ทุกวันศุกร์ฉันทำหน้าที่เป็นครูเวรประจำวันร่วมกับเพื่อนครู

ฉันปฏิบัติภารกิจด้วยความสุขใจ สบายกาย

เช่นเดียวกับเด็กๆที่มีความสุขเมื่อถึงวันศุกร์

เพราะทุกวันศุกร์ไม่มีเสียงบน นอกจากการเสริมแรง

กระตุ้นด้วยคำชมเมื่อทำความดี

ฉันแอบมองข้ามสิ่งไม่ดีที่พบเห็นเพราะมันน้อยมากอาจมีเพียง 1 หรือ 2 เท่านั้น

แล้วทำไมฉันต้องลงโทษเด็กน้อยด้วยการตำหนิเหมือนคนอื่นเล่า...

วิธีนี้ฉันไม่นิยม และไม่ทำตาม

แต่ฉันจะรอให้เด็กน้อยผู้เผลอสติ ได้เปลี่ยนแปลงแม้จะช้า

แต่เป็นก่ารเปลี่ยนแปลงที่ถาวร และคงทน

นักเรียนชั้นป. 2 จำนวน 5 คนวิ่งมากอด

และบอกว่าหนูชอบวันศุกร์

เช่นเดียวกับใบหน้าอิ่มสุขของเด็กน้อยในโรงเรียน

เราต่างถ่ายโอนความรู้สึกที่ดีต่อกัน

เช่นเดียวกับความรู้สึกห่วงใยเหมือนที่ฉันมีต่อลูก.....ฉันควรยินดีไหม

ฉันคิดว่ามันเป็นความถูกต้องและมีค่าเกินความยินดี 

การได้รับรู้...เข้าใจถึงความรู้สึก

และความต้องการของเด็กน้อยเป็นสิ่งเดียวที่ฉันต้องการ

ฉันเคยเป็นเด็กมาก่อน

ฉันได้รับความรักจากคุณครูทุกท่าน

คุณครูของฉันทุกคนรักนักเรียน เข้าใจนักเรียน

มีเมตตาและเอื้ออาทรนักเรียนรวมทั้งมีความห่วงใยนักเรียนทุกคน

 เด็กๆก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกทดีที่คุณครูมีให้

โดยไม่ต้องพูดด้วยซ้ำไป แต่การกระทำ

และสัมผัสทั้งทางใจ และกายที่ถ่ายทอดความรู้สึกที่ดีออกไป

กลับเป็นพลังบวกที่ฉันเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตสามารถรับรู้ได้

ความปรารถนา ความต้องการ ความซุกซนตามที่ใจอยากทำ อยากเล่นของเด็กน้อย

 หากเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านั้นให้เป็น

แรงดึงดูด เสริม กระตุ้นให้ถูกต้อง ในกิจกรรมที่สร้างขึ้นเป็นพลังบวก

สามารถปรับความต้องการเป็นความขยัน

ความซุกซนอยากทำโน่นทำนี่ ควบคุมตนเองให้นิ่งไม่ได้

มาเป็นเสริมแรงให้ทำสิ่งดีงาม

กระตุ้นด้วยกิจกรรมพัฒนาเชิงบวก

เมื่อเช้าฉันทำอะไรบ้าง

กิจกรรม ปรบมือตามสั่ง...เรียกเสียงหัวเราะได้

กิจกรรมทำตามสั่งสะอาด สว่าง สงบ

ไม่ใช่เพียงปากพูด....หากใจต้องรู้ทันปาก...

สะอาดคือความสะอาดกายและใจ สะอาดบริเวณที่นั่ง ไม่รบกวนเพื่อน

และสงบเป็นอาการที่แสดงให้รับรู้ด้วยใจว่าไม่เคลื่อนไหว

หากต้องเคลื่อนไหว ให้ใช้สติกำกับ น้อมใจยอมรับ....

การพูดจาหว่านล้อม ชักจูงให้เห็นดี เห็นชอบด้วยเหตุและผล

และใจยอมรับ รับรู้บทบาทและหน้าที่ของตน

ให้เกียรติผู้พูด และเป็นผู้ฟังที่ดี

ฉันคิดว่านี้แหละการสร้างบรรยากาศเชิงบวก

 

อย่าทำให้เกิดทัศนคติลบเพราะมันเสียเวลาต่อการปรับแก้ให้เป็นบวก <p style="text-align: center;">เด็กทุกคนไม่สามารถรับรู้และมีความเข้าใจได้เท่ากัน</p> <p style="text-align: center;">แต่ทุกคนเรียนรู้ได้</p> <p style="text-align: center;"> </p><p style="text-align: center;">บางครั้งเราอาจเห็นเด็กที่พยายามเล็ดลอด และไม่อาจควบคุมตัวเองได้</p>

…. สิ่งที่ควรทำคือปรับวิธีการอบรมเสียใหม่

โดยมองและรับฟัง ด้วยความเป็นกลาง

อย่างมีสติ ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วดับไป

ในบรรยากาศสัปปายะ

เป็นพลังบวกที่จะหลอมจิตใจ

เกิดสติรับรู้ว่าควรหรือไม่

หากเกิดปัญหา ...ในเวลานั้นจึงอาจปรามด้วยสายตาที่มีจิตเมตตา

มีความปรารถนาดีให้เด็กน้อยได้สะดุด หยุดคิด

มากว่าการกล่าวตำหนิ

วึ่งมีแต่จะรบกวนจิตที่บริสุทธิ์อื่นๆ

ที่ต้องมาอยู่ในบรรยากาศเดียวกัน

หลังภารกิจประจำวันสิ้นสุดลง

พบว่าเด็กน้อยมีความสุขจากคำอวยพร

การให้เกียรติ และให้การยกย่องเมื่อทำดี

การส่งยิ้ม และพยักหน้าชื่นชมด้วยฉันเชื่อว่า

เด็กน้อยสามารถรับรู้และเข้าใจ

เพราะฉันก็เป็นเด็กน้อยมาก่อน