อัลฮัมดุลิลลาห์ สามวันมานี้ ผมเจอคำถามหนึ่งที่ชวนประทับมากครับ เป็นคำถามจากคนสามคนครับ มาแนวเดียวกันเลย คือ อาจารย์ครับ อาจารย์บอกก้าวยาวๆ ได้มัยครับว่าเราจะเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างไร? ความจริงคือ ผมอยากบอกใครต่อใครเรื่องนี้นานมากแล้วครับว่า ผมคิดจะทำอะไรตลอดเส้นทางสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัย แต่ผมก็เชื่อว่า ถ้าผมรีบบอกใครๆ ไป ผมว่าหลายต่อหลายคนคงจะเบือนหน้าหนี หรือไม่ก็บอกว่ามันยากนะครับ ทำไม่ได้หรอก ดังนั้นช่วงเวลาเกือบๆ เดือนที่ผ่านมา ผมจึงไม่เคยบอกใครเลยว่า ภาพรวมของงานทั้งหมดเป็นอย่างไร จนกว่าขั้นแรกของภารกิจทั้งหมดมันเริ่มเดินแล้ว และคนทำงานเริ่มมั่นใจว่า เราทำได้ ซึ่งตอนนี้ผมประเมินในขั้นต้นก็คิดว่า เวลานั้นมาถึงแล้วครับ และขั้นตอนการทำงานแบบเต็มใบจะปรากฏชัดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ครับ (อินชาอัลลอฮ์) แต่แผนงานทั้งหมดตอนนี้มันอยู่ในหัวผมอย่างเดียวครับ และเป็นหน้าที่แรกของผมที่จะต้องวาดมันออกมาในหน้ากระดาษให้ได้ เพื่อทุกคนจะรับรู้เหมือนๆ กันครับ ซึ่งเดิมผมตั้งใจจะละเลงความคิดนี้ลงกระดาษแบบเป็นทางการในวันที่ 5 กพ.ครับ เพราะมียังมีหน่วยงานสำคัญอีกหนึ่งหน่วยงานที่ผมยังไม่ได้ตรวจเช็คสภาพ ไม่ใช่ที่ไหนครับ หน่วยงานที่ผมจะต้องเริ่มรับรับผิดชอบตั้งแต่วันที่ 1 นี้นั่นเองครับ

ตอนนี้ถ้าจะตั้งคำถามว่า ในระยะทางที่อาจจะยาวไกลที่รถคันนี้จะต้องไปให้ถึง เรามีน้ำมันพอกับระยะทางหรือเปล่า ต้องตอบอย่างมั่นใจครับว่า น้ำมันที่มีอยู่ตอนนี้มันเกินพอครับ เราคงวิ่งให้ไกลกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำไป เพีัยงแต่ อาจจะต้องมีการนำน้ำมันที่มีไปเข้ากระบวนการกลั่นใหม่บ้างเล็กน้อย ฮา

เล่าให้ฟังสั้นๆ ก่อนนะครับว่าในรอบกิโลเมตรแรกทำอะไรกันดี ระยะแรกนี้ปรับจังหวะการเร่งและผ่อนเครื่องให้สอดคล้องกับสภาพเส้นทางครับ บังเอิญที่ผ่านมาการเร่งและผ่อนมันไม่ค่อยจะสอดคล้องกับสภาพเส้นทางครับ งานนี้เลยต้องมาปรับนิสัยการขับรถกันใหม่ครับ ถ้าเ่ล่นเร่งเครื่องไม่เป็นจังหวะเหมือนที่เคยๆ  ขับไปคงได้ไม่ไกลครับ รถมันจะพังเสียก่อน ที่สำคัญกินน้ำมันเยอะด้วยครับ ตอนนี้ผมมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยครับว่า ตลอดระยะเวลาต่อไปข้างหน้า คงไม่มีใครคิดจะหมุนพวงมาลัยรถให้ออกนอกเส้นทางครับ เมื่อรถออกตัวและรักษาระยะเวลาในการเคลื่อนไปข้างหน้าได้แล้ว จุดสำคัญก็จะเกิดขึ้นครับคือ กระบวนการเข้าศูนย์ตรวจเช็คตามระยะทางอย่างสม่ำเสมอครับ

ออ.จากสองสามคนที่ถามคำถามเกี่ยวกับระยะทางกับผม ทำให้ผมเองต้องเร่งเครื่องขึ้นมาครับ วันนี้เลยออกหนังสือเชิญประชุมแล้วครับ เซ็นหนังสือไปหลายฉบับแล้วครับ ฮือ แต่ไม่แน่ใจว่า ลายเซ็นจะถูกยอมรับโดยระเบียบแล้วยัง ฮา ทำงัยได้ งานก็รีบ คนก็เร่ง แต่ระเบียบยังไม่อำนวย ฮือออออ 

สองวันนี้แวะไปที่สำนักประกันฯ ครับ เกิดอาการหนักใจขึ้นมาเรื่องหนึ่ง เป็นความกังวลมายาวนานแล้วครับ ไม่ใช่เกี่ยวกับสำนักประกันฯ แต่เป็นสำนักวิจัยฯ เดินผ่านตู้โชว์ของสำนักแล้ว สลดใจ ผลงานอาจารย์เยอะแยะ ไงเก็บไว้แค่ในตู้โชว์ (อันนี้ประเด็นรองครับ) ประเด็นหลักเกิดจากคำถามของเจ้าหน้าที่ครับว่า อาจารย์เสร็จงานของอาจารย์แล้วยัง ขอถามหน่อยได้มัย? แล้วก็ตามด้วยคำถามจากเจ้าหน้าที่ของสำนักวิจัยฯ มันเป็นงานที่สูงกว่าที่เขาจะตัดสินใจดำเนินการได้โดยลำพัง เลยอดไม่ได้่ครับ ลงมือทำให้เองเสียเลย แล้วก็แถมไปอีกงานหนึ่งให้ ช่างเถอะ ใครจะว่าอะไร ค่อยต่อว่าผมทีหลังแล้วกัน ขอลงมือทำก่อนแล้วกัน

ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ ได้เวลาเป็นศิลปินลงมือวาดรูปจากจินตนาการลงสู่กระดาษแล้ว