กระบวนกรต้องนำพาผู้เรียนเข้าสู่สภาะ "สัมปะชัญญะ" ให้ได้ก่อนที่ผู้เรียนจะเรียนรู้ (หมายเหตุ สภาวะนี้อธิบายด้วยคำพูดได้ยาก อ่านหนังสือเองก็จะไม่เข้าใจ ต้องสัมผัสด้วยตนเองแล้วจะเห็นเอง) การเข้าสู่สภาวะ "สัมปะชัญญะ" ของผู้เรียนได้นั้น คือ การเริ่มต้นของการเรียนรู้แบบจิตตปัญญาศึกษา ไม่เช่นนั้นผู้เรียนจะไม่สามารถก้าวข้ามจากการเรียนรู้กระบวนทัศน์เก่าที่เรียนด้วยสมอง ก้าวไปสู่การเรียนรู้ในกระบวนทัศน์ใหม่ที่เรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญได้

 

กระบวนกรฝึกหัดจำนวนไม่น้อยเมื่อไปทดลองเป็นกระบวนกรจริง ๆ นั้น จะพบว่า บางครั้งก็ work และบางครั้งก็ไม่ work ท่านคิดว่า เป็นเพราะเหตุใด ? ...

 

 

 

 

Jitta01

 

  • ที่เป็นเช่นนั้น คงมีเหตุปัจจัยแตกต่างกันไป

 

 

  • ส่วนตัวผมแล้ว หลังจากที่ได้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นกระบวนกรจิตตปัญญาศึกษา ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฏาคม 2551 ก็ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมและนำมาบูรณาการตามบุญวาสนาและวิถีแห่งตน โดยทำการปรับปรุงให้ดีขึ้นตลอดเวลา  แต่ก็ยังดูเหมือนว่า ติดขัดอะไรบางอย่างที่ทำให้บางครั้งผมไม่สามารถนำพาผู้เรียนไปถึงฝั่งที่ควรจะเป็นได้
  • เมื่อได้รับการฝึกอบรม 4 วันในครั้งนี้ ทำให้ผมทราบเหตุปัจจัยหลักของปัญหาการเป็นกระบวนกรของผม นั่นคือ ผมไม่เข้าใจเคล็ดวิชาบางอย่างที่เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นกระบวนกร นั่นเอง

 

 

 

Jitta02

 

 

  • เคล็ดวิชาที่ว่านั่นคือ  ...กระบวนกรต้องนำพาผู้เรียนเข้าสู่สภาะ "สัมปะชัญญะ" ให้ได้ก่อนที่ผู้เรียนจะเรียนรู้ (หมายเหตุ สภาวะนี้อธิบายด้วยคำพูดได้ยาก อ่านหนังสือเองก็จะไม่เข้าใจ ต้องสัมผัสด้วยตนเองแล้วจะเห็นเอง) การเข้าสู่สภาวะ "สัมปะชัญญะ" ของผู้เรียนได้นั้น คือ การเริ่มต้นของการเรียนรู้แบบจิตตปัญญาศึกษา ไม่เช่นนั้นผู้เรียนจะไม่สามารถก้าวข้ามจากการเรียนรู้กระบวนทัศน์เก่าที่เรียนด้วยสมอง ก้าวไปสู่การเรียนรู้ในกระบวนทัศน์ใหม่ที่เรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญได้
  • จริง ๆ แล้วง่ายกว่าที่คิดเยอะ นั่นคือ ไม่ต้องคิดนั่นเอง สัมผัสตรง ๆ ด้วยกับใจที่เปราะบางของผู้เริ่มต้นใหม่สดเสมอนั่นเอง

 

  • ในบันทึกต่อ ๆ ไปเราจะมาดูกันว่า เราจะนำพาผู้เรียนเข้าสู่ "สัมปะชัญญะ" ได้อย่างไร ? เมื่อเข้าสู่สัมปะชัญญะได้แล้ว จะทำอย่างไรต่อไป เป้าหมายคืออะไรกันแน่ ? ...