คิดว่าลืมเรื่องราวแต่หนหลังไปหมดแล้ว

 เคยเล่าไปแล้วว่าเกิดเป็นเด็กบ้านนอก พ่อแม่ทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง แม้จะไม่ได้ทำด้วยตัวเอง แต่ผู้เขียนก็ตามคุณแม่ไปดูคนงานทำไร่เสมอๆ

  ที่จริงเดือนมกราคมนี้ ที่จริงต้องเป็นฤดูหนาว เขาจะตัดอ้อยกัน ดอกอ้อยสีขาวๆ เต็มพรืดไปหมด จะเชื่อหรือไม่ผู้เขียนได้กลิ่นหอมของต้นอ้อย ชื่นใจ พอเวลาถึงคราวขุดมันสำปะหลัง เขาถอนหัวมันพ้นดิน กลิ่นแป้งจากหัวมัน ก็หอมอ่อนๆไปทั้งไร่ เหล่านี้ผู้เขียนยังจดจำได้

 ต่อมาเมื่อเติบโตขึ้น ก็แยกย้ายกันไป ผู้เขียนรับราชการ ทำไร่ไม่เป็นเลย ลืมเรื่องงานเกษตรแทบหมดสิ้น วันๆยุ่งเกี่ยวแต่เรื่องการสาธารณสุข คนเกิด แก่ เจ็บ และตาย เช่นนี้เรื่อยมา และคิดว่าลืมเรื่องราวแต่หนหลังไปหมดแล้ว

 วันนี้ ทางชุมชน ได้ทำโครงการ ลอกสระน้ำให้แก่สถานีอนามัยที่ผู้เขียนทำงานอยู่ ได้ออกไปเดินดูรถขุดดิน ณ จุดหนึ่งที่เป็นขอบสระ ผู้เขียนยืนชมภาพอยู่นั้น พลันได้กลิ่นดิน ผสมไอน้ำต้องจมูก ลมรำเพยผ่านมา ชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นดิน กลิ่นหญ้า ที่คุ้นเคยสมัยเด็กๆ หวนกลับมาอีกครั้ง ทำให้ใจย้อนไปถึงอดีตสมัยเด็กได้ชัดเจน

  ยืนอยู่นานกับความรู้สึกเหมือนครั้งนั้น ที่ไปดูเขาตัดอ้อย ถอนมัน กลิ่นธรรมชาติไม่มีเปลี่ยนแปลงเลย และที่เราคิดว่าลืมเลือนไปแล้ว ก็ไม่ใช่สักหน่อย ความทรงจำยังดีอยู่เหมือนเดิม

  ได้เวลาทบทวนตัวเอง การได้ผ่านพบสิ่งต่างๆนั้น ไม่มีอะไรสูญหาย ไม่ว่าจะเรื่องดี หรือร้าย ได้จังหวะและเวลา ทุกอย่างก็จะระลึกย้อนมาทันที แล้วชั่วชีวิตเรา อยากจะจมอยู่กับสิ่งใดให้นานกว่ากัน ต้องลองพิจารณาดู ถ้าเรื่องร้ายๆ ก็ปล่อยๆไปเสียบ้าง เพราะเมื่อถึงคราวระลึกได้ จะไม่ต้องมาทุกข์อีกรอบ ในความทรงจำเดิมๆยังไงล่ะคะ