ผักปรัง...

•เราใช้เมล็ดที่แก่มาทำสีใส่ขนม...ให้สีชมพูม่วงที่น่ารับประทานมาก เป็นการบันทึกข้อมูลเพิ่มเติมจากบันทึก...ทัมทิมกรอบ...หวานๆแห่งความรัก
•เรามาทำความรู้จักหน้าตากันหน่อยน่ะค่ะ
•เป็นเถาไม้เลื้อย
•ช่อดอก
•เมล็ดแก่จะมีสีม่วงชมพู
•เอามือบี้ดูน่ะ...เป็นอย่างนี้...นิ่มๆมีน้ำสีม่วงชมพูหรือชมพูม่วงนั่นล่ะ
•ละลายกับน้ำเจือจาง...ลงอีกเล็กน้อย
•ทำขนมแล้วได้สีนี้ค่ะ อ่อนลงอีก...น่ากิน พอดี...
•มาดูข้อมูลวิชาการกันน่ะค่ะ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Basella rubra linn.
ชื่ออื่น ผักปรังใหญ่ (ภาคกลาง) ผักปั๋ง (ภาคเหนือ) เหลาะคุ้ย (จีนแต้จิ๋ว) ลั่วขุย (จีนกลาง)
ผักปรังเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ Basellaceae เป็นไม้เลื้อย ยาวหลายเมตร แตกกิ่งก้านสาขามากทั้งเถาฉ่ำน้ำ มีสีเขียวหรือม่วงแดงใบเดี่ยวออกสลับกัน มีก้านใบยาว ฐานใบกว้าง ตัวใบกลมรีคล้ายรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ยาวประมาณ ๓-๑๒ เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อจากที่ง่ามใบหรือที่ยอด ดอกขนาดเล็กมีกลีบชมพู ผลฉ่ำน้ำขนาดใหญ่กว่าเมล็ดพริกไทย เมื่อผลแก่จะเป็นสีดำ

ผักปรังในฐานะอาหาร

ผักปรังมีส่วนที่นำมาประกอบอาหารได้ทั้งยอดอ่อนและดอก โดยนำมาแกงส้ม ในภาคเหนือจะนำมาแกงใส่แหนม ในภาคอีสานจะนำยอดอ่อนมาต้มทำเป็นเครื่องจิ้มน้ำพริก
รสชาติของผักปรังจะออกหวานนิดหน่อย ผักปรังมีลักษณะเฉพาะคือจะฉ่ำน้ำและจะมียางเป็นเมือกลื่นๆ เวลากินจะรู้สึกลื่นๆ

ใบและยอดอ่อนปรุงเป็นอาหาร ให้แคลเซียม เหล็ก และวิตามินเอ บี ซี เบต้าแคโรทีน เป็นผักที่มีกากมาก ช่วยระบายในคนที่ท้องผูกเป็นประจำ
นอกจากนี้
•ผลของผักปรังที่สุกจะมีสีม่วงแดงสามารถนำมาใช้แต่งสีขนมเยลลี่ หรืออาหารต่างๆได้

สมุนไพร
ผักปลังเป็นผักที่ช่วยหล่อลื่นลำไส้ ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน ท้องผูก ปัสสาวะขัด บิด ถ่ายเป็นเลือด แก้ผื่นแดงคัน แผลสด ฝีเป็นหนอง

ตำรับยาและวิธีใช้
๑. ท้องผูก ใช้ใบสดปรุงเป็นอาหาร กินเป็นประจำ
๒. ขัดเบา ใช้ต้นสด ๖๐ กรัม ต้มน้ำดื่มต่างน้ำชา
๓. อึดอัดแน่นท้อง ใช้ใบสดหรือยอดอ่อน ๖๐ กรัม ต้มน้ำเคี่ยวให้ข้นแล้วกิน
๔. ฝีหรือแผลสด ใช้ใบสดตำพอก วันละ๑-๒ ครั้ง
๕. ผื่นแดงหรือแผลไฟไหม้ ใช้น้ำคั้นจากใบสด
ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน http://www.doctor.or.th/node/2931
ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน...ขอให้มีความสุขน่ะค่ะ...สวัสดีค่ะ♥♥♥