วันสองวันนี้ มีแต่คนทักผมว่า เมื่อวันอาทิตย์ หายไปไหน ไม่เห็นหน้าเลย คำถามนี้ไม่ใช่เฉพาะคนใน มอย.อย่างเดียวครับ อาจารย์จาก มอ. ก็ตั้งคำถามนี้กับผมด้วย (ขอยกตัวอย่าง อ.จาก มอ.แล้วกัน) เย็นวันอาทิตย์ แวะไปละหมาดอัสรีที่มัสยิดจะบังติกอ เจอะเจอท่านอาจารย์จีระพันธ์ คำถามแรกคือ ทำไมวันนี้ไม่เห็นหน้าเลย ผมหาตัวไม่เจอเลย จะคุยด้วยหน่อย ฮือ เช้าวันนี้ โทรขอคำปรึกษาอาจารย์วสันต์ อติศัพท์ คำแรกที่ท่านทักคือ ผมไม่เจอหน้าจารุวัจน์เลย ขนาดไปงานทั้งสองวัน ฮือ งงครับ เลยถามอาจารย์กลับว่า งานไหนครับ ก็วันเสาร์ประชุมสภา และวันอาทิตย์ รับปริญญา ฮิฮิ คำตอบเหมือนกันไม่ว่าใครถามครับ ผมหลบอยู่บ้านครับ ฮิฮิ ก็เรียนตรงๆ ครับว่า เป็นคนที่ไม่ชอบร่วมงานที่เป็นพิธีการ หนีได้เป็นหนีครับ แก้ไม่หายจริงๆ อันนี้ก็ยังกังวลไปถึงปีหน้าเลยว่า ทำไงดีหว่า ปีหน้าต้องเป็นแม่งานเอง (หากยังไม่โดนปลดจากตำแหน่ง) ขอเปลี่ยนพิธีรับปริญญาหรูๆ ไปรับกันกลางสนามฟุตบอลเลย ท่านผู้บริหารมหาวิทยาัลัยจะยอมหรือเปล่าเนี๊ยะ
ครั้งแรกของการรับปริญญาของ มอย. ผมรับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ครับ สนุกกับงานมาก ที่สำคัญเสร็จงานได้คำชมจากผู้ใหญ่ว่า เห็นความต่างจากภาพเดิมๆ ของมหาวิทยาลัยมาก ปีต่อมา ผมก็พยายามสร้างสิ่งใหม่อีกครับ แต่รอบสองไม่ค่อยจะเยี่ยมยอดเหมือนครั้งแรก โดยเฉพาะจากสื่อมวลชนที่ชี้แนะผมว่า ปีหนึ่งๆ นี่มหาวิทยาัลัยตั้งใจจะประชาัสัมพันธ์กันครั้งเดียวเองหรือ? คนที่ตั้งคำถามผมตอนนั้นและดังก้องในหูผมไปหลายปี คือ ท่านประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลากับปัตตานี พูดประเด็นเดียวกันเลยครับ ฮิฮิ
ปีต่อมา ผมเลยพยายามไม่รับหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพราะอยากให้มันอยู่ในวิถีปกติของงานครับ ที่สำคัญผมหมดความท้าทายในงานนี้ไปแล้ว ฮือ แต่จำไม่ได้แล้วครับว่า ถอดตัวได้ในปีไหน แต่ยังคงได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในกรรมการดำเินินงานรับปริญญา แต่ไม่ได้รับผิดชอบงานอะไร ซึ่งแน่นอนครับ ผมเสนอประเด็นอะไรที่เกี่ยวกับพิธีการในงานละก้อ คนอื่นๆ มักรับไม่ค่อยจะได้ ฮา และผมก็ยอมรับครับว่า ความคิดเห็นของคนอื่นมันเวิร์คกว่าผมเยอะ ผมเลยถอนตัวออกมาจากงานนี้ได้อย่างสมบูรณ์สักสองสามปีแล้วครับ
กลับมาเล่าเรื่องวันนี้กันดีกว่าครับ วันนี้ไปจัดกระบวนการให้เกิดการคุยกันระหว่างคนทำงานเพื่อสร้างพลังให้กับองค์กรครับ เป็นผลจากการแวะไปเยี่ยมสำนักวิทยบริการเมื่อสัปดาห์ก่อนครับ เราคุยกันไว้นั้นว่า จะทำอย่างไรให้เรารู้ว่า อะไรคือความรู้ที่หน่วยงานต้องการเพื่อใช้ในการพัฒนา? ผมเลยรับปากว่าจะเข้าไปช่วยให้เกิดกระบวนการ ซึ่งวันนั้นเลยก็โดนถามว่าจะใช้วิธีไหน ฮิฮิ ตอนนั้นนึกอะไรไม่ออกครับเลยบอกว่า เป็น world cafe' แต่นึกได้ภายหลังว่า ในห้องสมุดเขาไม่อนุญาตให้นำอาหารไปรับประทาน ฮิฮิ วันนี้เลยเป็นโต๊ะน้ำชาในจินตนาการไปก่อน
แต่ถ้าสังเกตบรรยากาศวงสนทนาแล้ว คิดว่า ไม่เคร่งเครียดครับ และการชวนคุยก็เป็นไปได้ด้วยดี จนทำให้ผมอยากรู้ขึ้นมาอีกประเด็นหนึ่งคือ เสร็จกระบวนการนี้แล้ว เขารู้สึกอย่างไร
คำถามที่ผมตั้งใจจะให้คุยกันมีเป้าหมายครับ เพราะผมเชื่อว่า คนทำงานที่นี่ มหาวิทยาัลัยแห่งนี้ไม่ใช่ธรรมดาๆ เพียงแต่ถ้าเมื่อไรเราทำอยู่้ในสภาพงานประจำ ความฝัน ความมุ่งมันบางอย่างมันอาจจะเลือนหายไปได้ครับ ดังนั้นคำถามจึงเริ่มจากความมุ่งมั่นเดิมที่มี ความภูมิใจในงานที่ผ่านมา เป้าหมายความท้าทายข้างหน้า แล้วอะไรคือเครื่องมือสำหรับการเดินทางสู่ความสำเร็จข้างหน้า
เสร็จกระบวนการ ผมก็อดไม่ได้จริงๆ ครับว่า อารมณ์ความรู้สึกหลังกิจกรรมเป็นอย่างไร เลยต้องมีการตั้งวงใหญ่อีกรอบ (คราวก่อนที่คณะศิลปศาสตร์ฯ ใช้ตัวแทนพูดครับ) คุยกันว่า รู้สึกอย่างไรจากที่ได้ทำกิจกรรมนี้ ซึ่งผมรับรู้อารมณ์ร่วมของคนในสำนักฯ ครับว่า กิจกรรมนี้มันสามารถปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้นเพื่อการทำงานได้ครับ
ผมมีอีกหนึ่งความอยากรู้ครับ คือ อะไรคือข้อสรุปสำหรับการก้าวไปข้างหน้าของการทำงานในสำนัก และอะไรคือองค์ความรู้สำคัญที่ต้องใช้เพื่อการทำงาน แต่เวลาไม่อำนวยครับ เลยคิดว่า ไม่เป็นไร ไว้เก็บประเด็นจากเว็บบล็อกของสำนักก็ได้ (ซึ่งอันนี้ต้องมีการกระตุ้นการใช้กันสักนิดหนึ่ง ฮิฮิ)
ภาพสุดท้ายให้ข้อคิดว่า ถ้า ผอ.สองคนมองไปคนละทาง สงสัยจะทำงานร่วมกันยาก ฮาฮาฮา (ล้อเล่น)
ออ. สุดท้าย ข้อคิดสำคัญคือ แค่เราพยายามเปิดรับฟังทีมงาน ปัญหาและอุปสรรค์มันหายไปได้ง่ายๆ เลยครับ
กระบวนการที่อาจารย์ใช้คือ AI ใช่ไหม๊ครับ กระบวนการเรียนรู้ด้วยความประทับใจหรือความภาคภูมิใจในการทำงานที่ผ่านมาเป็นบทเรียนแล้วเรียนรู้ร่วมกัน
สำหรับผมแล้วปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญครับและการหันหน้าเข้าหากันเรียนรู้ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาจะนำมาสู่ความสำเร็จได้ไม่ยากครับ
ขอเป็นกำลังใจให้ผู้นำกระบวนการและคนทำงานทุกคนครับ
ด้วยความหวัง ด้วยสลาม และดุอาอฺครับ
สิ่งที่ได้เมื่อวาน ผมรู้สึกว่ายิ่งใหญ่มาก คือ ความพร้อมของทุกคนที่จะทุ้มเทแก่มหาวิทยาลัย
ปัญหาและอุปสรรคทุกคนรู้ และรู้อีกว่าบางอย่างแก้ง่ายๆไม่ได้.. แต่พร้อมจะทำงานให้สำเร็จ
เอารูปที่ถ่ายจากมือถือมาฝากเพิ่มเติม
ทุกคนมาเล่ากันในกลุ่มว่า.. พร้อมที่จะนำสำนักวิทย.. สู่มาตรฐานสากล
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ فؤاد
การสื่อสารในองค์กรสำคัญมากเลยครับ สร้างพลังการขับเคลื่อนได้ดีมาก
ขอบคุณครับ Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق
พอได้คุยเราก็เห็นคุณค่าของทีมงานครับ ในขณะเดียวกันทีมงานก็มีความภูมิใจตนเองมากขึ้นเหมือนกัน