อุปนิสัย 7 ประการสู่การเป็นนักศึกษาที่มีประสิทธิภาพ

การที่มนุษย์เป็นสัตว์แห่งการศึกษาเล่าเรียน ต้องฝึกฝนและพัฒนาตนเองจึงจะอยู่รอดได้นั้น มนุษย์จะต้องมีคุณสมบัติหรือ คุณลักษณะพิเศษประจำตัวที่จะช่วยให้การศึกษาเล่าเรียนนั้นเป็นไปได้ด้วยดี ในเบื้องต้น จะต้องมีคุณลักษณะหรือคุณสมบัติ ภายในจิตใจที่เป็นไปในทางที่ถูกต้องดีงาม ซึ่งเรียกว่า "คุณธรรม" และมนุษย์จะต้องแปรเปลี่ยนหรือสะท้อนคุณสมบัติภายใน ดังกล่าวนี้ออกมาสู่การปฏิบัติ เป็นพฤติกรรมที่ดีงามถูกต้อง เอื้อต่อการเรียนรู้ เรียกว่า "จริยธรรม"
          "คุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษา" จึงหมายถึงคุณสมบัติหรือคุณลักษณะภายในจิตใจที่ดีงามของนักศึกษา ที่จะเอื้อต่อการ เรียนรู้ ให้เป็นไปได้ด้วยดี และการปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นนักศึกษาที่ดีงามนั่นเอง
          หากจะตั้งคำถามว่า แล้วอะไรล่ะ เป็นคุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญและจำเป็นต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาหรือของมนุษย์ คำตอบคงจะมีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะมองคุณสมบัติอะไรเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ ในที่นี้จะลองเสนอคุณธรรมและ จริยธรรมของนักศึกษาตามแนวทางของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีความสำคัญในปัจจุบัน ขอเรียกว่า "อุปนิสัย 7 ประการสู่การเป็นนักศึกษาที่มีประสิทธิผลสูงสุด" เพราะคุณธรรมและจริยธรรมนั้นเป็นเรื่องของการปฏิบัติที่เคยชินที่เรียกว่า อุปนิสัยของแต่ละคน

อุปนิสัย 7 ประการสู่การเป็นนักศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
อุปนิสัยที่ 1 มีหัวใจของการเป็นนักปราชญ์

          ในสังคมไทยสมัยโบราณ มีการกำหนดคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษาไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความขยันหมั่นเพียร ในการศึกษาเล่าเรียน ความเคารพเชื่อฟังครูอาจารย์เป็นต้น อันถือได้ว่าเป็นคุณลักษณะภายในจิตใจและถือเป็นหน้าที่ที่นักศึกษา จะต้องประพฤติปฏิบัติในการศึกษาเล่าเรียน
          คุณธรรมหนึ่งที่เป็นหลักจำเป็นของการเป็นนักศึกษาหรือนักปราชญ์ที่ได้รับการเน้นอยู่เสมอ ในการแสวงหาความรู้ เรียกว่า หัวใจนักปราชญ์ ซึ่งเรียกย่อ ๆ ว่า หลัก สุ. จิ. ปุ. ลิ. คำว่า 

           สุ. มาจากคำว่า สุต หมายถึง การฟัง การฟังหรือการอ่านมาก นักศึกษาจะต้องเป็นคนที่ฟังและอ่านมาก รวมทั้งรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน

          จิ. มาจากคำว่า จินต หมายถึง การคิด เมื่อรับรู้ข้อมูลเข้ามาแล้วก็นำมาคิดไตร่ตรอง พิจารณา จัดระบบความคิดให้เป็นระเบียบ

          ปุ. มาจากคำว่า ปุจฉา หมายถึง การถาม เมื่อคิดไตร่ตรองแล้ว ยังมีข้อที่สงสัยหรือไม่เข้าใจก็ถามครูหรือท่านผู้รู้ รวมทั้งการค้นหาคำตอบจากแหล่งอื่น ๆ เพิ่มเติม จนกว่าจะได้คำตอบ

          ลิ. มาจากคำว่า ลิขิต หมายถึง การเขียน การสื่อสาร เมื่อรู้อย่างชัดเจนแล้วก็ลงมือบันทึกไว้หรือเขียนแสดงความคิดนั้น เพื่อสื่อไปยังผู้อื่น เป็นการแสดงออกถึงความรู้ความสามารถของเราให้ผู้อื่นได้เข้าใจหรือรับรู้ด้วย
         หลักหัวใจนักปราชญ์นี้ จึงยังเป็นหลักคุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญและจำเป็นยิ่งของนักศึกษาอยู่เสมอ นักศึกษาจะต้อง ฝึกให้มีทักษะทั้งสี่ประการนี้ เพื่อจะเป็นนักศึกษาที่มีประสิทธิผลสูงสุด

อุปนิสัยที่ 2 ก้าวสู่หลักแห่งการเป็นนักศึกษาที่สมบูรณ์แบบ

          ในปัจจุบันที่สังคมกำลังก้าวไปสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) นักศึกษาจะต้องมีคุณสมบัติของการ เป็นนักศึกษา ที่จะช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเครื่องมือที่ จะช่วยในการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง หลักที่จะนำไปสู่การเป็นนักศึกษาดังกล่าวนี้ เรียกว่า "แสงเงินแสงทองของชีวิตนักศึกษา" หรือ "รุ่งอรุณของการศึกษา" (พระธรรมปิฎก 2539 : 142 - 62) เป็นหลักประกันว่า ชีวิตที่มีคุณลักษณะ 7 ประการต่อไปนี้ จะเป็นชีวิตที่จะพัฒนาไปสู่การเป็น นักศึกษาและเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ กล่าวคือ

          1. รู้จักเลือกหาแหล่งความรู้และแบบอย่างที่ดี จุดเริ่มต้นของการเป็นนักศึกษาทีดีนั้น จะต้องเริ่มจากการรู้จักเลือกหา แหล่งความรู้และแบบอย่างที่ดี การมีพ่อแม่ ครูอาจารย์ สื่อสารมวลชน ผู้ใหญ่ทั่วไป รวมทั้งเพื่อนและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น การเลือกอ่านหนังสือที่ดีงาม การเลือกสถาบันการศึกษา อันจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษาเรียนรู้เป็นต้น แหล่งความรู้ และแบบอย่างที่ดีเหล่านี้จะมีอิทธิพลชักนำและชักชวนให้เจริญงอกงามในการพัฒนาตนเองทั้งในด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญาของนักศึกษา รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นให้นักศึกษารู้จักใช้ปัจจัยภายนอกทั้งที่เป็นบุคคล หนังสือ และเครื่องมือสื่อสาร ทั้งหลายให้เป็นอุปกรณ์และเป็นประโยชน์ในการแสวงหาความรู้และความดีงาม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาชีวิต แก้ปัญหาและ ทำการต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์

          2. รู้จักจัดระเบียบชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม หมายถึงความเป็นคนมีวินัยนั่นเอง กล่าวคือ เป็นผู้รู้จักจัดระเบียบ ความเป็นอยู่ กิจธุระและกิจกรรมการเรียน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมให้เอื้อโอกาสแก่การพัฒนาชีวิตและแก่การศึกษา เช่น การวางแผน การเรียนว่าจะอ่านอะไรก่อนหลัง เมื่อไรเป็นต้น นอกจากนี้ ยังหมายถึง การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาของสถาบันและของสังคมด้วย ซึ่งอันที่จริงแล้ว การศึกษาในสถาบันการศึกษานั้น ก็คือ การฝึกปรือการมีวินัยแก่ตนเองอย่างหนึ่งนั่นเอง นักปราชญ์บางท่านกล่าวว่า ความสำเร็จทางด้านการศึกษาถึงระดับสูงนั้น อาศัยสติปัญญาน้อยกว่าการมีวินัย

          3. มีแรงจูงใจที่ถูกต้อง มีอุปนิสัยแห่งความใฝ่รู้ใฝ่สร้างสรรค์ ใฝ่ดี ใฝ่ทำ ใฝ่สัมฤทธิ์ ใฝ่ความเป็นเลิศ หรือมุ่งสู่ความเป็นเลิศ รู้จักใช้อินทรีย์ คือ ตา หู เป็นต้น ในการเรียนรู้ หาความสุขจากการศึกษาและมีความสุขจากการทำความดีงามด้วยการใช้สมอง และมือในการสร้างสรรค์ แรงจูงใจนี้จะช่วยให้นักศึกษามุ่งมั่นสร้างสรรค์ มีความเพียรพยายามและมีพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา

          4. พัฒนาศักยภาพของตนให้เต็มที่ มีอุปนิสัยมุ่งมั่นฝึกตนจนเต็มสุดภาวะที่ความเป็นคนจะให้ถึงได้ มีจิตสำนึกในการ ที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา โดยมีความเชื่อมั่นตามหลักการที่ว่า มนุษย์มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองจนเป็นสัตว์ประเสริฐสูงสุดได้ ในฐานะที่มนุษย์เป็นสัตว์ที่จะต้องฝึกฝนและเป็นสัตว์ที่ฝึกได้ เพื่อพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ ให้เจริญก้าวหน้า

          5. มีทัศนคติและค่านิยมที่ดี การเป็นนักศึกษาจะต้องมีทัศนคติและค่านิยมแห่งการเป็นนักศึกษาที่ดีงาม มองสิ่งต่าง ๆ เป็นเรื่องของการเรียนรู้ อยู่ในหลักความคิดความเชื่อที่ดีงามมีเหตุผล เชื่อในหลักของการกระทำว่าเป็นสิ่งที่จะกำหนดสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นเป็นตามเหตุปัจจัย รู้เหตุปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ไม่มองเฉพาะสิ่งผิวเผิน ไม่มีค่านิยมฟุ้งเฟ้อเกินตัว มองในหลักแห่งเหตุปัจจัยที่นำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ตามแนวของเหตุผลเป็นสำคัญ

          6. มีความกระตือรื้อร้นขวนขวาย ไม่ประมาท ไม่เฉื่อยชา เป็นผู้มีจิตสำนึกที่ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีความกระตือรื้อร้น ขวนขวายไม่อยู่นิ่งเฉย ไม่เป็นคนเฉื่อยชา ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงไปเปล่า มีความเพียรพยายาม มีอะไรเกิดขึ้นที่อาจจะเป็นเหตุ แห่งความเสื่อม ก็ไม่อยู่นิ่ง รู้เท่าทันและหาทางป้องกันแก้ไข และเมื่อสิ่งที่ดีงามเข้ามาก็ไม่ประมาท รีบเสริมสร้างเหตุปัจจัยของความ เจริญงอกงามให้ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

          7. รู้จักคิดพิจารณาให้เกิดปัญญาที่จะรู้เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง รู้จักคิด รู้จักพิจารณา มองเป็น คิดเป็น รู้จักใช้ปัญญา พิจารณาสอบสวนสืบค้นวิเคราะห์วิจัย เพื่อให้เข้าถึงความจริงของสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาและจัดทำดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้สำเร็จด้วยวิธีการแห่งปัญญา

อุปนิสัยที่ 3 มีชีวิตที่เทียมด้วยกงล้อแห่งความสำเร็จ

          รถที่จะวิ่งไปถึงจุดหมายปลายทางได้สำเร็จอย่างปลอดภัย จะต้องประกอบด้วยล้อ 4 ล้อฉันใด นักศึกษา หรือนักค้นคว้าใด ๆ ก็ตาม ที่จะประสบความเจริญก้าวหน้าในการศึกษาเล่าเรียน ก็จะต้องมีชีวิตที่เทียมด้วยกงล้อแห่งความสำเร็จเช่นกัน ซึ่งเรียกว่า จักร 4 (พระธรรมปิฎก 2541 : 35 - 36) กล่าวคือ มีล้อทั้งสี่ที่จะนำรถคือชีวิตของนักศึกษาไปสู่จุดหมาย คือ

          1. เลือกอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม เลือกหาถิ่นที่อยู่ หรือแหล่งเล่าเรียนดำเนินชีวิตที่ดี ซึ่งมีบุคคลและสิ่งแวดล้อมที่อำนวยแก่การ ศึกษา การพัฒนาชีวิต การแสวงหาความรู้ การสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีงาม และความเจริญก้าวหน้า

          2. รู้จักคบกับคนดี รู้จักเสวนาคบหาหรือร่วมหมู่กับบุคคลผู้รู้ ผู้ทรงคุณ และผู้ที่จะเกื้อกูลแก่การแสวงหาความรู้ ความเจริญ ก้าวหน้า รวมทั้งการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะเกื้อกูลต่อการศึกษาหาความรู้ เช่น การรู้จักเลือกอ่านหนังสือที่ดี การใช้เครื่องมือสื่อสาร ที่เป็นไปเพื่อการศึกษาเป็นต้น

          3. ดำรงมั่นในการเป็นนักศึกษา ดำรงตนมั่นอยู่ในแนวทางของการเป็นนักศึกษาที่ดีงาม ตั้งเป้าหมายแห่งชีวิตและการศึกษา ให้ดีงามและแน่ชัด และทำกิจกรรมทุกอย่างที่จะนำตนไปสู่จุดหมาย แน่วแน่มั่นคงในแนวทางนั้น ไม่อ่อนไหวออกนอกทาง ไม่หลงเพลิดเพลินในความชั่วต่าง ๆ

          4. สั่งสมคุณงามความดีและสติปัญญา อาศัยทุนดีที่เป็นพื้นมาแต่เดิม คือ ความมีสติปัญญา ความถนัด และร่างกายดีเป็นต้น รู้จักแก้ไขปรับปรุงตนเอง ศึกษาหาความรู้ สร้างเสริมคุณสมบัติ ความดีงาม ฝึกฝนความชำนิชำนาญเตรียมไว้ก่อนแต่ต้น ต่อเมื่อมีเหตุที่ต้องใช้ก็จะเป็นผู้พร้อมที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จนั้น ๆ ได้อย่างง่าย สามารถสร้างสรรค์ประโยชน์สุขและก้าวสู่ความเจริญ ในการศึกษายิ่ง ๆ ขึ้นไป

อุปนิสัยที่ 4 มีหลักแห่งความสำเร็จ

          นักศึกษาที่จะประสบความสำเร็จ จะต้องมีคุณธรรมหรือปฏิบัติตามหลักการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน ที่เรียกว่า อิทธิบาท 4 กล่าวคือ

          1. มีใจรักในการศึกษาเล่าเรียน(ฉันทะ) พอใจในการศึกษาเล่าเรียนและศึกษาเล่าเรียนด้วยใจรัก ต้องการทำให้การศึกษา เล่าเรียนออกมาอย่างดีที่สุด มิใช่สักแต่ว่าทำพอให้เสร็จ ๆ หรือเพียงเพราะอยากได้รางวัลหรือคะแนนเท่านั้น แต่มุ่งหวังความเป็น เลิศหรือความเป็นผู้รู้ในศาสตร์นั้น ๆ อย่างแท้จริง

          2. พากเพียรศึกษาค้นคว้า(วิริยะ) มีความขยันหมั่นประกอบ หมั่นศึกษาค้นคว้าด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอาธุระ ไม่ทอดทิ้ง ไม่ท้อถอย ก้าวไปข้างหน้าจนกว่าจะประสบความสำเร็จแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากขนาดไหนก็ตาม

          3. ใส่ใจต่อการศึกษาเล่าเรียน(จิตตะ) ศึกษาค้นคว้าด้วยความตั้งใจ ตั้งจิตรับรู้ในการศึกษาเล่าเรียนและทำสิ่งนั้น ๆ ด้วยความคิด ไม่ปล่อยจิตใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย ใช้ความคิดในเรื่องที่ศึกษาบ่อย ๆ และเสมอ ๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตของนักศึกษา

          4. ใช้ปัญญาสอบสวน(วิมังสา) หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญ ตรวจตราหาเหตุผล รู้จักทดลอง วางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุงงานเป็นต้น เพื่อให้การศึกษาได้ผลดียิ่งขึ้น

อุปนิสัยที่ 5 เสริมสร้างสติปัญญา

          ชีวิตของการเป็นนักศึกษานั้น นอกจากจะมีหลักในการแสวงหาความรู้แล้ว จะต้องพยายามสร้างสรรค์สติปัญญาอยู่เสมอ โดยการปฏิบัติตามหลักแห่งการสร้างความเจริญงอกงามแห่งปัญญา 4 ประการ (วุฒิธรรม) คือ

          1. คบหาหรือเสวนากับผู้รู้ คบหาท่านผู้รู้ ผู้ทรงคุณความดี มีภูมิธรรมภูมิปัญญาน่านับถือ รู้จักเลือกหาแหล่งวิชา รวมทั้ง อ่านหนังสือที่จะให้ความรู้ที่เรา

          2. ใส่ใจฟังคำสอน เอาใจใส่สดับตรับฟังคำบรรยาย คำแนะนำสั่งสอน แสวงหาความรู้ทั้งจากตัวบุคคลโดยตรง และจากหนังสือหรือสื่ออื่น ๆ ตั้งใจเล่าเรียน ค้นคว้า หมั่นปรึกษาสอบถามให้เข้าถึงความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง

          3. คิดให้แยบคายถ่องแท้ รู้ เห็น ได้อ่าน ได้ฟังสิ่งใดก็รู้จักคิดพิจารณาด้วยตนเอง นำมาคิดเป็นระบบความคิดของตนเอง โดยแยกแยะให้เห็นความจริง และสืบสาวให้เห็นความเป็นเหตุผลในสิ่งต่าง ๆ

          4. ปฏิบัติให้ถูกหลัก นำสิ่งที่ได้ศึกษาเล่าเรียนและรับฟังมาและที่คิดไตร่ตรองดีแล้วไปใช้หรือลงมือปฏิบัติให้ถูกต้องตาม หลักของสิ่งนั้น ๆ

อุปนิสัยที่ 6 เคารพครู-อาจารย์และผู้จุดประทีปปัญญา

          คุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งของนักศึกษา ก็คือ ความสัมพันธ์กับครูอาจารย์ สถาบันการศึกษาและ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ในฐานะผู้จุดประทีปปัญญา โดยแสดงความเคารพนับถือตามหลักปฏิบัติดังนี้

          1. ลุกต้อนรับ แสดงความเคารพครูอาจารย์ และให้ความเคารพสถาบันการศึกษาและสิ่งที่ให้ความรู้แก่ตนเอง

          2. เข้าไปหาครู-อาจารย์และสถาบัน เพื่อบำรุง รับใช้ ปรึกษา ซักถาม รับคำแนะนำเป็นต้นจากครูอาจารย์และจากสถาบัน ที่เข้าไปศึกษา

          3. รู้จักฟังด้วยดี ฟังเป็น รู้จักฟังให้เกิดปัญญา ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของครูอาจารย์ และเคารพเชื่อฟังในกฎเกณฑ์ ระเบียบวินัย ของสถาบันการศึกษาและสิ่งที่เป็นเครื่องมือทางการศึกษาเป็นต้น

          4. ปรนนิบัติและช่วยบริการครูอาจารย์และสถาบันการศึกษา บำรุงสถาบันการศึกษาและช่วยงานของสถาบัน ให้สำเร็จลุล่วง ไปด้วยดี ให้เป็นสถาบันที่จะถ่ายทอดความรู้แก่อนุชนต่อไป รวมทั้งการดูแลรักษาเครื่องมือการศึกษาให้อยู่คงทน

          5. เรียนหนังสือหรือศิลปวิทยาโดยเคารพ เอาจริงเอาจัง ถือเป็นกิจสำคัญ เรียนโดยตั้งใจ ไม่เฉื่อยชา

อุปนิสัยที่ 7 มีองค์ประกอบแห่งคุณธรรมและจริยธรรมนักศึกษาที่สมบูรณ์แบบ

          คุณธรรมและจริยธรรมที่จะนำไปสู่การเป็นนักศึกษาที่สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพยิ่งนั้น เมื่อกล่าวโดยสรุป ก็จะมีลักษณะ สำคัญ 3 ประการ กล่าวคือ

          1. ความเป็นผู้มีสติปัญญา มีความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ อย่างถ่องแท้ ถูกต้อง ตลอดจนมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งทั้งหลาย ตามความเป็นจริง คุณธรรมจริยธรรมข้อนี้ ก็คือ ความเป็นคนเก่ง

          2. เมื่อมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งทั้งหลายอย่างถูกต้องตามความเป็นจริงแล้ว ก็สามารถนำเอาความรู้ความเข้าใจเหล่านั้นมาใช้ ปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดพลาด ควบคุมตนเอง มีความรับผิดชอบ มีเหตุผล มีความซื่อสัตย์ มีความขยันหมั่นเพียร คุณลักษณะข้อนี้ ก็คือ ความเป็นคนดี

          3. เมื่อปฏิบัติต่อสิ่งทั้งหลายได้ถูกต้องหรือดำเนินชีวิตได้ถูกต้องตามที่ได้ศึกษาเรียนรู้แล้ว ก็จะนำไปสู่ผลที่ต้องการ คือการแก้ ปัญหาได้สำเร็จ เมื่อแก้ปัญหาได้สำเร็จลุล่วงแล้วก็จะมีอิสรภาพและมีความสุข คุณธรรมของการเป็นนักศึกษาข้อนี้ ก็คือ ความสุข

          อุปนิสัยที่ 7 นี้ จึงเป็นหลักคุณธรรมและจริยธรรมที่ครอบคลุมหลักคุณธรรมและจริยธรรมอื่น ๆ นักศึกษาจึงต้องหมั่นพิจารณา และตรวจสอบตนเองอยู่เสมอว่า ประกอบไปด้วยคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษาที่สมบูรณ์แบบ คือ การเป็นคนเก่ง(ปัญญา) คนดี(ศีล) และมีความสุข(สมาธิ) หรือยัง