสามี แม้นว่าจะเป็นบ้านที่ปลูกด้วยเสาไม้ไผ่ ปูพื้นด้วยไม้ไผ่สาน หลังคามุงด้วยหญ้าคา แต่ก็เป็นการเริ่มต้นชีวิตของเธอและลูก ๆ ของเธอ

          ทุก ๆ เช้าเธอจะต้องตื่นแต่เช้า หุงหาอาหาร ให้ลูก ๆ ของเธอ จากนั้นเธอก็หยิบหาบถังน้ำเพื่อไปหาบน้ำใส่ตุ่มให้เต็ม แล้วก็ทำกับข้าวเตรียมไปวัดทุกเช้า กลับจากถวายอาหารพระ เธอก็จะจัดเตรียมข้าวปลาอาหารเพื่อจะไปส่งให้สามีที่ไปทำนารอแต่เช้ามืด เมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพ เธอให้ลูกชายคนโตสองคนเดินนำหน้า คนเล็กนั่งในตระกร้า เพื่อให้สมดุลกับอีกตระกร้าอีกข้างที่เธอใส่กระติ๊บข้าวเหนียว และอาหารที่จะไปทานกันที่ที่นา เธอหาบลูกน้อยและกระติ๊บข้าวไปนาทุกเช้า ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ฤดูไถหว่านปักดำ เป็นช่วงที่ครอบครัวลำบากมาก เพราะสามีเธอไม่มีเวลามากในการหาปลา ล่าสัตว์ ทำให้ได้ปลาไม่เพียงพอสำหรับเมนูที่ลูก ๆ อยากกิน

          ครั้งนึงตอนนั้นข้าพเจ้า(อ แกะ) จำความได้ว่า พี่คนที่สองบอกแม่ว่า “แม่ครับ มื้อนี้พวกเราอยากกินปลาปิ้งครับ ไม่อยากกินน้ำพริกปลาป่นอีกแล้ว กินทุกวัน เบื่อมากเลยครับแม่”  แม่บอกว่า “ได้ซิจ๊ะลูก” วันนั้นทุกคน(ลูกทั้งหก: ชาย 5 หญิง 1) กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีแม่นั่งดูอยู่ไม่ห่าง ข้าพเข้าก็สงสัยว่าทำไมวันนี้พ่อกับแม่ไม่มาทานด้วย แต่ก็ไม่ได้อะไรมากเพราะตอนนั้นข้าพเจ้ายังเด็กอยู่ (เป็นน้องคนสุดท้อง) ยังมีความสุขกับปลาปิ้งร้อน ๆ ข้าง ๆมีแม่นั่งดูอย่างมีความสุขกับลูก ๆ ที่กำลังทานข้าวอย่างตั้งใจ (กำลังแย่งปลากันกิน) เมื่อลูกทุกคนอิ่ม พวกเราก็จะไปเล่นกัน จากนั้นข้าพเจ้าได้เหลียวกลับมามองแม่ และได้เห็นแม่กำลังกวักมือเรียกพ่อให้มาทานข้าว มันเป็นเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าจำติดตามาตลอด แม่ยื่นหัวปลาหัวใหญ่ให้พ่อไป ส่วนแม่ได้ส่วนหางที่แทบจะไม่มีเนื้อปลาติดอยู่เลย ทั้งสองคนก็ทานปกติ ไม่ได้บ่นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว………..