ได้เที่ยวเพราะคำสัญญา

   จากคำสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อน ตอนไปเที่ยวทุ่งทานตะวันที่สระบุรี เป็นการท่องเที่ยวของสาวโสด 3 ชีวิตที่ออกเดินทางโดยขับรถตะลุยกันไปเอง เนื่องด้วย สาวทั้งสามนาง ไม่มีวี่แววที่จะได้ไปใช้ชีวิตคู่แต่อย่างใด จึงเกิดไอเดียเสนอกันเอามันส์ว่า "เนี่ย ถ้าพวกเราหนึ่งในสามคนนี้ได้แต่งงานก่อน ต้องพาเพื่อนที่ยังไม่แต่งไปเที่ยวทริปฮ่องกงฟรีนะ" และแล้วสามนางก้อสัญญากัน และมุ่งมั่นมากมาย อยากเป็นผู้เสียเงินเลี้ยงเพื่อนในสัญญาครั้งนี้ซะเหลือเกิน และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก้อได้เกิดขึ้น

หนึ่งในสามนาง พบรักและลงเอยด้วยการแต่งงาน ในขณะที่ สองนางที่เหลือ ยังคงแน่นิ่งสนิทเงียบ  ไร้ซึ่งชายหนุ่ม โอว เรื่องที่ยินดี มันก็พอจะอยากยินดีกับเพื่อน แต่ มันก็เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดหัวใจ ทำไมไม่เป็นเรานะที่ได้ ชดใช้คำสัญญาอันยิ่งใหญ่นี้ อิอิ (เพิ่งจะทดลองเขียนบล็อคอีกครั้งค่ะอยากลงรูปด้วยแบบที่พี่หนึ่งทำนะ ทดสอบดูก่อน)

     หลังจากไปงมเรื่องการลงรูปอยู่นานพอสมควร  จึงตัดสินใจกลับมาพิมพ์เล่าเรื่องต่อจะเป็นประโยชน์กว่า  ถึงไหนกันแล้วนะ ถึงเรื่องที่เจ็บปวดใจยิ่งแล้วความจริงอยากเอารูปวันงานแต่งของเพื่อนมาลงแต่เนื่องด้วยความฉลาดน้อยส่วนตัวของผู้เขียน จึงทำให้ไม่ได้อรรถรสครบความบันเทิง ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

    เมื่อเพื่อนแต่งงาน การทวงถามถึงคำสัญญาจึงเกิดขึ้น  เมื่อไหร่ จะได้ไปเที่ยวฮ่องกงฟรี แต่ด้วยเวลาที่ไม่อำนวย ชีวิตคนเรายังคงต้องดำเนินต่อไป อยู่ได้ด้วยความหวังว่า ถึงจะแพ้สัญญาในครั้งนี้ อย่างน้อยก็ยังได้ไปเที่ยวฟรี ถือเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อนโอ้ต(คือบุคคลที่ชนะในสัญญาครั้งนี้) จึงขอลดหย่อน(คล้ายๆลดหย่อนภาษี) เนื่องด้วยภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองไทยน่าจะช่วยให้พี่เบิร์ ธงไชยรู้สึกประสบความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ จึงเปลี่ยนแปลงทริปจากเดิมฮ่องกง เป็นปาย แทน  ผู้อ่านอาจสงสัย ทดแทนกันได้ด้วยหรือ สรุปคือมันแทนกันได้อย่างแน่นอนเพราะเพื่อนโอ้ต มีท่าทีว่าถ้าปฏิเสธจะถือโอกาสชิ่งไปเฉยๆ ฉะนั้น ปายก้อดีกว่าไม่ได้ชดใช้สิ่งที่เพื่อนโอ้ตได้กระทำไปรุนแรงเกินกว่าที่เพื่อนอย่างสามจะทนรับได้(แต่งงานก่อนเนี่ยนะ)

   

เมื่อตัดสินใจจะไปปาย เพื่อนโอ้ตตัดสินใจเช่ารถตู้ออกเดินทางจากอุดร จึงต้องหาสมาชิกที่มากพอสมควรมาช่วยหารกันในครั้งนี้ และแล้ว ในที่สุด ก็ได้เล่าเรื่องที่ไปกันได้กับชื่อเรื่องที่ตั้งไว้ซักที เกริ่นซะนานเชียว (ยังคงอยากเอารูปประกอบคำบรรยายนะ แต่ทำไม่เป็น แย่จริงเลย)

  ในที่สุด ก้อลงรูปเป็น เก่งจริงๆเลยนะ(เรื่องที่คนอื่นๆเค้าทำเป็นมาตั้งนานแล้ว) รุปที่ลง ไม่ใช่เพื่อนโอ้ตแต่งนะคะ แต่เป็นงานแต่งของเพื่อนที่เคยไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แล้วก้อมีอีกคนนึงรูปข้างบนใหญ่เกินไป ลองมาดูงานเพื่อนแอร์ว่าจะใหญ่เกินไปรึเปล่า

     แล้วทำไมยังไม่ลงงานแต่งเพื่อนโอ้ต เพราะไม่มีรูปในคอมไง นี่คือคำตอบ แต่คิดว่า จะเริ่มเล่าเรื่องทริปที่ไปเที่ยวจะดีกว่า

     ในที่สุดก็ได้เริ่มออกเดินทางไปท่องเที่ยวโดยมีผู้ร่วมทริป เป็น 2 ฝ่าย (เนื่องจากสามกะเพื่อนโอ้ตทำงานอยุ่ต่างสถานที่กัน จึงทำให้มีผู้ร่วมทริปมาจากที่ทำงาน 2 แห่ง) และเพื่อนร่วมทริปก็พาผู้ติดตามเป็นคนรักบ้างเพื่อนสนิทบ้างไปรวมกัน เป็น 10 ชีวิต

    เริ่มต้นเดินทางจากอุดร เวลาประมาณ1 ทุ่มกว่า  ผู้ร่วมเดินทาง ยังคงสดชื่นรื่นรมย์ จึงตัดสินมีกิจกรรมร่วมกันโดยเลือกดูหนังแนวรักโรแมนติก "ห้าแพร่ง" เมื่อดูไปได้ซักระยะ ด้วยถนนที่คดเคี้ยว จึงทำให้สามเมารถเกือบดับอนาถ  (ปกติไม่ใช่คนเมารถ) ตัดสินใจวางยาตัวเอง Dimen เพียงหนึ่งเม็ด ช่วยคุณได้ หลับเป็นตายเลยทีเดียว หลังจากนั้น ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเวลา ตีสอง กลับมาเป็นคนเก่าที่สดชื่นรื่นรมย์ สามจึงชวนเพื่อนคนที่ไม่เมารถร้องคาราโอเกะร่วมกัน  คุณลุงคนขับรถที่เราเช่ามานั้น มีการขัดขืนปฏิเสธการเปิดคาราโอเกะ  แต่ด้วยความแรง ส่วนตัว จึงสามารถขับร้องเพลงกันได้อย่างมีความสุข  ร้องไปได้เป็นเวลาค่อนข้างนาน  ด้วยถนนที่คดเคี้ยว จึงรู้สึกได้ถึงอาการคลื่นเหียน(เอ๊ะนี่เราเป็นอะไรไป หรือจะเป็นอาการของหญิงมีครรภ์ คิดไปได้ -_-)

    สถานที่ในยามเช้าของวันแรกที่พวกเราไปเที่ยวกันคือ ออบหลวงค่ะ  ไปกันแต่ไก่โห่ เค้ายังไม่เปิด จึงเชิ่ดๆไปรับประทานกาแฟ และข้าวต้มร้อนๆที่ร้านอาหารข้างๆออบหลวง  (ขอกระซิบว่า เค็มมาก ไม่อร่อยค่ะแต่กลัวจะโดนฟ้องหมิ่นประมาท ดังนั้นจะไม่ขอเอ่ยชื่อร้าน...เอิ่ม มันมีอยู่ร้านเดียวนั่นแหละ)

 

 

   รู้สึกได้เลยว่ารูปใหญ่เกินไป เดี๋ยวมาแก้ไขใหม่ดีกว่า ยังเล่าไม่ถึงไหนเลย  ตามธรรมเนียมขอลงภาพแชะกับป้าย

 

 

   เนื่องจากเรามากันถึงเช้าเกินไป เจ้าหน้าที่ตื่นมาเก็บเงินค่าผ่านประตูไม่ทัน  ก็เลยได้เที่ยวฟรีค่ะ ดูรูปกันต่อ

 

    คิดว่าความจริงการเดินไปตรงสะพานไม้น่าจะสวย แต่พวกเราตัดสินใจอยุ่กันเพียงเท่านั้น เพราะความขี้เกียจ  เดินทางกันดีกว่าค่ะ แวะกันที่สวนสน สามว่าสวยมากเลย วิวคล้ายๆเกาะนามิ ที่เกาหลีนะ winter love song ค่ะ

 

  แล้วหลังจากถ่ายรุปกันที่สวนสนอย่างบ้าคลั่ง ก็มีรถขายสตรอเบอร์รี่ ทำให้พวกเราขอติดตามไปที่สวนสตรอเบอร์รี่ แต่ ขับตามกันไปมา พลัดหลงกันเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ จึงได้ตัดสินใจ เดินทางมุ่งหน้าสู่ ถ้ำแก้วโกมล ค่ะ  ครั้งนี้ กะจะเอาหน้าแนบความสวยงามของถ้กน้ำแข็งแสนสวยที่เห็นในเวบเลยค่ะ แต่ก็น่าเสียดายสถานที่นั้นไม่ให้เอากล้องไปในถ้ำได้  เนื่องจากแสงแฟลชจะทำลายความสวยงามของถ้ำ  แต่เข้าไป ก็ไม่สวยเหมือนในรูปเท่าไหร่ค่ะ เค้าบอกว่าเมื่อก่อนสวยงามมากแต่ตอนนี้ โดนทำลายจากการบุกรุก รุกรานธรรมชาติมากจนต้องขอเก็บกล้องไว้ที่ปากถ้ำ จึงขอข้ามถ้ำไปเลย มุ่งหน้าสู่ปางอุ๋ง

    พวกเราไปพักกันที่โอมสเตย์ลุงสร้อยเงิน  เป็นห้องพักแบบเล็กๆ ห้องน้ำในตัว เปิดไฟได้เวลา 18.00-22.00 น. เพียงเท่านั้น อยากอาบน้ำอุ่น เสีย 30 บาทค่ะ เป็นโฮมสเตย์ที่อยู่ใกล้ปางอุ๋งสามารถเดินไปได้เลย สวยดีค่ะ

 

 

 

 ยังไม่จบนะคะ แต่ ไม่ไหวแล้ว