การสร้างทีมในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มันไม่ง่ายเลย เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อนแล้วมารวมตัวกันทำกิจกรรมร่วมกันเช่นนี้ นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่เท่าที่เคยเห็นมาในองค์กร แต่สิ่งที่ยากกว่านี้อีก คือความเป็นทีมที่ไม่เพียงแต่อยู่ในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เท่านั้น ทำอย่างไรจึงจะสร้างพื้นที่ในจิตใจของเราเองได้ด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา

สืบเนื่องจากบันทึก "ความสุขร่วมสร้าง พลัง Teamwork" มีคำถามที่น่าสนใจจากกัลยาณมิตรท่านหนึ่งใน G2K  ท่าน Small man ที่เรารู้จักและนับถือกัน ณ ที่แห่งนี้นั่นเองค่ะ

ความสุขร่วมสร้างพลัง  เป็นเรื่องที่ดีมากครับ

    *  ผมเอง  ผมก็จัดประชุมในลักษณะนี้มาบ้าง

    *   บรรยากาศการประชุม   ก็ Happy ทั้ง คนจัดประชุม และ คนประชุม ครับ

    *  ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นส่วนตัวหน่อยนะครับว่า  ในส่วนตัวของผมเอง  เท่าที่ผมจัดประชุมอบรมมา  ตอนประชุมก็ดีครับ  แต่พอนำไปใช้จริง  ค่อนข้างจะมีปัญหาในเรื่องของ "วัฒนธรรมองค์กร" ครับ

    *  ตอนจัดประชุม รู้สึกว่าค่อนข้างจะมี "พลัง" มากๆ เลยครับ  ทุกคนเห็นดีเห็นงามไปหมด  แต่หลังจากนั้น  ลองติดตามดู   พลังค่อยๆแผ่วครับ

    *   อาจารย์มีมุมมองอย่างไรครับ

 

ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมและขอบพระคุณท่าน Small man  ที่มีความมุ่งมั่นและเอาใจใส่ในการสร้างชุมชนเข้มแข็งแบบพึ่งพาตนเองได้และมีใจรักสมัครสมานสามัคคีที่จะทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขในหลาย ๆ พื้นที่ที่ท่านเข้าไปดูแล

 

จริง ๆ แล้วก็ได้ตามไปแสดงความเห็นส่วนตัวในบันทึกของท่านแล้ว

ในเรื่อง ประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดการความรู้ด้วย "Dialogue และ Facilitator" ตาม link http://gotoknow.org/blog/wijcha/335082

 

 

ขอเรียนว่าเรื่องวัฒนธรรมองค์กรเป็นเหมือนการปลูกฝัง DNA ไว้ในสายเลือดจากรุ่นสู่รุ่น 

การประชุมกันแล้วรู้สึกว่าดีไปหมด ถึงเวลาไม่นำไปปฏิบัติเพราะถูกคอกันในประเด็นที่พูดคุยกันในห้องประชุม แต่ไม่ได้ผูกพันทางใจที่จะอยากลงมือปฏิบัติ ซึ่งคงต้องใช้เวลาพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ นอกห้องประชุมแบบ  Invisible KM จะเป็นประโยชน์มากกว่า ค่อย ๆ หล่อเลี้ยงจิตใจกันไป ให้รู้สึกผูกพันเหมือนครอบครัว  ก็จะทำให้อยากร่วมมือกันมากกว่านี้คะ 

ส่วนใหญ่คนคิดเก่งไม่อยากทำ คนอยากทำ คิดเร็วไปหน่อยอาจไม่รอบคอบ ต้องเกื้อกูลกัน และเข้าใจความแตกต่างของกันและกัน ...การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนแบบเปิดใจบ่อย ๆ อะไร ๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาก็ได้ค่ะ

 

บันทึกนี้เป็นบันทึกสืบเนื่องจากบันทึกที่แล้ว ซึ่งหลังจากเกมส์จังก้า ก็มีอีกสองเกมส์ที่ต่อเนื่องกัน

               เกมส์ค้นหาคำหรือข้อความในหนังสือพิมพ์

            

           

         อลเวง ครื้นเครงกันก็ตอนเสียงกรี๊ดข่มขวัญกันเนี่ยแหละ

           

 

                          เกมส์ต่อหลอดหล่อเลี้ยงลูกปิงปอง

         

                           สังเกตเห็นชัดเจนว่ากลุ่มไหนหารือก่อนทำ

                   กลุ่มไหนทำโดยไม่หารือ และกลุ่มไหนหารือไปทำไป

                         

        

มีซ้อมก่อนจับเวลาจริงเพื่อปรับแก้กลยุทธ์ กองเชียร์ลุ้นกันน่าดู

        

         

         

   หนึ่งวันเต็มแบบอัดแน่นทั้งปริมาณและคุณภาพ ตอนท้ายชั่วโมงยังให้ทำ workshop สรุปกันใน ๓ ทีม หัวข้อ "ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการสร้างทีมงาน"

                เห็นทีมร่วมแรงร่วมใจกันทำงานแล้วอดอมยิ้มไม่ได้

                 

              

         กำลังใจจากผู้นำนั้นสำคัญ  "ผู้นำลงมาเล่นด้วย" มีนัยยะถึง

                       การร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันอย่างแท้จริง

                                 

                                   ให้อภัย ให้กำลังใจกันและกัน

                

                  สนุกกับงาน สังเกตจากทีมนี้ สนุกสนานเฮฮา ได้ใจจริง ๆ

                         

                        

                             ช่วงปิดท้ายรายการ

                  

                

 

การสร้างทีมในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มันไม่ง่ายเลย เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อนแล้วมารวมตัวกันทำกิจกรรมร่วมกันเช่นนี้  นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่เท่าที่เคยเห็นมาในองค์กร

 

แต่สิ่งที่ยากกว่านี้อีก คือความเป็นทีมที่ไม่เพียงแต่อยู่ในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เท่านั้น ทำอย่างไรจึงจะสร้างพื้นที่ในจิตใจของเราเองได้ด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา ประเด็นนี้น่าจะเป็นโจทย์ที่ท่าน Small man อยากจะตอบและผู้เขียนเองก็อยากจะทราบด้วยเช่นกัน  สิ่งที่พยายามทำก็คือการนำ Enneagram มาใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไปในการทำให้เกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน และส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักว่ายังมีโลกทัศน์อีกหลายโลกทัศน์ที่เราควรเรียนรู้ จะได้เลิกเพ่งผู้อื่นด้วยโลกทัศน์ตนเพียงฝ่ายเดียว

 

หากสังเกตให้ดีการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร อาจไม่จำเป็นต้องตอกย้ำคำนี้กันบ่อย ๆ ก็ได้ แต่เราปลูกฝังผ่านการลงมือปฏิบัติทีละเล็กทีละน้อย  เพราะเวทีที่ผ่านมานี้ ก็แทบไม่ได้พูดถึง SMART AEROTHAI ที่เป็นวัฒนธรรมองค์กรแต่อย่างใด  แม้กระทั่ง workshops สองรอบก็ไม่ได้ให้ทำในหัวข้อนี้โดยตรง แต่เราให้ทำอะไรด้วยกัน ผ่านความร่วมมือ ส่งต่อความคิด ยอมรับซึ่งกันและกัน มองเห็นความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์...  ภาพจับมือกัน...ทำงานอย่างสนุก และกำลังใจจากผู้นำล้วนสื่อออกมาเอง  จากก้นบึ้งของหัวใจ

 

 

ขอบคุณทีมงานผู้จัด และพี่อ๊อดสำหรับการสรุปคำต่าง ๆ กระชับได้ใจ "สนุก ให้อภัย และกำลังใจจากผู้นำ"  รวมถึงขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ ที่มาช่วยงานทุกท่านค่ะ ชื่อทุกท่านอยู่ในความคำนึงอยู่เสมอ แล้วพบกันใหม่เวทีหน้า