ทำงานอยู่ในหน่วยที่สนุกสนานแบบหน่วยเคมีคลินิกของเรานี้ บอกได้ว่ามีความสุขมากค่ะ ที่ทำงานเหมือนบ้านอีกหลัง ทุกคนคือสมาชิกในครอบครัว ใครเข้ามาในหน่วยเราก็จะต้องเป็นอันแปลกใจกับความเฮฮาของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรพวกเราจะระดมสมองช่วยกันคิดไปเสียแทบทุกเรื่อง จนบางครั้งดูเหมือนจะมีแต่คนพูด ไม่มีคนฟัง จะว่าไปอาจเป็นความสามารถพิเศษของพวกเราก็ได้ที่ทั้งพูดและฟังคนอื่นไปในเวลาเกือบจะพร้อมๆกันได้ สิ่งที่ทำให้พวกเราอยู่กันได้อย่างมีความสุขในสิ่งแวดล้อมแบบนี้นั้น อาจจะเป็นเพราะบุคลิกลักษณะที่ไปกันได้ของพวกเราในหน่วยด้วย เพราะเราต่างก็เข้าใจกันและกัน ถ้ามีเรื่องอึดอัดขัดใจใดๆ เราก็พูดกันตรงๆไม่ค่อยอ้อมค้อม จบแล้วก็จบกันไม่เก็บมาบาดหมางขุ่นเคืองระยะยาว
แต่อย่างไรก็ตาม จากการที่เราได้เคยมีกิจกรรมร่วมกันและได้สังเกตพฤติกรรมการแสดงออกของพวกเรา ก็เคยคิดว่า การฟังให้มากขึ้นอาจจะช่วยให้เราทุกคนได้รับประโยชน์ในชีวิตมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งการจะปรับเปลี่ยนเอกลักษณ์ส่วนบุคคลของเราเองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการควบคุมตัวเองเป็นอย่างมาก แต่จากกิจกรรมที่พวกเราช่วยกันคิดขึ้น เช่น เสวนาวิชาการบ่ายวันพุธ เรียนภาษาอังกฤษบ่ายวันศุกร์ ก็มีส่วนช่วยปรับพฤติกรรมได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆที่มักเกิดในช่วงเวลาเร่งรีบยามเช้าที่เราทำงานกันอยู่แค่ 3-4 คนที่ทำให้ได้คิดขึ้นมาอีกว่า เรายังต้องฝึกกันอีกมาก เพื่อที่จะฟังให้มากขึ้น พูดให้น้อยลง เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่สงบขึ้นให้กับชีวิตการทำงานในสังคมเล็กๆของเรา เขียนบันทึกนี้ไว้เพื่อเตือนตนและช่วยๆกันเตือนคนอื่นด้วยค่ะ เพราะเรื่องนี้ดูเหมือนใครๆก็รู้และเห็นจริงด้วย แต่เวลามีเหตุจริงๆเกิดขึ้น เราจะเผลอตัวปากไวไปก่อนสมองเสมอ ต้องเตือนตนนี่แหละค่ะจึงจะดี
ขอบคุณสิ่งดีดีที่แบ่งปันค่ะ
แหม... แต่เป็นครูพูดน้อยไม่ค่อยจะได้... จะพยายามนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ