หนูตื่นขึ้นรู้สึกว่าอากาศค่อนข้างเย็น พอลืมตาขึ้นมามองไปรอบ ๆ เห็นมีอีกสองคนนอนข้าง ๆ ระลึกว่า วันนี้ที่วัดมีคนมาร่วมนอนด้วยอีกสองคน หนูค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่งสมาธิภาวนาปฏิบัติบูชาต่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ประมาณตีห้ากว่า ๆ ค่อย ๆ เปิดประตูห้องแล้วลงมาช่วยทำครัว
วันนี้ยืนล้างผักค่ะ มองตอนแรกนึกว่าเป็นผักชี แต่กลิ่นที่โชยมาคือขึ้นฉ่าย การค่อย ๆ ล้าง ขึ้นฉ่ายทั้งต้นเล็กและใหญ่ที่พันกันอยู่นี่ ทำให้หนูนึกถึงกิเลสที่พันกันยุ่ง ๆ อยู่ในใจ อันที่ใหญ่ ๆ หยิบออกมาทำความสะอาดง่าย แต่อันที่เล็ก ๆ นี่ต้องค่อย ๆ บรรจง ล้างเช่นเดียวกัน มีแม่อีกท่านหนึ่งมาช่วยหนูล้างพลางชวนหนูคุยไปด้วย หนูจึงคุยไปดูใจตนเองไป ไม่นานนัก แม่ชีท่านหนึ่งเดินมาสะกิดแล้วบอกว่า “หนูช่วยเอาปลาออกจาก้างให้ที” หนูจึงขอโอกาสไปทำงานที่ได้รับมอบหมาย “ปลาช่อนแห้ง ที่ต้มแล้ว หนูค่อนๆ เตรียมอุปกรณ์และจัดเก้าอี้ให้นั่งสบายเพื่อภาระกิจนี้ อืมพอทำ ๆ ดู มันไม่ง่ายอย่างปลาสด เพราะปลาแห้ง ก้างปลาจะค่อนข้างติดกับเรื้อปลา ส่วนที่ยากดูเหมือนจะเป็นก้างปลาชิ้นเล็ก ๆ ที่เรียงกันอยู่บริเวณถัดจากหัวปลา ตอนแรกหนูก็ทำไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ แต่พอก้มมองนาฬิกาแล้วก็ระลึกว่า “ต้องไปรับแม่มาจังหันเช้า” ใจหนูก็เต้นตุ๊บ ๆ เพราะเกรงว่าจะไม่ทัน ใจหนูเริ่มหาช่องทาง มีข้อเสนอขึ้นมาในใจ ให้คนอื่นทำต่อ มอง ๆ ไปรอบ ๆ มีแต่แม่ ๆ ที่ท่านตาไม่ค่อนดี ซึ่งท่านเอ่ยกับหนูว่า เพราะท่านตาไม่ค่อยเห็นจึงได้วานหนู ทางเลือกค่อย ๆ ถูกตัดออกเรื่อย ๆ ขณะที่หนูพิจารณาไปด้วย ทำไปด้วย จึงตั้งใจกันตนเองว่า เอาน่าทำให้เสร็จ เหลืออีกนิดหน่อย รับผิดชอบต่อหน้าที่ให้ดีที่สุด พอเสร็จแล้วจึงขอโอกาสไปรับแม่ หนูแทบวิ่งขึ้นไปที่รถเพราะเมื่อคืนจอดไว้ห้องน้ำข้างศาลา แต่ก็บอกตนเองว่า “อยู่ที่ไหน อยู่ในชุดอะไร สำรวม ๆ” จึงเดินเร็ว ๆ แทนพอไปถึงรถขับ ๆ ไป เจอหลวงปู่ จึงกราบว่าก่อน “ท่านถามว่า “จะกลับแล้วเหรอ” หนูตอบท่านว่า “ลงไปรับแม่มาจังหันเจ้าค่ะ พอดีพ่อไม่อยู่” “พ่อไปไหนหล่ะ” “ไปภาวนาที่หนอบัวเจ้ค่ะ” “ไปไกลแท้ เอ้า ไป ๆ” “เจ้าค่ะ”
พอขับรถออกจากวัดหนูก็โทรหาพี่สาวให้บอกว่ากำลังไปรับให้แวะรับที่ไหน นัดหมายเสร็จหนูก็รีบบึ่งไปทันที กลับมาที่วัด หนูกับแม่มาถึงก่อนที่รถขนกับข้าวของวัดนิดหน่อย ยกสำรับเรียบร้อย ทั้งหนูและแม่จึงกลับบ้าน พอมาถึงบ้าน แม่ไปขายของที่ตลาด หนูแวะงีบไปประมาณครึ่งชั่วโมงตื่นขึ้นมา เฝ้าร้านให้พี่สาว ขับรถไปส่งของในหมู่บ้านต่าง ๆ ช่วยท่าน ระหว่างทางเราก็ได้รับฟังเรื่องราวกันและกัน ทำให้หนูรู้สึกว่า พี่สาวเป็นคนที่ทำงานหนักทั้งข้างนอกและภายใน เป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัวเลยค่ะ ตอนเย็นครูโทรมาเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง ครูเล่าถึงอาจารย์ ถึงความสดใสมีชีวิตชีวาของท่าน หนูรู้สึกประทับใจมาก ๆ ค่ะ ครูให้แนวทางการตัดสินใจเรื่องเรียนป.เอกของหนูว่า ให้เรียนปรึกษาอาจารย์ท่านจะได้ให้คำแนะนำ หนูรู้สึกขออบพระคุณครู ตอนเย็น ๆ พ่อกับน้ากลับมาแล้ว เราล้อมวงทานเข้าเย็นกันทั้งครอบครัวก่อนที่ พ่อกับน้องน้ำตาลจะขับรถมอเตอร์ไซด์มาส่ง เหมือนพ่อขับรถมาส่งหนูไปโรงเรียนเลยค่ะครู
ศีล
- ทรงผมที่ตัดใหม่ดูเหมือนว่าจะสั่นสะเทือนความรู้สึกของใครหลาย ๆคนค่ะ แล้วหนูก็รู้สึกได้กลับมาทบทวนตนเองว่า ใจหนูก็ยังสั่นไหวกับเสียงของคนในครอบครัวเรื่องนี้อยู่เจ้าค่ะ
- หนูทำร้ายของรักของใครไหม ดูจะเป็นของเล่นของเด็ก ๆ ที่บางทีหนูก็เก็บไปโดยไม่ได้บอกเขาค่ะ
- วันนี้ก็มีแว๊บ ๆ คิด ถึงหน้าคนโน้นที คนนี้ทีค่ะครู
- พูดเยอะค่ะ ลูกค้าเยอะ บางทีหนูก็เพ้อเจ้ออยู
- ความประมาท หนูยังเผลออยู่ค่ะครู ขายของก็จมอยู่กับการขายอยู่ ก็รู้สึกสบายขึ้นกว่าแต่ก่อนค่ะ
กราบขอบพระคุณครูเจ้าค่ะ