อ่านคนตามแบบซุนวู
เมื่อเอ่ยถึงการอ่านคนตามหลักพิชัยสงครามแล้ว ไหนจะละเลยไม่พูดถึงซุนวูได้ เรื่องการอ่านจิตใจฝ่ายตรงข้ามนี้ ซุนวูได้ให้ข้อคิดแก่ชนรุ่นหลังไว้อย่างน่าขบคิดทีเดียว ลักษณะวิธีการอ่านคนแบบซุนวู เป็นต้นแบบแห่งการอ่านคนอันทรงคุณค่าลึกซึ้ง สมควรที่คนรุ่นใหม่จะได้ศึกษาเก็บเกี่ยวมาประยุกต์ใช้ในการงานและการสัมพันธ์ติดต่อกับบุคคล ซุนวูตอนเดินทัพ มีวิธีประเมินข้าศึกดังนี้
1. ข้าศึกโหวกเหวกอึกทึก แสดงว่าหวาดกลัว ยามดึกได้ยินเสียงข้าศึกร้องอึกทึกนั่นหมายถึงต้องการกลบเกลื่อนความหวาดกลัว ยิ่งถ้าส่งเสียง" บุกเข้าไปเลย ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก" ยิ่งสอนให้รู้ว่ากำลังปลุกปลอบใจซึ่งกันและกันจึงฝืนทำเป็นใจกล้า ดังนั้นพวกกองสอดแนมที่ถูกส่งไปสืบความยังทัพข้าศึก พอตกกลางคืนเห็นพวกข้าศึกโห่ร้องเอาชัยกันเอิกเกริกประมาณได้เลยว่า ข้าศึกกำลังขวัญหนีดีฝ่อ
2. ธงโบกสะบัดไหว ทัพวุ่นวาย
ยามใดที่เห็นธงธวัชของฝ่ายศัตรูโบกไหวไปมา ย่อมแสดงว่าในทัพปรปักษ์กำลังเปิดศึกภายใน รวนเรระสำระสายเสียแล้ว เมื่อเยี่ยมชมบริษัทหนึ่งเห็นขยันเปลี่ยนบรรยากาศจัดที่ทำงานกันเสียเรื่อย ส่อให้เห็นว่าภายในต้องมีความขัดแย้งคุกกรุ่นอยู่ระดับหนึ่ง ไม่ก็แสดงว่า พนักงานขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน ทำไปอย่างซังกะตาย หัวหน้างานเองพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะแก้ไขสถานการณ์แต่ก็ดูเหมือนไร้ผล
3. นายทหารโกรธง่าย แสดงว่า ทัพข้าศึกกำลังเหนื่อยอ่อน การที่หัวหน้าเกรี้ยวกราดเอากับลูกน้อง แสดงว่าทุกคนกำลังเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียกับการทำงาน และประสิทธิภาพในการทำงานของทั้งหัวหน้าและลูกน้องลดน้อยลง
หากเห็นใครดุด่าคนในบ้านหรือบ่นโวยวายว่าคนแวดล้อมช่างไม่ได้ดั่งใจเสียเลย อาจประเมินได้ว่าคนผู้นั้นมีจิตใจว้าวุ่นไม่สงบ คงไม่ผิดจากความจริงเท่าใดนัก
4. ทำเป็นใกล้ชิดสนิทกับลูกน้อง ย่อมแสดงว่ากำลังสูญเสียความภักดีไป เมื่อเห็นนายทัพ ทำทีสนิทสนมใกล้ชิดเอาอกเอาใจลูกทัพโดยไม่ถือยศศักดิ์ นั่นหมายถึง เขากำลังประสบปัญหาลูกน้องเอาใจออกห่าง
5. ปูนบำเหน็จหนัก มักลงโทษ แสดงว่าเข้าตาจน เจ้านายที่ขยันตกรางวัลและทำโทษเป็นประจำแสดงว่าเขาผู้นั้นกำลังเข้าตาจน
6. แสดงอำนาจบาตรใหญ่แล้วกลับปลอบโยน ไม่ใช่นายทัพที่เชี่ยวชาญ
แสดงอาการโกรธกริ้ว หรือใช้อำนาจข่มทหารให้หวาดกลัวแล้วเกิดกังวลว่า เขาจะมีใจออกห่างจึงแกล้งไปทำดีด้วย แสดงว่าจิตใจนายทัพไม่มั่นคงแน่วแน่ ในปัจจุบันมีหัวหน้าที่ทำท่าเข้มแข็งให้เป็นที่ยำเกรงแก่ลูกน้อง เมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดความเสียใจว่าไม่น่าจะทำเกินไป กลัวลูกน้องจะต่อต้านจึงแกล้งทำดีด้วย หัวหน้าเช่นนี้ เราอาจประเมินได้ว่า ยังไม่เข้าขั้น