กกอ. ให้นโยบายให้ใช้ยุทธศาสตร์เปิดเผยเรื่องราวความจริงต่อสาธารณชน เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาหรือขั้นตอนของสถาบันอุดมศึกษา และก่อผลเสียหายต่อนักศึกษา สำหรับเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอุดมศึกษา รวมทั้งเพื่อคุ้มครองผู้ให้บริการอุดมศึกษาที่อาจถูกกล่าวหาผิดๆ หรืออย่างไม่เป็นธรรมด้วย

          กรณี นศ. หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา ร้องกองปราบว่าอธิการบดีฉ้อโกงตามข่าวโทรทัศน์ค่ำวันที่ ๓ ก.พ. ๕๓, ข่าววิทยุจุฬา เช้าวันที่ ๔ ก.พ. ๕๓, ข่าว นสพ. ไทยรัฐ วันที่ ๔ ก.พ. ๕๓,  และข่าวในอินเทอร์เน็ตนี้  

          กกอ. ได้พิจารณาเรื่องนี้ในการประชุมเมื่อวันที่ ๔ ก.พ. ๕๓ และมีมติให้สืบหาข้อเท็จจริง นำมาจัดเวทีสาธารณะเพื่อทำความจริงให้ปรากฎแก่สังคม   โดยเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมเสวนา ได้แก่ นายกสภาวิทยาลัยนครราชสีมา  อธิการบดี  ตัวแทนนักศึกษา  ผู้แทนสภาการพยาบาล  ผู้แทน สกอ.  และสื่อมวลชน    เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ หรือกรณีคล้ายคลึงขึ้นอีก    และ กกอ. ให้นโยบายให้ใช้ยุทธศาสตร์เปิดเผยเรื่องราวความจริงต่อสาธารณชน เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาหรือขั้นตอนของสถาบันอุดมศึกษา และก่อผลเสียหายต่อนักศึกษา   สำหรับเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอุดมศึกษา   รวมทั้งเพื่อคุ้มครองผู้ให้บริการอุดมศึกษาที่อาจถูกกล่าวหาผิดๆ หรืออย่างไม่เป็นธรรมด้วย  

          คือคุ้มครองทั้ง ๒ ฝ่าย

          สถาบันที่ทำผิดอย่างโจ่งแจ้งจงใจ  กกอ. จะแนะนำให้ รมต. ศึกษาธิการมีคำสั่งปิด   และจะช่วยเหลือ นศ. ในการฟ้องร้องเอาผิดแก่ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งทางปกครอง  อาญา และแพ่ง 

          สถาบันที่ทำผิด กกอ. แนะนำให้ สกอ. ร่วมกับ กยศ. งดให้เงิน กยศ. ในทุกสาขาวิชา

          ส่วนนักศึกษารุ่นแรกที่เข้าเรียนตอนสภาการพยาบาลให้การรับรองนั้น จะหารือกับสภาการพยาบาลหาทางเยียวยา เพื่อให้ได้รับการรับรองวิชาชีพพยาบาล   ซึ่งผมมีความเห็นส่วนตัวว่า  (๑) ต้องไม่ขอให้สภาการพยาบาลลดหย่อนคุณภาพ เพราะเราต้องรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม   พยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐานจะทำอันตรายต่อสังคม   (๒) หากมีค่าใช้จ่ายในการเยียวยา วิทยาลัยนครราชสีมาต้องเป็นผู้จ่ายเงิน
 
 
 
วิจารณ์ พานิช
๔ ก.พ. ๕๓