Appreciative Inquiry : การขอด้วยป้ายราคา

ณ ขอนแก่น... ตอนที่เริ่มเขียนบทความนี้เวลา 22.43 น.

เพิ่งกลับมาจากกินเนื้อย่างมาครับ... หมดไป 120 บาท

อิ่มมากมาย ได้เจอเพื่อนๆน้องๆวิศวะฯเยอะเลย ดีใจมากกกก

ไม่ผิดหวังจริงๆครับที่กลับมา สุขใจมากมาย หัวเราะซะดังเลย

แก๊งตลกมาเจอกัน คิดถึงวันวานเก่าๆจริงๆครับ ช่วยนั้นมีแต่ความสุขและเสียงหัวเราะ

พรุ่งนี้ก็ไปตะล่อนกันต่อกับพวกนี้ละครับ เดี๋ยวถ้ามีอะไรสนุกๆจะมาเล่าให้ฟัง ^^



เรื่องราวในวันนี้ ได้แรงบันดาลใจมากจากคอมเม้นของพี่วิ่ว กับท่านทนายครับ

ในบทความเรื่อง "ผู้หญิง ร้านเสื้อผ้า และจิตวิทยาการขอ" ถ้าใครพลาด >>> คลิกอ่านได้ที่นี้ครับ <<<

ประเด็นมันอยู่ที่ว่า "แล้วถ้าร้านที่แต่งหน้าร้านหรูๆ แต่ไม่มีคนเข้า... จะทำยังไงละทีนี้ ???"

เรามีคำตอบให้ท่านแล้วครับ... แถมมาจากประสบการณ์จริงที่ใช้แล้วเวิร์คซะด้วย....มี 2 เคส ตามมาครับ ^^



เคสแรก(ต้องขอขอบคุณพี่วิ่วครับ)... เกิดขึ้นที่เกรทเฮาร์แห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ครับ พี่วิ่วเล่าให้ฟังว่า...

"พี่เคยไปพักที่เกรทเฮาร์ชื่อ Marlboro คือมีเพื่อนแนะนำมาบอกว่าถูกครับ คืนละ 150 บาทเอง พอตกกลางคืน

พี่ก็ไปนั่งดื่มเบียร์ที่บาร์ในเกรทเฮาร์ คุยกันไปคุยกันมากับเจ้าของร้าน เจ้าของร้านก็เล่าให้ฟังว่า "เมื่อเจ๊ก่อนเปิดร้านเบียร์ที่ๆ

นักท่องเที่ยว(ฝรั่ง)เยอะมาก คู่แข่งก็เยอะมาก ร้านเจ้ก็ทำดีนะ ดูหรูเลยละ แต่ไม่ค่อยมีคนเข้า... อยู่มาวันนึงมีฝรั่งมากิน พอเช็คบิล

ผรั่งก็ถามว่า "ทำไมร้านยูถึงถูกอย่างนี้ ไอนึกว่าจะแพงกว่านี้ รู้มั้ยว่าที่ไอกล้าเข้าร้านยูเนี่ยเพราะว่าไอหนะรวยแล้วก็มีตังค์เลยกล้าเข้า

คนอื่นเค้าคงคิดว่า...แพง...เลยไม่กล้าเข้า" ฝรั่งคนนั้นเลยแนะนำให้"ติดราคาสิ"(เขาจะได้รู้ว่าไม่แพง) เจ้แกก็เชื่อครับ

ไปทำป้ายบอกราคามาติดที่หน้าร้าน จากนั้นก็ขายดิบขายดี ลูกค้าเข้าร้านไม่ขาดเลยละครับ"



เคสที่ 2 (ขอขอบคุณท่านทนายครับ)... เกิดขึ้นที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งแถวถนนเทพารักษ์ ท่านทนายแชร์ให้ฟังว่า...

"เจ้าของตกแต่งดีมากๆ โดยเฉพาะคอฟฟี่ช็อป อาหารไม่แพง แต่ดันไม่มีลูกค้าเข้า ผมเสนอให้เจ้าของทำป้ายราคาไปตั้งไว้หน้าโรงแรม

ท่านก็ทำป้ายซะหรูไปว่างไว้ แต่..."มองไม่เห็นราคาอาหาร"ต้องเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็มีลูกค้าเพิ่มบ้างครับ ผมเลยใช้ปากกาเมจิก

เขียนตัวโตๆว่า  "กาแฟทุกชนิด 35 บาท"  จากนั้นมีลูกค้าเข้าร้านยอดขายหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว นำไปจ่ายค่าจ้างพนักงานได้ทั้งโรงแรมครับ



ตัดมาที่จุดนี้ครับ.... ทั้ง 2 เคสนี้ ให้อะไรกับเราบ้าง... มาดูกันครับ ^^

จะเห็นได้ว่าปัญหาของทั้ง 2 เคสเหมือนกันคือ "การแต่งหน้าร้านที่ดูหรูเกินไป" จนลูกค้าไม่กล้าที่จะเข้ามาใช้บริการ

เพราะคิดว่ามันต้องแพงแน่ๆ... จุดเปลี่ยนที่ทำให้ทั้ง 2 ร้านนี้กลับมาขายดิบขายดีก็บังเอิญตรงกันก็คือ มีคนแนะนำ

ให้ "ทำป้ายบอกราคาติดไว้ที่หน้าร้าน" แล้วมันก็ได้ผลครับ... เมื่อลูกค้าเห็นป้ายราคาแล้ว รู้ว่ามันไม่แพงอย่างที่คิด

แถมร้านก็หรูซะด้วย ทำไมเขาจะไม่เข้ามาใช้บริการละ... จริงไหมครับ



ทั้งหมดนี้
... ผมขอเรียกว่า "การขอด้วยป้ายราคา" ละกันครับ... ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ... หลายๆครั้งที่ผู้บริโภค

เลือกที่จะเข้าไปใช้บริการในร้าน โดยการตัดสินใจจากป้ายราคาพวกนี้ แล้วยิ่งร้านเราหรู แถมราคาไม่แพงอย่างที่คิด

"ป้ายราคานี้"ก็จะกลายเป็นเหมือนตัวช่วยในการตัดสินใจสำหรับลูกค้า ถ้ามองในแง่ของเจ้าของร้านมันก็คือตัวดูดดีๆนี่เอง... จริงไหมครับ ^^

 

ลองนำไปปรับใช้กันดูครับ... ร้านดีๆจะได้ไม่ตกม้าตาย เพราะจุดเด่นของตัวเองอีกต่อไป



แล้วคุณละคิดยังไง ^^