เพลี้ยแป้งเจ้าตัวร้าย

              เมื่อถึงฤดูแล้ง สภาพบรรยากาศมีความชื้นต่ำติดต่อกันหลายเดือน เป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการระบาดและเพิ่มปริมาณของแมลงศัตรูพืช  เกษตรกรผู้ปลุกมันสำปะหลังต้องหมั่นเฝ้าระวังเพลี้ยแป้ง  ซึ่งสามารถทำความเสียหายให้กับมันสำปะหลังทั้งต้นพันธุ์และมันสำปะหลังซึ่งกำลังเจริญเติบโต เกษตรกรควรหมั่นตรวจสอบพืชของตนเอง หากพบการระบาดในระยะเริ่มแรกซึ่งยังมีปริมาณน้อย ให้กำจัดโดยวิธีกล เช่น ใช้มือขยี้ทำลาย หรือฉีดพ่นด้วยน้ำ หากปล่อยให้มีการเพิ่มปริมาณมากจะทำให้การป้องกันกำจัดไม่ได้ผล

            เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง เป็นแมลงปากดูด ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ใบ ยอด และส่วนตา ตัวเต็มวัย มีแป้งปกคลุมมาก นอกจากทำลายพืชแล้วมูลที่ถูกขับถ่ายออกมาเป็นของเหลวทำให้เกิดราดำบนใบและส่วนอื่นๆ ของต้นพืช   ซึ่งมีผลต่อการสังเคราะห์แสงได้น้อย การดูดกินน้ำเลี้ยงของเพลี้ยแป้งทำให้การเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ลำต้นมีช่วงข้อถี่ ยอดและใบบิดเบี้ยว ยอดแห้งตาย หรือยอดแตกพุ่ม และอาจมีผลกระทบต่อการสร้างหัวหากพืชยังเล็ก ลำต้นมันสำปะหลังที่มีราดำขึ้นปกคลุมเมื่อนำไปใช้เป็นท่อนพันธุ์อาจทำให้ความงอกลดลง  การแพร่ระบาดเพลี้ยแป้งจะแพร่กระจายตามลำต้น ซอกใบ ใต้ใบมันสำปะหลัง ปริมาณจะเพิ่มขึ้นจนเต็มข้อ ตามลำต้น ส่วนใบ และส่วนยอด  ในส่วนของการแพร่กระจายของเพลี้ยแป้งหากสภาพอากาศแห้งแล้งและฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน จะขยายปริมาณอย่างรวดเร็ว ตัวอ่อนวัย 1 เป็นวัยที่เคลื่อนย้ายไปตามส่วนต่าง ๆ ของพืช เป็นวัยสำคัญในการแพร่กระจายไปสู่บริเวณพื้นที่อื่น โดยการติดไปกับท่อนพันธุ์หรือกระแสลม 

             แนวทางในการป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งว่า ควรหลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลังในช่วงที่พืชยังเล็กจะกระทบกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการขยายปริมาณเพลี้ยแป้ง ใช้พันธุ์ที่ทางรัฐบาลแนะนำเช่น ระยอง 90 ไม่มีการทำลายของเพลี้ยแป้งในระดับที่ความเสียหาย   เก็บส่วนของพืชที่มีเพลี้ยแป้งออกจากแปลง เผาหรือทำลาย และทำความสะอาดแปลงเก็บวัชพืช ซากพืช ออกจากแปลงหลังเก็บเกี่ยวแล้ว  อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ ทั้งแมลงเบียนและแมลงห้ำคอยควบคุมปริมาณเพลี้ยแป้งให้อยู่ในระดับสมดุลอยู่แล้วในสภาพปกติ และควรใช้สารฆ่าแมลงเมื่อมีการระบาดของเพลี้ยแป้งอย่างรุ่นแรง พืชเริ่มแสดงอาการถูกทำลาย พ่นเฉพาะบริเวณที่พบแมลง ระยะที่เหมาะสมเป็นระยะที่เพลี้ยแป้งอยู่ในวัยที่ 1-2 เนื่องจากยังไม่มีแป้งเกาะตามลำตัว เพราะแป้งจะเป็นเกราะกำบังสารฆ่าแมลงได้อย่างดี พ่นเฉพาะบริเวณที่พบแมลงเท่านั้น

 

         สำหรับการใช้สมุนไพร นั้นพี่เสรี  กล่ำน้อย เจ้าของสวนส้ม "พวงฉัตร" ได้เคยให้เกษตรกรไร่มันสำปะหลังผู้หัวไวใจสู้นำสูตรนี้ไปใฃ้แล้วว่าได้ผลดี

วัสดุ

    1. มะพร้าวขูด    2     ขีด  ช่วยพังทลายผนัง หรือแป้งที่คลุมออก เปิดช่องทางให้ยาสูบเข้าทำลาย

   2. ยาสูบ(ยาเส้น)   1 ขีด ทำลาย แมลงศัตรูพืช

   3. กาแฟ 100%    3 ช้อนโต๊ะ(พูน) กระตุ้นให้แมลงอ่อนแอ

   4. น้ำต้มสุก                1  ลิตร

วิธีทำ

 

    นำมะพร้าวขูดผสมกับยาสูบคลุกเคล้าให้เข้ากัน  เติมน้ำร้อนลงไป ทิ้งไว้ให้อุ่นขยี้ให้น้ำกะทิแตก ก่อนนำไปบีบคั้นเอาน้ำออก กรองด้วยตาข่ายเขียวหรือผ้าขาวบาง

   

 นำน้ำที่คั้นผสมกับกาแฟที่เตรียมไว้ เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำสมุนไพรป้องกันเพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ หรือไรแดง

อัตราการใช้  20-50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ้นให้ทั่ว ช่วง เช้าหรือ เย็น  ถ้าเหลือแช่ไว้ในตู้เย็นครับ

***** อย่าเพิ่งเชื่อนะ เเพราะจำมา และเอกสารทำหายไป แต่สิ่งที่ต้องการคือ

ขอให้ไปทดลองทำและทดลองใช้ แล้วมาแลกเปลี่ยนกันครับ เพราะเพลี้ยแปล้งระบาดหนัก ไม่ต้องการให้เกษตรกรต้องใช้สารเคมีที่มีราคาแพงครับ......ขอบพระคุณมากครับ

          เราต้องช่วยกันทุกองค์กร....ทุกคน....ก่อนที่...จะสายเกินไปกว่านี้..เพราะโรคและแมลงพัฒนาตัวของเขาเองเร็วเกินกว่าวิชาการจะตามทัน

ในความคิดของผู้เขียน..คิดว่าเหมือนกับการเกษตร และวิถีชีวิตคนไทยคงต้องกลับเข้าสู่วิถีเก่าที่บรรพบุรุษ ได้ทำไว้ เช่น นาดำ  แล้วมันสำปะหลังละ คงไม่โบราณหรือล้าสมัยมากเกินไปที่เราจะใช้สารสมุนไพร  บางครั้งแมลงที่สร้างภูมิคุ้มกันที่ต้านทานต่อสารเคมี อาจต้องมาตายด้วยสารสมุนไพรที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ยุ่งยาก หรือซับซ้อนมากเกินไป