ขอบพระคุณคุณหมออุดม เพชรสังหาร ที่แนะนำ Trainor, L.J., Shahin, A.J., & Roberts, L.E. (2009). Understanding the benefits of musical training: effects on oscillatory brain activity. The Neurosciences and Music III - Disorders and Plasticity: Ann. N.Y. Acad. Sci. 1169:133-142.

บันทึกนี้สรุปประเด็นที่น่าสนใจของการใช้กิจกรรมการฝึกดนตรีในการพัฒนาสมอง ซึ่งขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสมองควรสนใจ

คลิกอ่าน Full Paper ที่ doi: 10.1111/j.1749-6632.2009.04589.x

  • กิจกรรมการฝึกดนตรีที่มีรูปแบบเฉพาะกับเด็ก (หลังฝึก 1 ปี) และผู้ใหญ่ (ผ่านการฝึกทันทีจากไวโอลิน, เปียโน, ไม่มีรูปแบบดนตรีแน่นอน) ส่งเสริมให้สมองมีการทำงานของ Gamma-band activity แต่กลไกของกิจกรรมนี้ต่อการจัดการกระบวนการคิดนั้นยังไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน
  • การทำงานของสมองข้างต้นมีผลต่อความสนใจ ความคาดหวัง ความจำ การประสมประสานภาพและวัตถุ และการประสมประสานการรับความรู้สึกที่หลากหลาย
  • Gamma-band activity มีรูปแบบการวัดทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องอาศัยการฝึกและคำนวณความถี่ของคลื่นสมองสู่พื้นที่ครอบคลุมคลื่นสมอง อย่างไรก็ตามพัฒนาการของการเกิด evoked gamma-band activity ไม่พบในเด็กจากการวัดครั้งแรกที่ได้ฝึกดนตรี แต่สามารถพบภายหลังการฝึกดนตรีในเด็กนาน 1 ปี
  • การฝึกดนตรีในผู้เล่นที่มีประสบการณ์มีขนาดของคลื่นสมองที่ใหญ่กว่าผู้รับการฝึกแบบสมัครเล่น และมีรูปแบบเฉพาะที่แตกต่างตามชนิดของเครื่องดนตรีด้วย
  • การเปลี่ยนแปลงคลื่นสมองหลังการฝึกเล่นดนตรี ส่งผลมากจากการฝึกรับรู้โทนเสียงและแยกแยะท่าทางจากการเคลื่อนไหวร่างกายผ่านเครื่องดนตรีที่มีจังหวะชัดเจน

ข้อมูลเหล่านี้ยังต้องมีการริเริ่มและศึกษาวิจัยอย่างจริงจังเพื่อมาบูรณาการกับการจัดกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสมองได้อย่างทั่วถึงในประชากรไทย

ผมเองก็สรุปผลวิจัยแล้วถึงระบบการจัดกิจกรรมบำบัดจากความสนใจและความมั่นใจของผู้รับบริการในโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมีการนำสื่อทางดนตรีไปรวมทำกิจกรรมบำบัด แต่ผลการวิจัยนั้นบูรณาการประสิทธิภาพของสื่อต่างๆ ที่นอกเหนือจากดนตรี และวัดผลจากคุณภาพชีวิตเป็นหลัก ทั้งนี้หากมีสหวิชาชีพที่วัดผลของกิจกรรมบำบัดด้วยเครื่องมือวัดคลื่นทางสมองและวัดคุณภาพชีวิตหรือดัชนีชี้วัดอื่นๆ ก็คงสมบูรณ์ดี

บางครั้งผมอยากหาแนวร่วมที่พัฒนางานวิจัยไปในทิศทางเดียวกัน มิใช่ต่างวิชาชีพต่างทำแต่ไม่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มุ่งเป้าหมายประชากรไทยพร้อมกัน แต่ก็คงใช้เวลาเพราะงานกิจกรรมบำบัดเพิ่งเป็นที่รู้จักและต้องการงานวิชาการนำร่องอีกมากมายครับ