วันนี้วันพระเลยไม่ได้ออกไปไหนในช่วงเช้าต้องบรรยายธรรมให้ผู้ใฝ่ธรรมฟัง
เลยถือโอกาสก่อนขึ้นศาลาแวะมาบ้าน GTK ก่อน
นั่งอ่านบันทึกของเพื่อนพ้องน้องพี่เข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้
เพื่อให้อาหารแก่สมองได้ทั้งสาระความรู้ความยิ้มแย้มเบิกบานหทัยอย่างสดชื่น
แวะเข้าบ้านของคุณหมอท่านหนึ่งบันทึกเกี่ยวกับดอกกุหลาบ
ธรรมฐิตเลยนึกถึงเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งคือ
ดอกกุหลาบ..เด็กน้อย..และดอกบัว
เข้ากับวันแห่งความรักพอดิบพอดีเลยเนาะ
เดี๋ยวจะไม่อินเทรนด์กะเขา
...................
เด็กน้อยคนหนึ่งเอ่ยถามกับดอกกุหลาบว่า
“เหตุใดท่านจึงได้เป็นตัวแทนแห่งความรัก”
ดอกกุหลาบส่ายหน้า “เราทุกคนต่างมีความรัก”

“แล้วเหตุใดความรักของท่านจึงสำคัญกว่าดอกไม้อื่นๆ เล่า” เด็กน้อยถามต่อด้วยความสงสัย
“เปล่า...เราไม่ใช่ผู้ให้ค่านั้น”
กุหลาบน้อยชี้ชวนเด็กน้อยให้สอดส่ายสายตาเพื่อค้นพบว่า ในสวนล้วนเต็มไปด้วยความรัก
“เห็นดอกบัวนั่นไหม เติบโตมาจากใต้น้ำ เลน โคลน บัวพุ่งโผนขึ้นมาหาแสงแดด ดอกบานรับแสงตะวัน ก้านชุ่มด้วยสายน้ำ โคลนห่อหุ้มเหง้าและรากของมันไว้ไม่ให้โอนเอน เช่นนี้เป็นความรักหรือไม่”
“แต่ดอกบัวก็ไม่ได้เป็นตัวแทนของความรัก”
“ดอกบัวเป็นตัวแทนของปัญญา สำคัญกว่าความรัก”
เด็กน้อยทำหน้าฉงน “ความรักเป็นเรื่องของหัวใจ ทำไมปัญญาจึงสำคัญกว่าเล่า”
“หัวใจที่ไร้ปัญญาอาจนำพาไปผิดทาง” กุหลาบว่า
เด็กน้อยฟังแล้วก็ส่ายหน้า เขาเอ่ยคำลาแล้วเดินจากไป...

เด็กสาวคนหนึ่งเดินมาหาดอกกุหลาบ ใบหน้าของเธอหม่นหมอง...
“เขาคงไม่รักฉันแล้ว” เธอว่า
“ทำไมเธอจึงรู้สึกเช่นนั้นล่ะ” ดอกกุหลาบย้อนถาม
“ฉันรู้สึกอย่างนั้นหรือ เปล่านี่...แต่ฉันคิดอย่างนั้นต่างหาก”
“ไม่...เธอรู้สึก มันไม่ใช่การคิดหรอก”
“มันจะต่างกันตรงไหน... เขาไม่ได้ให้ดอกกุหลาบแก่ฉันในวันแห่งความรักเหมือนเดิม เขาต้องไม่รักฉันแล้วแน่แท้” เธอกล่าวปนสะอื้น
“เธอเพียงรู้สึกเอาว่า เขาไม่รักเธอแล้ว ดอกกุหลาบไม่มีความหมายพอหรอก...
เธอจ๋า รักอยู่ในดวงตา มาจากดวงใจ และแปรเปลี่ยนไปทุกขณะ กุหลาบไม่ใช่ความหมายของรักเสมอไป รักไม่ต้องใช้กุหลาบเสมอไป” กุหลาบน้อยสาธยาย
สาวน้อยนิ่งเงียบ หยาดน้ำตาชุ่มๆ ไหลซึมออกมาจากดวงตา
“เธอลองคิดดูซิว่า ปีนี้เขาบอกรักเธอด้วยอะไร เธอต้องใช้ความคิด ความรู้สึกอย่างเดียว...บางครั้งก็ไม่พอ”
สาวน้อยเหม่อลอยครุ่นคิด...แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น พลันดวงตาของเธอก็แจ่มใส
“ฉันรู้แล้ว ฉันคิดออกแล้ว ขอบคุณมากค่ะ...ดอกกุหลาบ”
เธอลนลานจากไปด้วยท่าทางตื่นเต้น........
“กล่าวกันว่า ความรักดึงปัญญาไปจากคนที่มีปัญญาอยู่แล้ว แต่ให้ปัญญาสำหรับคนที่ไม่มีปัญญามาก่อน” ดอกบัวส่งเสียงแจ้วมาจากสระใกล้ๆ
กุหลาบเพียงยิ้มน้อยๆ
เธอตอบดอกบัวว่า
“ความรักไม่ได้เพียงแต่นั่งอยู่เฉยๆ ดุจก้อนหินที่ตรึงนิ่งอยู่กับที่ มันเป็นสิ่งที่จะต้องสร้างขึ้น-เหมือนกับขนมปัง ต้องทำขึ้นตลอดเวลา ต้องทำใหม่อยู่เสมอ”
ทั้งกุหลาบและดอกบัวหัวเราะ...
ธรรมฐิตก็พลอยหัวเราะกับดอกกุหลาบและดอกบัวด้วยกัน

กราบนมัสการพระคุณเจ้า
สาธุเจ้าค่ะ
กราบนมัสการ
นมัสการ..เอากุหลาบ สาวเหลือน้อย ดอกบัวมาให้ฝากถวายพระค่ะ..
กราบนมัสการเจ้าค่ะ
ตามมารับธรรมะอินเทรนด์ในเทศกาลแห่งความรักเจ้าค่ะ
เช้านี้ไปฟังเทศน์ฟังธรรมเนื่องในวันธรรมสวนะ กลับมายังได้ฟังเทศน์จากท่านธรรมฐิตอีก ^v^
ดอกกุหลาบและดอกบัวเค้าเป็นมิตรกันดีจริงๆ นะเจ้าคะ...ไม่เห็นเค้าจะอิจฉากันเลย
ใครไปผ่านไปมาก็มีแต่ไปทักทายเจ้าดอกกุหลาบ ไม่เห็นเค้าจะไปสนใจใยดีกะดอกบัวที่อยู่ข้างๆ
แต่กระนั้นดอกบัวก็ไม่ได้น้อยใจ ยังหัวเราะได้อย่างเบิกบาน
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
บันทึกธรรมฐิตเพียงแค่ศรชี้บอกทางเท่านั้นขอรับ..
หากเราเข้าใจเข้าถึงกับปรากฏการณ์ที่เราประสบแล้วใจเราจะเบิกบานได้อย่างนิ่มนวล..
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ขอบใจสำหรับเนื้อหาแห่งธรรมที่นำมาสื่อให้พวกเราได้อ่าน และนำไปปฏิบัติคัรบ