win - win ทั้งคู่

หลังจากที่เราพูดถึงลูกค้าที่ติดหนึบอยู่กับเรามาตลอด แต่แล้วงานเลี้ยงก็มีวันเลิกรา เมื่อถึงวันต้องจาก

คือ colin จะต้องเดินทางกลับประเทศอังกฤษ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คือดิฉันพึ่งกลับถึงบ้าน

ก็มีป้าพนักงานที่บ้านบอกว่า เมื่อวานแกมาแต่ไม่พบดิฉันแกก็เลยกลับแล้วบอกว่าพรุ่งนี้จะมาใหม่

พอมาถึงก็เห็น colin กับ พี่เตี้ย นั่งตกปลาอยู่

“สวัสดีค่ะ พี่เตี้ย  hello colin”

“สวัสดีจ้า  hello”

“วันนี้วันเกิด colin เค้า ไป happy birthday แกหน่อย”

“หรอคะ  ได้ค่ะ colin happy birthday”

“Thank you!”

                ในขณะนั้นดิฉันก็คิดว่าจะทำอะไรดีน้าให้เป็นของขวัญก่อนกลับประเทศ ก็เลยคิดได้ว่า เดี๋ยวจะถ่ายรูปแล้วใส่กรอบให้แกละกัน ดิฉันก็เลยนำกล้องไปถ่ายรูปทันที ได้แล้วก็เตรียมแต่งรูปใส่กรอบให้เป็นของขวัญ

รูปที่ถ่ายก็เป็นรูปที่ colin กับ  พี่เตี้ย กำลังตกปลาช่วยกัน ก่อนกลับดิฉันจึงนำของขวัญวันไปให้

 “Colin this is for you.Happy birthday and have a safe trip.”

“Thank you very much .I fell so happy.And this for you too.”

“Thank you very much.”

          Colin ได้ยื่นซองเล็กๆสีขาว พร้อมกับหน้าตาที่มีความสุข ในนั้นประกอบด้วย การ์ดอวยพร และ tip เล็กน้อย เพราะ Colin เคยพูดว่าก่อนกลับประเทศจะให้ tip และบอกว่าปีหน้าจะมาเที่ยวที่ “บริบูรณ์ ฟิชชิ่ง ปาร์ค”  อีกครั้ง

          แต่สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นก็ คือ ทุกคนมีความสุข ผู้ขาย มีความสุขที่ได้ให้บริการที่ดี  ผู้ซื้อ มีความสุขจากบริการที่ได้รับ ทำให้เห็นว่าสิ่งที่ยากที่สุดนั่นก็ คือ การหากล่องดำของลูกค้าให้เจอว่าแท้จริงแล้ว ลูกค้าต้องการอะไร ถ้าเราสามารถสังเกตและจับพฤติกรรมของลูกค้าได้ เราก็จะได้ลูกค้าที่ royalty กับเราจริงๆ ดังตัวอย่างข้างต้น ว่าในขณะเดียวกันที่เค้าได้รับ เค้าก็จะให้กลับคืนมาด้วย  และจากบทความที่ อ.ภิญโญ กล่าวว่า ถ้าลูกค้า มีความสุข ผู้ขายมีความสุข ก็จะ win win กันทั้งคู่และทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน