จารุวัจน์ شافعى
ผศ.ดร. จารุวัจน์ ชาฟีอีย์ สองเมือง

ต้องก้าวให้พ้นความกลัวก่อน


อัลฮัมดุลิลลาห์ สามวันมานี้ ผมเจอคำถามหนึ่งที่ชวนประทับมากครับ เป็นคำถามจากคนสามคนครับ มาแนวเดียวกันเลย คือ อาจารย์ครับ อาจารย์บอกก้าวยาวๆ ได้มัยครับว่าเราจะเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างไร? ความจริงคือ ผมอยากบอกใครต่อใครเรื่องนี้นานมากแล้วครับว่า ผมคิดจะทำอะไรตลอดเส้นทางสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัย แต่ผมก็เชื่อว่า ถ้าผมรีบบอกใครๆ ไป ผมว่าหลายต่อหลายคนคงจะเบือนหน้าหนี หรือไม่ก็บอกว่ามันยากนะครับ ทำไม่ได้หรอก ดังนั้นช่วงเวลาเกือบๆ เดือนที่ผ่านมา ผมจึงไม่เคยบอกใครเลยว่า ภาพรวมของงานทั้งหมดเป็นอย่างไร จนกว่าขั้นแรกของภารกิจทั้งหมดมันเริ่มเดินแล้ว และคนทำงานเริ่มมั่นใจว่า เราทำได้ ซึ่งตอนนี้ผมประเมินในขั้นต้นก็คิดว่า เวลานั้นมาถึงแล้วครับ และขั้นตอนการทำงานแบบเต็มใบจะปรากฏชัดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ครับ (อินชาอัลลอฮ์) แต่แผนงานทั้งหมดตอนนี้มันอยู่ในหัวผมอย่างเดียวครับ และเป็นหน้าที่แรกของผมที่จะต้องวาดมันออกมาในหน้ากระดาษให้ได้ เพื่อทุกคนจะรับรู้เหมือนๆ กันครับ ซึ่งเดิมผมตั้งใจจะละเลงความคิดนี้ลงกระดาษแบบเป็นทางการในวันที่ 5 กพ.ครับ เพราะมียังมีหน่วยงานสำคัญอีกหนึ่งหน่วยงานที่ผมยังไม่ได้ตรวจเช็คสภาพ ไม่ใช่ที่ไหนครับ หน่วยงานที่ผมจะต้องเริ่มรับรับผิดชอบตั้งแต่วันที่ 1 นี้นั่นเองครับ

ตอนนี้ถ้าจะตั้งคำถามว่า ในระยะทางที่อาจจะยาวไกลที่รถคันนี้จะต้องไปให้ถึง เรามีน้ำมันพอกับระยะทางหรือเปล่า ต้องตอบอย่างมั่นใจครับว่า น้ำมันที่มีอยู่ตอนนี้มันเกินพอครับ เราคงวิ่งให้ไกลกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำไป เพีัยงแต่ อาจจะต้องมีการนำน้ำมันที่มีไปเข้ากระบวนการกลั่นใหม่บ้างเล็กน้อย ฮา

เล่าให้ฟังสั้นๆ ก่อนนะครับว่าในรอบกิโลเมตรแรกทำอะไรกันดี ระยะแรกนี้ปรับจังหวะการเร่งและผ่อนเครื่องให้สอดคล้องกับสภาพเส้นทางครับ บังเอิญที่ผ่านมาการเร่งและผ่อนมันไม่ค่อยจะสอดคล้องกับสภาพเส้นทางครับ งานนี้เลยต้องมาปรับนิสัยการขับรถกันใหม่ครับ ถ้าเ่ล่นเร่งเครื่องไม่เป็นจังหวะเหมือนที่เคยๆ  ขับไปคงได้ไม่ไกลครับ รถมันจะพังเสียก่อน ที่สำคัญกินน้ำมันเยอะด้วยครับ ตอนนี้ผมมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยครับว่า ตลอดระยะเวลาต่อไปข้างหน้า คงไม่มีใครคิดจะหมุนพวงมาลัยรถให้ออกนอกเส้นทางครับ เมื่อรถออกตัวและรักษาระยะเวลาในการเคลื่อนไปข้างหน้าได้แล้ว จุดสำคัญก็จะเกิดขึ้นครับคือ กระบวนการเข้าศูนย์ตรวจเช็คตามระยะทางอย่างสม่ำเสมอครับ

ออ.จากสองสามคนที่ถามคำถามเกี่ยวกับระยะทางกับผม ทำให้ผมเองต้องเร่งเครื่องขึ้นมาครับ วันนี้เลยออกหนังสือเชิญประชุมแล้วครับ เซ็นหนังสือไปหลายฉบับแล้วครับ ฮือ แต่ไม่แน่ใจว่า ลายเซ็นจะถูกยอมรับโดยระเบียบแล้วยัง ฮา ทำงัยได้ งานก็รีบ คนก็เร่ง แต่ระเบียบยังไม่อำนวย ฮือออออ 

สองวันนี้แวะไปที่สำนักประกันฯ ครับ เกิดอาการหนักใจขึ้นมาเรื่องหนึ่ง เป็นความกังวลมายาวนานแล้วครับ ไม่ใช่เกี่ยวกับสำนักประกันฯ แต่เป็นสำนักวิจัยฯ เดินผ่านตู้โชว์ของสำนักแล้ว สลดใจ ผลงานอาจารย์เยอะแยะ ไงเก็บไว้แค่ในตู้โชว์ (อันนี้ประเด็นรองครับ) ประเด็นหลักเกิดจากคำถามของเจ้าหน้าที่ครับว่า อาจารย์เสร็จงานของอาจารย์แล้วยัง ขอถามหน่อยได้มัย? แล้วก็ตามด้วยคำถามจากเจ้าหน้าที่ของสำนักวิจัยฯ มันเป็นงานที่สูงกว่าที่เขาจะตัดสินใจดำเนินการได้โดยลำพัง เลยอดไม่ได้่ครับ ลงมือทำให้เองเสียเลย แล้วก็แถมไปอีกงานหนึ่งให้ ช่างเถอะ ใครจะว่าอะไร ค่อยต่อว่าผมทีหลังแล้วกัน ขอลงมือทำก่อนแล้วกัน

ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ ได้เวลาเป็นศิลปินลงมือวาดรูปจากจินตนาการลงสู่กระดาษแล้ว

หมายเลขบันทึก: 331325เขียนเมื่อ 26 มกราคม 2010 15:48 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 พฤษภาคม 2012 17:52 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (9)

อัลฮัมดุลิลละฮฺ...ขอชื่นชมคนทำงาน

เส้นทางที่กำลังแล่นไปขอให้เราไปสู่จุดหมายอย่างที่หวังกันนะครับแม้จะเจออุปสรรคบ้างเจอแรงเสียดทานของลมฟ้าอากาศบ้าง ขอให้กำลังใจว่าบททดสอบนี้จะผ่านพ้นด้วยกับความหวังและดุอาอฺ เพราะเชื่อว่าจิตใจของคนทำงานมีพร้อมครับ

ดูแลสุขภาพด้วยครับ

ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ فؤاد 

พร้อมแล้ว จึงเดินหน้าเลยครับ

ขอบพระคุณที่แวะไปเยี่ยมนะครับ
พักนี้ผมมีงานรุมเร้าให้ขับเคลื่อนเต็มไปหมด...
ใช้เวลาส่วนใหญ่เกือบทุกคืนนอนที่ทำงาน
สนุกและหนักหน่วงไปอีกแบบ..

....

ผมเป็นกำลังใจให้ นะครับ

ขอบคุณครับอาจารย์ แผ่นดิน 

ทำงานหนักแบบนี้อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะครับ

สวัสดีค่ะ อ.จารุวัจน์ شافعى

ขอบคุณค่ะ ที่ทำให้พ้นความกลัว

พยายามไม่ จินตนาการเพื่อให้เิกิดความกลัวมากเกินไปค่ะ

ขอบคุณครับ ครูจิ๋ว 

สร้างความมั่นใจ ความกลัวจะหายไปครับ

สลาม อาจารย์คะ...

แวะมาอ่าน บทความของคนทำงานคะ....

ดูแลสุขภาพบ้างนะคะ อาจารย์

ต้องถามตัวเองนะครับ ว่าเรากลัวอะไรกันแน่

กลัวงานไม่สำเร็จ..ล้มเหลว กลัวหน้าแตก กลัวเหนื่อย กลัวเครียด

ความกลัวเป็นสัญชาตญาณเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ครับ

ผมไม่คิดว่าเราจะผลักไสมันออกไปจากสายเลือดเราได้ เพราะมันคือส่วนหนึ่งของเราเพียงแต่เรียนรู้ที่ยอมรับ เข้าใจมันเท่านั้น

ขอบคุณครับ คุณ ผุสดี มุหะหมัด

ดูแลสุขภาพด้วยเช่นกันครับ

ขอบคุณครับคุณหมอนาย เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี 

จริงด้วยครับ ความกลัวจะตัวหนึ่งที่สามารถผลักดันให้เกิดสิ่งดีๆ ขึ้นได้ครับ

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี