“พลังอะไรกันนะ” ที่ได้จากการเขียนบันทึกในบล็อก “เป็นพลังอะไรกันน่ะ”

เรื่องมันยาวค่ะ ตั้งแต่สมัครเป็นสมาชิกเขียนบล็อก และแล้วกว่าเรื่องเล่าจะรวมตัวกัน เป็นพลัง ให้มันเร้าหัวอกเร้าหัวใจ ตอนไหนกันนะ...(ว้า จำไม่ได้)

จากกระแสแฟชั่นการจัดการความรู้ มีทฤษฎีและเครื่องมือให้ถือปฏิบัติ ทั้งที่ต้องพึ่งพาและไม่พึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ ตั้งแต่กิจกรรมสุนทรียสนทนา ล้อมวงคุยกัน  หรือจะเขียนบันทึกให้คนอื่นอ่านรับรู้ ล้วนมีสิ่งสำคัญที่สุดคือ เจ้าตัวจักต้องลงมือทำจัดการกับมัน(ความรู้) เพื่อให้ “ตัวรู้” ติดตามมาปรากฏนั้น เครื่องมือที่เรากำลังเชิดชูให้เป็นตัวเอกครั้งนี้ คือ เว็บบล็อก

เว็บบล็อกคืออะไร มีนิยามไว้มากมาย ขอยกนิยามในบันทึกของ ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ (http://gotoknow.org/blog/tutorial/3)มาค่ะ

บล็อก (Blog) หรือ เว็บบล็อก (Weblog) เป็นเว็บไซต์สำหรับเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวประจำวันเพื่อสื่อสารความรู้สึกนึกคิด มุมมอง ประสบการณ์ ความรู้ และข่าวสาร ในเรื่องที่ผู้เขียนท่านหนึ่งๆ (Blogger) สนใจโดยเฉพาะ ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ทำให้บล็อกต่างกับเว็บบอร์ด และเนื่องจากความจริงใจและอิสระทางความคิดที่สื่อสารออกไป ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน ลักษณะของบุคคลที่หนึ่ง เป็นการบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของผู้เขียนได้เป็นอย่างดีทีเดียว จึงทำให้บล็อกเป็นสื่อที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในนานาประเทศ

การเขียนบล็อกหรือเขียนบันทึกเรื่องต่างๆ ของบล็อกเกอร์แต่ละคน เป็นการเปิดตัวแสดงตน แบ่งปัน และเปิดทางให้ผู้อื่นอ่าน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนะ

บล็อกเกอร์ที่คุ้นเคยกันจะสลับกันทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน (แต่มักไม่ค่อยอยู่โยงเฝ้า)  เป็นแขก (มักชอบไปในยามวิกาล) บอกเล่า รับฟัง แบ่งปันกันไป เมื่อเกิดกระบวนการสลับขั้วกันได้ระยะหนึ่ง จะเกิดความคุ้นเคยกัน ทั้งที่ไม่ได้เห็นตัว เจอหน้าตา สัมผัสยิ้ม สวัสดีทักทายต่อหน้าต่อตา (แต่ไม่ถึงขั้นฟันกับฟันหรอกนะคะ) ซึ่งเมื่อบังเอิญหาเหตุให้ได้มาเจอตัวเป็นๆ กัน  ก็จะบังเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ เข้าใจไปเองว่าเธอฉันทำงานที่เดียวกัน เจอหน้ากันทุกวันอยู่แล้ว  การรู้จักคุ้นเคยกันผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเว็บบล็อก มันจึงไม่ยากในการปรับคลื่นจูนเข้าหากัน นั่นจะเป็นการกระจายพลังแห่งมิตรภาพว่าเหมือนจะรู้จักกันมานานแสนนานหรือเปล่า พลังนั้นเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดเรื่องดีๆ สิ่งดีๆ ในเวลาต่อมา อย่างเช่น การมารวมกันเพื่อทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกัน   ความเข้าใจเห็นใจเมื่อใครสักคนมีเรื่องเดือดร้อนทางกาย ใจ อารมณ์ (ตรงนี้สัมผัสมาแล้วค่ะ)

และจากพลังที่มีต่อเนื่องๆ มา สิ่งหนึ่งถ้าให้ “ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี” คิดจริงๆ ก็อยากจะสรุปว่า

การมีเพื่อนใหม่มากมายบนเครือข่าย เป็นมิตรภาพที่เกิดขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เกิดเป็นความอุ่นใจ ดีใจที่มีใครๆ เห็นคุณค่าของเรา เกิดแรงฮึดฮึกเหิม อยากคิดโน้นทำนี้ และอยากเล่าให้ฟังว่าไปไหนมา ทำอะไรบ้าง  เล่าเรื่องโน้น เล่าเรื่องนี้ จนมีสาระเยอะแยะฟุ้งไปหมด จัดระบบบ้าง ไม่จัดระบบบ้าง แต่รู้ดีว่าบันทึกทั้งหลายนั้น คั้นหรือกลั่นกรองออกมาจากข้างใน เขียนไปแล้วก็มีความสุขใจ วันไหนเขียนเสร็จ กดส่งขึ้นไปเผยแพร่ คืนนั้นจะนอนหลับฝันดี บางทีได้เขียนได้ทักทายตอบกับบล็อกเกอร์ที่เข้ามาทักทาย ทำให้คลายความรู้สึกว่าเครียดในบางครั้งบางเวลา  เบาใจเวลามีความทุกข์เพราะที่นี่จะมีคนคิดดี คิดบวก ให้กำลังใจสม่ำเสมอ เป็นความสุขที่ค่อยๆ สะสม เหมือนเล่นเกม (อีกแล้ว ช่วงนี้กำลังติดใจเล่นเกม)  และจากความสุขใจที่ได้รับ ก็มีความคิดที่จะดึงเรื่องที่ตัวเองรู้และถนัดออกมาแบ่งปันตอบแทนบล็อกเกอร์ที่ผูกพันด้วยกัน ซึ่งนานๆไป ก็เป็นโดยอัตโนมัติ คือ นัดมาเจอกัน (จนได้...)

พลัง ที่เกิด ผ่านเว็บบล็อก?

อยู่ร่วมกัน คิดร่วมกันบนพื้นฐานคิดดี คิดเชิงบวก คิดเป็นประโยชน์ เกิดกรรมดีที่ส่งผลต่อตนเอง ส่วนรวม สังคม ชุมชน และประเทศชาติ

ในความเห็นส่วนตัว คิดว่า มาเขียนบล็อกสองสามปีนี้ ได้รับพลังรักในมิตรภาพ เกิด(ดับ)เกิด(ดับ)อย่างรวดเร็วต่อเนื่องจนมีปัญญาที่ความคิดว่าจะทำอะไร ๆ

จากจุดเริ่มต้นที่บล็อกเกอร์กลุ่มหนึ่งสามารถรวมตัวกัน ได้ คิดสร้างสรรค์งาน เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมได้ เท่าที่เห็นจากการลงมือทำ คิดว่าเราเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ ภายในกลุ่มเราด้วยกันเอง ได้มาเจอกันสร้างความรู้จักกัน ผ่านกิจกรรมเลี้ยงรับรองบล็อกเกอร์พลัดบ้านพลัดเมือง(ชั่วคราว)  หรือการหมุนเวียนการช่วยเหลือทำกิจกรรมให้หน่วยงานของเพื่อนบล็อกเกอร์ด้วยกัน หรือการไปลงแรงลงขัน(ลงสตางค์)ลงเวลาทำกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมที่ด้อยโอกาสกว่าเรา คงจะใช่บทเรียนบทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากมาใช้เว็บบล็อกในพื้นที่ Gotoknow แห่งนี้

 เราเป็นครูซึ่งกันและกัน

ชีวิตก็จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน

(วาทะท่านหัวหน้า JJ_KM_Team)

อ้างอิงจากบันทึก>> (แอบ)ถอดบทเรียน 1+1=?