ความสุขไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องสร้างขึ้นมาเอง(จากใจ)

        ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ฉันต้องหยุดเขียนบันทึกสักระยะด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการเรียนหนังสือ  ฉันต้องเตรียมตัวในหลายๆด้าน  ต้องเตรียมอ่านหนังสือ  ท่องตำราเพื่อสอบประมวลความรู้ให้ผ่านไปได้ด้วยดี (ในใจก็ยังสับสนเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอ่านตรงไหนก่อนดี รอบข้างกายฉันมีแต่ตำรา ตำราและตำรากองพะเนิน  แต่ตัวฉันก็ยังไม่พร้อมที่จะอ่าน) แต่เพื่อสร้างความฝันของตัวเองให้เป็นจริงต่อไปข้างหน้าฉันจึงต้องเริ่มต้นอ่านหนังสือตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

     เกือบค่อนชีวิตของฉันสำผัสอยู่กับนักเรียนที่ฉันรัก  วันนี้มีโอกาสดีจึงขอรวบรวมความสุขของนักเรียนที่ฉันมีโอกาสได้ส่งมอบความสุขให้กับพวกเขาเหล่านั้นผ่านบันทึกนี้  ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ฉันได้ทำให้คนเกือบสองร้อยชีวิตได้มีความสุขแม้จะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาแค่สั้นๆก็ตาม ฉันก็มีความสุขใจมากเพียงพอแล้วกับชีวิตครูธรรมดาคนหนึ่ง

    ถึงตอนนี้ฉันขอถ่ายทอดเรื่องราวความสุขที่ได้มอบให้กับลูกศิษย์อันเป็นที่รักด้วยภาพถ่ายที่ได้บันทึกเรื่องราวความสุขเก็บเอาไว้

ฉันได้มีโอกาสนำนักเรียนไปศึกษาเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าขนอม ที่อำเภอขนอมจังหวัดนครศรีธรรมราช  ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี นำนักเรียนศึกษาอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมจนความรู้ที่เก็บเกี่ยวได้นำกลับบ้านแทบไม่ไหว 

พี่ๆเจ้าหน้าที่อธิบายถึงหลักการในการผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับนักเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจ

พอดีมีเวลาเหลือเลยนำนักเรียนไปยังอำเภอดอนสัก  จังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อเยี่ยมชมท่าเรือดอนสักและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากบ.ราชาเฟอร์รี่ให้นักเรียนได้ขึ้นชมบรรยากาศบนเรือโดยเรือเฟอร์รี่จะเป็นเรือโดยสารที่บรรทุกคน รถต่างๆเช่นสิบล้อ  รถทัวร์ หรือรถเมล์ก็ขึ้นได้หมดเลยคะ

แล้วโชคก็เข้าข้างเราเจ้าปลาโลมาสีชมพูได้ว่ายน้ำมาแหวกว่ายทักทายกับนักเรียนทำเอาครูและนักเรียนตื่นเต้นกันยกใหญ่  เพราะโอกาสแบบนี้หาชมได้ยากมาก  หรือปลาจะตกใจที่เห็นนักเรียนมากันเป็นจำนวนมากหรือเปล่าก็ไม่รู้   ฉันตื้นตันใจจนบอกไม่ถูกเพราะนักเรียนของฉันมีความสุข(อ้อ  ลืมบอกไปว่าปลาโลมาจะวนเวียนอยู่แถวๆท่าเรือนี้แหละคะแต่จะไม่ค่อยให้ใครได้ชมมากนัก  แล้วแต่อารมณ์ของปลา)

 

      อยากจะถ่ายเรื่องราวอีกมากมายแต่ด้วยเวลามีเพียงเท่านี้  อีกสักระยะฉันคงจะกลับมาเขียนบันทึกของครูธรรมดาคนนี้อีกแน่นอน...