จากการประชุมทางไกล กระทรวงสาธารณสุขให้เดินหน้าดำเนินการให้วัคซีนต่อไป  ได้คำตอบจากบันทึกที่ผ่านมากแล้ว ก็คงจะดำเนินการต่อ จำนวนผู้ป่วยจะมารับบริการลดลงไหม คงต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มาก ๆ

สธ.เดินหน้าให้วัคซีนหวัด 2009 ยกเว้นสตูลจังหวัดเดียว

       สธ. เดินหน้าโครงการฉีดวัคซีนหวัด 2009 ทั่วประเทศ ยกเว้น จ.สตูลจังหวัดเดียว แจงสำนักควบคุมโรคทุกจังหวัดทำความเข้าใจการใช้วัคซีน ย้ำกระบวนการผลิตเชื่อถือได้ แม้เป็นสายพันธ์ใหม่ ขณะที่อาการหญิงพัทลุงไม่ได้เกิดจากวัคซีนแต่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง แต่อาการดีขึ้นแพทย์ให้กลับบ้านได้ ด้าน “หมอวิชัย” ชี้หญิงตั้งครรภ์แท้งส่งผลอาสาสมัครทดลองวัคซีนเชื้อเป็นระยะที่ 2 ถอนตัว ด้านผู้เชี่ยวชาญเลื่อนประชุมสัปดาห์หน้า
       
       วันที่ 29 มกราคม นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายหลังการประชุมทางไกลกับ สำนักงานควบคุมโรค (สคร.) จังหวัดต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจในแนวทางการใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ 2009 ว่า ได้แจ้งให้ สคร.ทุกจังหวัดรับทราบแนวทางการปฏิบัติ และเปิดโอกาสให้ซักถามเพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งเป็นการชี้แจงตามปกติ โดยยืนยันว่า
ขณะนี้จังหวัดต่างๆทั่วประเทศยังให้ บริการฉีดวัคซีนแก่หญิงตั้งครรภ์ตามปกติ โดยระงับการฉีดในพื้นที่ จ.สตูล ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจหาสาเหตุกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะแท้งหลังได้รับ วัคซีนเท่านั้น ส่วนการให้วัคซีนทั่วประเทศยังไม่มีเหตุสมควรที่จะหยุดโครงการ เพราะกรณีที่เกิดขึ้นอาจมาจากสาเหตุอื่นไม่ใช่วัคซีน
       
       นพ.ศุภมิตร กล่าวว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นมีกระบวนการผลิตและฉีดมานานหลายสิบปี แม้ว่าจะเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ แต่เทคโนโลยีในการผลิตใช้แบบเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง จึงสามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้ โดยมีการรายงานและเก็บข้อมูลจากประเทศที่ฉีดอย่างสม่ำเสมอ และองค์การอนามัยโลก(WHO) เป็นผู้ตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย ในภาพรวมจนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานความผิดปกติที่รุนแรงหลังการฉีดวัคซีน ซึ่งความผิดปกติหรือโรคแทรกซ้อน ที่เกิดขึ้นยังอยู่ในระดับที่ไม่ผิดปกติ เพราะกลุ่มผู้มีโรคเรื้อรัง หรือ หญิงตั้งครรภ์ ก็จะพบอัตราการป่วยได้อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ

 
       “อาการแพ้วัคซีน หรือผลข้างเคียงสามารถเกิดขึ้นได้หลายระดับ ระดับไม่รุนแรง เช่น ผื่นแพ้ คัน บวม แดง แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คือ กลุ่มที่ฉีดแล้วมีอาการรุนแรง เช่น ชัก หมดสติ ถือเป็นอาการที่น่าเป็นห่วง แต่โรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นภายหลังอย่างที่เคยมีรายงาน เช่น ปากเบี้ยว เมื่อมีการพิสูจน์อย่างละเอียดก็พบว่าไม่ได้เกิดจากการฉีดวัคซีนแต่เกิดจาก โรคประจำตัว”นพ.ศุภมิตร กล่าว
       
       นพ.ศุภมิตร กล่าวด้วยว่า กรณีหญิงตั้งครรภ์ จากการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ในปี 2552 พบว่า
ความเสี่ยงของหญิงตั้งครรภ์เมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จะมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนกลุ่มอื่น และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นเมื่อมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเป็นกลุ่มอันตราย จึงจำเป็นต้องป้องกันไม่ให้หญิงตั้งครรภ์ เกิดโอกาสเสี่ยงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ก็มีการให้บริการ มาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาจะมีการพิสูจน์อย่างละเอียด
       
       นพ.ศุภมิตร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากเดิมที่จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาวิชาการยุทธศาสตร์ด้านการ แพทย์และสาธารณสุข จะหารือเพื่อวางแนวทางในการให้คำแนะนำกับผู้เข้ารับวัคซีน ในวันนี้ (29 ม.ค.) จะเลื่อนเป็นวันที่ 2 ก.พ.นี้ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้าร่วมประชุมสามารถเข้าประชุมได้น้อยเกินไปจน ไม่ครบองค์ประชุม
       
       ด้าน นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าถึงความคืบหน้ากรณีหญิงตั้งครรภ์ 7 เดือน 1 สัปดาห์ที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 จังหวัดสตูล ทำให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตว่า หลังจากแพทย์ได้ให้ยาเร่งคลอด ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่นุ่มนวล ขณะนี้หญิงรายดังกล่าวเริ่มมีอาการปวดท้องและได้นำตัวเข้าห้องคลอดแล้ว คาดว่าจะคลอดในช่วงบ่ายวันนี้ (29 ม.ค.) และจะนำศพทารกดังกล่าว ส่งให้สถาบันนิติเวช รพ.สงขลานครินทร์ ตรวจชันสูตร และรายงานผลกลับมายังผู้เชี่ยวชาญให้ตรวจวิเคราะห์ว่าการเสียชีวิตของทารกใน ครรภ์เกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่
       
       “
ส่วน อาการของหญิงตั้งครรภ์ที่จังหวัดพัทลุง นั้น จากการตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่พบความปกติในครรภ์และทารกในครรภ์ยังสมบูรณ์ ส่วนอาการป่วยของหญิงตั้งครรภ์ เชื่อว่ามาจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) หรือโรคพุ่มพวง จึงไม่ถือว่าอาการที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับวัคซีน ซึ่งในบ่ายวันนี้(29 ม.ค.) แพทย์ได้ให้หญิงคนดังกล่าวเดินทางกลับบ้านแล้ว”นพ.ศิริวัฒน์ กล่าว
       
            
       

เราจะให้บริการต่อในสัปดาห์หน้า จันทร์ถึงศุกร์ และทุกท่านที่มารับบริการจะได้รับทราบข้อมูลและต้องเต็มใจ มีความสมัครใจ เราจะให้ลงลายมือชื่อยินยอมฉีดวัคซีนและได้รับทราบข้อมูลก่อนฉีดวัคซีนนะคะ อาจจะยุ่งยาก ไม่สะดวกถ้าท่านลืมเลขที่บัตรประจำตัวและเลขที่โรงพยาบาลนะคะ อย่าลืมพกบัตร เลข 13 หลักมาด้วยนะคะ