บัวหิมะ คืออะไร ? ตอนแรกก็ยังสงสัยอยู่
ตอนนี้เพิ่งจะเอามาเลี้ยง และลองค้น ๆ ดูใน internet เลยได้คำตอบแล้ว..ว่ามันคือ
Kefir - เป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลาย ๆ ชนิดอยู่ร่วมกัน
วิธีการเลี้ยงและเอามากินและทา มีทั้งความยากและง่ายอยู่ปนกัน
ความง่ายที่ว่าก็คือ...1.ใช้นมจืดเลี้ยง ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไป (ความยากก็คือหาเงินมาซื้อนมจืดเลี้ยงนี่แหละ) 2.ใช้ภาชนะที่เป็นพลาสติก กับ แก้ว เป็นที่เลี้ยง (เค้าห้ามใช้โลหะ อ่ะ เพราะกรดที่ได้จากการหมักจะไปกัดเอาโลหะขึ้นสนิมหรือออกมาปะปนกับน้ำKefir ที่เราดื่มได้ อันนี้ต้องระวัง)
3.ก่อนเลี้ยงต้องหาหัวเชื้อหรือ Kefir ให้ได้ก่อน เอ๊ะ! อันนี้น่าจะไปอยู่ข้อแรกนะ ..( 555 อันนี้ จะยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับฝีมือแล้วแหละ เพราะเดี๋ยวนี้มีทั้งคนที่ขายและที่ให้ฟรี และมีทั้งที่บอกว่าให้ฟรีแต่ต้องจ่ายตังค์ค่านมก่อนถึงจะให้(ประมาณว่าเรียกสินสอด ก่อนให้ไปเลี้ยง อิอิ))
4.พอได้ 3 อย่างที่ว่ามาก็ง่าย ๆ เลยเอาเจ้า Kefir ใส่ลงภาชนะแล้วเทนมลงไป จบ.. ( ส่วนที่ยากก็คือต้องระวังเรื่องความสะอาดของภาชนะที่ใส่ลงไป ต้องลวกน้ำร้อน ทิ้งไว้จนเย็น แล้วค่อยใส่ Kefir และ นม ลงไป)
5.ไม่ต้องทำอะไรมาก ทิ้งไว้ หาอะไรมาปิดซะ เพราะเดี๋ยวจะมีแขกไม่รับเชิญลงไปแจมในนมได้ ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 24 - 48 ชั่วโมง แล้วแต่ว่าชอบเปรี้ยวมากหรือเปรี้ยวน้อย
6.พอได้ที่ก็กรองเอานมออกมาเอาเจ้าหัวเชื้อ(ที่เป็น เม็ดๆก้อนๆสีขาว) เก็บเอาไว้ เพื่อจะทำ kefir ครั้งต่อไป
7.เอานมที่ได้มากินหรือทาหน้า แล้วแต่ชอบ (ยากมาก เพราะกลิ่นเจ้าหล่อนแรงมั่กส์มากส์ ยังไง๊ ยังไง ตอนนี้ก็ยังทำใจกินไม่ได้เลยอ่ะ ได้แต่เอามาพอกหน้า ที่เหลือก็เอาไปอาบน้ำ ทำหรู อาบน้ำนมทุกวันเรยย..)
ประโยชน์ที่ได้ ถ้ากินอ่ะนะ (ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้กิน) มีประโยชน์ระยะยาวกับระบบทางเดินอาหารของเราแล้วยังมียีสที่ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคที่จะเข้ามาในทางเดินอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ฯลฯ (เค้าว่ากันมาอย่างนั้น) ส่วนถ้าจะเอามาพอกหน้า (เหมือนที่ทำอยู่) เห็นเขาว่าดีกว่าโยเกิร์ต อ่ะ ผิวดีขึ้น ขาวขึ้น ผลที่ได้หลังจากที่ใช้ หน้าจะตึง ๆ เนียน ๆ อ่ะค่ะ แต่เรื่องขาวขึ้นนี่ไม่แน่ใจ เรื่องอย่างนี้ต้องพิสูจน์เอง ถึงจะรู้ ที่ให้พิสูจน์เนี่ยไม่ได้ให้มาพิสูจน์กับคนที่ใช้อยู่นะ แต่ให้ลองด้วยตัวเองจ้า
^-^