หนูตื่นขึ้นมาบนรถทัวส์ กลับถึงบ้านไปไหว้แม่ที่ตลาด ทราบว่าพ่อ พาญาติจากอุบลราชธานีกับน้าสาวไปภาวนาที่วัดที่หนองบัวลำภู ตอนแรกแม่ว่าจะให้ขายของช่วยแต่ท่านเปลี่ยนใจให้คนมาช่วยขาดแล้วให้หนูไปจังหันที่วัด แม่ท่านเตรียมกับข้าวให้ เรียบร้อย มีน้องตั้มและน้องตาลลูก ๆ ของพี่สาวมาวัดด้วย เช้านี้เป็นวันพระที่วัดป่าจะไม่บิณฑบาตรจะบิณฑบาตรในศาลาแทน วันนี้น้องตั้มและน้องตาลช่วยกันยกหม้อกับข้าวหลังพระท่านตักแล้วมาเก็บ เป็นภาพที่ประทับใจหนูมากทั้งสองทำอย่างร่าเริงเบิกบาน ปกติน้องตั้มจะเป็นคนไม่ค่อยทานข้าว พอชวนมาวัดก็จะขอรีบกลับเสมอแต่วันนี้เดินมาสะกิดหนูแล้วบอกว่า “น้าติ๋ว ๆ วันนี้เราอยู่ทานข้าวก้นบตรกันก่อนนะ เห็นกับข้าวแล้วหิว” หนูยิ้มอย่างเอ็นดูหลานชายแล้วบอกว่า “ได้ค่ะ” หลังรับพรหลวงปู่เมตตาให้โยมทำวัตรเช้าร่วมกัน แล้วค่อยไปทานข้าว
เราลงไปทานกันที่โรงครัวหนูให้เด็ก ๆ รับผิดชอบตนเองคือให้ถ้วยกับช้อนคนละชุดและให้ตัดเท่าที่ตนเองจะทาน แล้วพอขึ้นมาที่ศาลาเจอหลวงปู่ท่านเมตตาญาติโยม จึงมีโอกาสเข้าไปกราบท่าน ท่านเอ่ยให้กำลังใจเรื่องการภาวนาว่า “ผู้นี่เห็นจั่งซี่ภาวนาดีเดะ เอ้าภาวนาไป” หนูสาธุในความเมตตาของท่าน แล้วเลี่ยงออกมานำของไปถวายหลวงพี่
ท่านดูสดใสมากขึ้นดูสบาย ๆ และมีแววตามุ่งมั่นมากค่ะครู ท่านเล่าว่า “ช่วงนี้กลับมาทานข้าวบ้างแล้ว ปฏิบัติแบบสบาย ใจต้องสบายนะ” ท่านย้ำกับหนู “ถ้าเคร่งเครียดแสดงว่า ทำผิด ต้องดูเอา ดูแค่กายกับใจตนเองนี่แหละ”
หลังจากกลับลงมาจากวัดตอนแรกหนูว่าจะเข้าไปงีบในห้องนอนพี่สาวสักหน่อย ท่านเดินมาหาหนูแล้วบอกว่า “เฝ้าร้านให้หน่อย เดี๋ยวจะไปซื้อของที่สกลนคร” จึงได้เฝ้าร้านให้ท่าน แต่ก็เป็นอะไรที่ขายดีมาก ๆ ค่ะ เฮอะ ๆ บางชิ้นที่ทราบราคาก็ขาย ๆ ไป แต่ชิ้นไหนที่ไม่ทราบนี่ต้องโทรคุยกันนาน มีรายหนึ่ง หนูต้องถามราคาตั้งสองหน้ากระดาษ การได้ช่วยของของพี่สาวทำให้ทราบว่า เขาทำงานกันหนักและเหนื่อยขนาดไหนค่ะ เป็นหน้าที่ที่หนึ่งพึงระลึก และต้องตั้งใจทำมาก ๆ
ตกเย็นพี่สาวกลับมา พี่สาวให้หนูชวนแม่ไปภาวนาที่วัด ท่านบอกว่า “ไม่มีใครอยู่บ้าน” หนูจึงช่วยเก็บของปิดร้านที่กลางตลาดให้แม่ ครูค่ะ ขณะที่ปิดร้านช่วยแม่เป็นการเจริญสติดีมาก ๆ เลยค่ะ เพราะสังกะสีที่ให้ปิด และเหล็กท่อนต่าง ๆ นี่ ถ้าไม่ระวังอาจจะบาดเจ็บ ช่วงนี้แม่เจ็บมือและหัวไหล่ ตั้งแต่ล้มครั้งก่อน แต่ท่านก็อดทนไม่บ่น ท่านยังทำงานเหมือนเดิม เพียงแต่เลี่ยงการยกของหนักเท่านั้น แม่เป็นต้นแบบแห่งความอดทนจริง ๆค่ะ
หนูอาบน้ำเตรียมตัวไปวัด วันนี้วันพระหลวงปู่นำภาวนาและเทศน์สอน กลับออกจากศาลาประมาณสีทุ่มค่ะ หนูขึ้นไปเก็บของแล้วลงมาเดินจงกรมต่อแล้วค่อยขึ้นนอนค่ะ
ศีล
- วันนี้หนูเดินทางไกลค่ะ แม้จะรู้สึกเพลียจากการเดินทาง แต่ระลึกว่ามีหน้าที่ ๆ ต้องทำ หนูใช้กายหนักแต่ใจก็โ,งสบายอยูเจ้าค่ะ
- หนูทำร้ายของรักของใครไหม รู้สึกจะไม่นะคะครู
- วันนี้เจอคนเยอะ เห็นคนหน้าตาดีหนูก็ยังแอบมองอยู่ค่ะครู
- วันนี้ พูดเยอะค่ะ ลูกค้าเยอะ มีคนทักเรื่องผมเยอะ บางทีหนูก็ยิ้ม ทักบ่อย ๆ หนูก็รู้สึกสั่นสะเทอนเหมือนกันค่ะ
- ความประมาท หนูยังเผลออยู่ค่ะครู แต่พยายามทำให้ดีที่สุด
กราบขอบพระคุณครูเจ้าค่ะ
ทุกอย่างนั่นน่ะ คือ ความธรรมดา
ลองเข้าไปดูนะ...แล้วน้อมกลับมาดู "ใจ" เราว่า ใจเรานั้นไปตีความว่าอย่างไรบ้างใน ขณะที่เราอ่าน...
ขอบพระคุณค่ะ