ผลงานของฉัน

ตอนแรกฉันคิดว่าไม่อยากเป็นครู เพราะมีหลายอาชีพที่ฉันอยากเป็นมาก แต่พอสามปีผ่านไปฉันรู้สึกว่า คงจะไม่พ้นอาชีพนี้ ก็เลยตั้งใจที่จะรับประสบการณ์จากโรงเรียน ฉันจึงต้องหาใบประกอบวิชาชีพ และพยายามรีบอ่านหนังสือเพื่อสอบบรรจุให้ได้ ตอนนี้สิ่งที่ฉันรู้ว่าไม่ว่าอาชีพไหนๆ ก็ต้องมีการแข่งขัน ตัดขาโต๊ะกัน เป็นเรื่องธรรมดา เห็นใครดีกว่าไม่ได้ หน่วยงานที่ฉันเป็นครูอัตราจ้างอยู่นี้ก็เป็นเช่นนั้น ฉันจึงพยายามหาโอกาสหลายด้านเพื่อทำให้ฉันอยู่รอดด้วยความดี ผลงาน โดยเฉพาะอย่างหลังนี้ ฉันเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่น นักเรียนน้อยคนมากที่จะนำวิชาภาษาญี่ปุ่นไปสอบ เอเนต แต่ฉันสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ได้โดยการนำเด็กนักเรียนไปเข้าร่วมการแข่งขันทักษะภาษาญี่ปุ่นในหน่วยงานต่างๆ ที่มีหนังสือเชิญเข้าร่วม การที่เด็กได้รับรางวัลนี่แหละ นอกจากโรงเรียนจะได้ชื่อเสียงแล้ว ผอ.ยังให้คำชื่นชมและชื่นชอบในตัวครูผู้ทำให้เด็กได้รับรางวัล โอกาสที่2 ที่ข้าพเจ้าเสนอตัวทำผลงานคือ การเป็นโค้ชวอลเลย์บอลของโรงเรียน เมื่อก่อนข้าพเจ้าเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลอยู่แล้ว ขณะนี้ก็พอมีความรู้และทักษะอยู่บ้าง ก็เลยนำความสามารถที่มีอยู่สอนนักเรียน แล้วนำนักเรียนไปแข่งวอลเลย์บอลในงานกีฬาต่างๆ จนได้รับรางวัลชนะเลิศมาหลายรายการเหมือนกัน เหตุนี้จึงทำให้ได้รับความดีความชอบจากผอ.เป็นอย่างมากอีก  โอกาสที่3 ข้าพเจ้ามีความสามารถทางการแสดง ไม่ว่าจะเป็นฟ้อนรำ เต้น การแสดงต่างๆ เวลาโรงเรียนมีงานอะไรข้าพเจ้าก็จะเสนอตัว รับผิดชอบในงานแสดง ทำให้ข้าพเจ้าใช้ศักยภาพที่มีอยู่ในการออกแบบการแสดงได้อย่างเต็มที่ผลงานที่ออกมาเป็นที่พอใจของครูทั้งโรงเรียนและที่สำคัญก็คือผอ. ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขในการทำงานและสามารถอยู่ในโรงเรียนนี้ต่อไปได้ด้วยตำแหน่งครูอัตราจ้าง ซึ่งรอการสอบบรรจุ ด้วยการพิจารณาจากผลงานต่างๆ ประสบการณ์การเป็นครูทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่า ครูไม่ใช่แค่สอนในห้องเรียนแต่อย่างเดียว ครูคือผู้สอนทุกอย่างให้นักเรียนเก่งหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในตำรา นอกตำรา จึงจะถือว่าเป็นครูที่สมบูรณ์แบบ