แนวคิดการต่อยอดการพัฒนาโรงเรียนที่ผ่านการประเมินเป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝันแล้ว
ชัด บุญญา
หลังจากผ่านการประเมินเป็นโรงเรียนต้นแบบในฝันแล้ว จะทำอะไรกันอีก
-
งานจัดการศึกษาเป็นงานที่ไม่มีวันจบสิ้น ต้องพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ภารกิจสำคัญของโรงเรียน และหน่วยงานทางการศึกษาก็คือ พัฒนาหลักสูตร และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่จะให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะตามที่หลักสูตรกำหนด ในภาพรวมของคุณลักษณะที่ต้องการส่วนหนึ่ง ก็คือ สมรรถนะ และทักษะที่แสดงออก ดังนี้
สมรรถนะทักษะที่แสดงออก
ความรู้ · สังเกตและการนึกถึงข้อมูลเดิม ๆ ได้
· รู้เกี่ยวกับวัน เดือน ปี เหตุการณ์ และสถานที่
· รู้เกี่ยวกับความคิดหลัก
· รู้จริงเกี่ยวกับเนื้อหาสาระที่เรียน
· ถาม ตอบ ที่เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
- บอกรายการที่ต้องทำได้
- ให้คำจำกัดความได้
- บอกได้
- อธิบายได้
- ระบุได้ ชี้ได้
-
แสดงได้
-
จัดพวกได้
- เก็บได้
- ตรวจสอบได้
- ประกอบได้
- อ้างอิงได้
- ตั้งชื่อได้
- ใช้คำถามอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ใคร ได้
ความเข้าใจ
· เข้าใจข้อมูล
· เข้าใจความหมาย
· แปลความรู้ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่
· แปลข้อเท็จจริง เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างหรือตรงกันข้าม
· เรียงลำดับ จัดหมู่พวก ชี้สาเหตุ
· ทำนายผลที่จะตามมา
· ถามหรือตอบ ที่เกี่ยวข้องกับ
- การสรุป
- การอธิบาย
- การแปลความ
- การเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ตรงกันข้าม
- การเชื่อมโยง
- การจำแนกแยกแยะ
- การประมาณ
- การทำให้แตกต่างออกไป
- การอภิปราย
- การต่อ ขยายออกไป
- ใช้คำถามอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ใคร ได้
การนำไปใช้
· การใช้ข้อมูล
· ใช้วิธีการ ความคิดรวบยอด ทฤษฏีในสถานการณ์ใหม่
· แปลความรู้ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่
· การถามหรือตอบ ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
- ประยุกต์
- สาธิต
- คำนวณ
- ทำให้สมบูรณ์
- อธิบาย
- แสดง
- แก้ปัญหา
- ตรวจสอบ
- ขยายความ
- เชื่อมโยง
- เปลี่ยน
- จัดหมวดหมู่
- ทดลอง
- ค้นพบ
การวิเคราะห์ · อธิบายรูปแบบได้
· จัดองค์กรส่วนประกอบได้
· จำความหมายที่ซ่อนเร้นได้
· ระบุองค์ประกอบได้
· ถามหรือตอบ ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
- วิเคราะห์
- จำแนก แยกแยะ
- เรียงลำดับ
- อธิบาย
- เชื่อมต่อ
- แบ่งเป็นหมวดหมู่
- จัด, เตรียม
- แบ่ง
- เปรียบเทียบ, เลือก
- ลงความเห็น
การสังเคราะห์ · นำความคิดเก่า ๆ มาสร้างความคิดใหม่ ๆ
· นำข้อเท็จจริงที่กำหนดให้ไปทำให้เป็นเรื่องทั่วไป
· สร้างความสัมพันธ์ระหว่างหลาย ๆ กลุ่มสาระ
· ทำนาย
· หาข้อสรุป
· การถามหรือตอบ ที่มีกิริยาต่อไปนี้
- รวม
- บูรณาการ
- ขยาย
- จัดใหม่
- สับเปลี่ยน
- วางแผน
- สร้างสรรค์
- ออกแบบ
- ประดิษฐ์, คิดค้น
- ……จะเป็นอย่างไร ถ้า .....- แต่ง (เพลง, ร้อยกรอง)
- เตรียม
- ทำให้เป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป
- เขียนใหม่
ประเมินผล
· เปรียบเทียบ และแยกแยะความคิด
· เข้าถึงคุณค่าของทฤษฏีการนำเสนอ
· หาทางเลือกที่อยู่บนพื้นฐานการโต้แย้งที่มีเหตุผล
· ตรวจสอบคุณค่าจากพยานหลักฐานต่าง ๆ
· จำได้ด้วยความรู้สึกส่วนตัว
ซึ่งสมรรถนะ และทักษะที่แสดงออกถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์ มากน้อยตามระดับความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน ในบางแง่มุมของการใช้หลักสูตร ที่คุณครูต้องใช้ความพยายามจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับความรู้ความสารถของนักเรียนแต่ละคนที่มีพื้นฐานที่แตกต่างกัน ให้สูงขึ้นมากที่สุดตามหลักการ นักเรียนเป็นสำคัญ ตามระดับความสามารถ (Rubrics) ที่ โกวิท ประวาลพฤกษ์ เสนอไว้ ดังนี้
ความสามารถในการเขียน
ระดับ
1. เขียนตามแบบที่กำหนดกรอกข้อความสั้น ๆ ในแบบต่าง ๆ ได้
2. เขียนแบบขยายความเพิ่มเติมตัวอย่างเขียนได้ยาวขึ้นมีความหลากหลายในการใช้
คำมากกว่า 1 แบบ เนื้อหายังอยู่ในขอบเขตจำกัด
3. เขียนอย่างเป็นลำดับ มีใจความสำคัญ ชัดเจน แต่มีการขยายความอธิบายอย่างกว้างขวาง
4. เขียนโดยคำนึงถึงผู้อ่าน ผู้รับสาร ปรับเปลี่ยนระดับได้สอดคล้องกับผู้อ่าน
ให้ผู้อ่านรับสาระสำคัญได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน
5. เขียนอย่างสร้างสรรค์ สละสลวย มีถ้อยคำสำนวนหลากหลาย เร้าให้เกิดอารมณ์
คล้อยตาม และเชื่อถือจากผู้อ่านได้ โดยยังคงสาระสำคัญ เป้าหมายของการสื่อ
ความไว้อย่างชัดเจน แต่การเขียนเหมาะสมกับผู้อ่านหลายระดับ หลายสถานะ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ระดับ
1. สามารถแก้ปัญหาได้ตามแบบตามวิธีที่ได้เรียนรู้มาแล้ว
2. สามารถแก้ปัญหาได้มากกว่า 1 แนวทาง ได้ดัดแปลงแนวทางให้มีประสิทธิภาพ
ในการแก้ปัญหาได้ดีขึ้น
3. สามารถแก้ปัญหาอย่างหลากหลายวิธีกำหนดออกมาเป็นกฎหรือความสัมพันธ์
เป็นรูปแบบ หรือสูตรในการแก้ปัญหาได้
4. สามารถนำสูตรที่กำหนดได้ไปใช้ในการแก้ปัญหาอื่น ๆ มองถึงผลที่เกิดขึ้นเลยไปจากผลที่
กำหนด คำนึงถึงผลระยะยาวและร่วมมือกับผู้อื่นในการแก้ปัญหาได้
5. สามารถร่วมมือกับผู้อื่นในการคิดแก้ปัญหา ลงมือทำเพื่อผลต่อเนื่องระยะยาว
คิดถึงองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เป็นระบบพัฒนาผู้ร่วมงานไปพร้อม ๆกันอย่างกลมกลืน
ได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างทั่วหน้า
ความสามารถในการใช้คณิตศาสตร์
ระดับ
-
คิดคำนวณและใช้คณิตศาสตร์ได้ตามแบบ ใช้ภาษาคณิตศาสตร์พื้นฐาน นำเสนอในแบบสัญลักษณ์และแผนภูมิง่าย ๆ
-
ดัดแปลงแนวทางในการแก้ปัญหา เริ่มมีการตรวจสอบผล นำเสนอความคิดของตนเองได้ รวมทั้งสามารถยกตัวอย่างอื่น ๆ เพิ่มเติม สนับสนุนคำอธิบาย ตีความ แปลความสัญลักษณ์ ต่าง ๆ
-
พัฒนาเทคนิควิธีการของตนเอง นำมาใช้ในการแก้ปัญหาและใช้คณิตศาสตร์ในงานต่าง ๆ นำเสนอข้อมูลและผลงานอย่างชัดเจน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความผสมกลมกลืนของส่วนต่าง ๆ ที่นำเสนอ และชี้แจงเหตุผลประกอบในการนำเสนอ พยายามสร้างรูปแบบ ให้เป็นแบบแผนของตนเอง
-
แสวงหาข้อมูลเพิ่มเติมในการแก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน มีการจำแนกงานออกเป็นส่วนย่อย แล้วดำเนินการทีละส่วน เริ่มใช้สัญลักษณ์ ศัพท์ และแผนภูมิคณิตศาสตร์ในการนำเสนองานต่าง ๆ รวมทั้งตรวจสอบแนวคิดของตน แบบแผนที่พัฒนาขึ้นกับกรณีเหตุการณ์ เงื่อนไขต่าง ๆ
-
จากปัญหาและเงื่อนไขต่าง ๆ ผู้เรียนสามารถวางแนวทางขั้นตอนในการนำไปสู่คำตอบที่สมบูรณ์ มีการพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ อย่างพินิจพิเคราะห์ ตรวจสอบผลและปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เสมอ นำเสนอถึงโครงสร้างคณิตศาสตร์ของเรื่องราว สถานการณ์ปัญหา หรือที่จะศึกษาวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจน มีแนวในการหาคำตอบเป็นของตนเอง
ความสามารถทางประวัติศาสตร์
ระดับ
-
นำเสนอความแตกต่างระหว่างอดีตและปัจจุบัน บอกเล่าเหตุการณ์ตามลำดับได้
-
ลำดับเวลาในอดีต จัดแบ่งเป็นยุคต่าง ๆ เริ่มมองเห็นผลในการแสดงของบุคคลในอดีต
-
จัดข้อมูลในอดีตตามลำดับการเกิดเชื่อมโยงข้อมูลให้เห็นแนวโน้มลำดับเหตุและผลได้อย่างชัดเจน
-
นำแนวโน้มมาใช้ทำนายการแสดงของบุคคลที่มีพื้นฐานต่างกัน ทำให้เกิดความเข้าใจในความแตกต่างของบุคคล เหตุการณ์ที่มีจุดเริ่มต้นต่างกัน
-
นำเสนอข้อมูลเหตุผลในอดีตมาใช้ในการวางแผนพัฒนาได้อย่างสอดคล้องมีเหตุมีผลเหมาะสมเพิ่มความกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสังคม
ความสามารถทางวิทยาศาสตร์ สิ่งที่มีชีวิตและวงจรชีวิต
ระดับ
-
บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับคน สัตว์ พืช ได้อย่างหลากหลาย ระบุถึงส่วนสำคัญต่าง ๆ รูปร่าง สี ขนาด รวมทั้งบอกชื่อสัตว์ พืช ตามลักษณะเด่นได้
-
จำแนกจัดหมวดหมู่สัตว์ และพืช ตามลักษณะต่าง ๆ เช่น จำแนกขา ลักษณะใบสถานที่อยู่อาศัย เงื่อนไขการดำรงชีพ และสามารถอธิบายถึงสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ
-
นำเสนอลำดับกระบวนการเจริญเติบโต และการขยายพันธุ์รวมทั้งการหาสาเหตุที่ส่งเสริมหรือชะลอกระบวนการดังกล่าว เช่น การขาดแสง การขาดน้ำ ทำให้การเจริญเติบโตลดลง รวมทั้งการปรับตัวของสัตว์ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัย
-
อธิบายถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสิ่งที่มีชีวิตในการปรุงอาหาร สืบพันธุ์ รวมทั้งการจัดหมวดหมู่ตามระบบอาหารและระบบสืบพันธุ์ เข้าใจถึงหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและสามารถเสนอแนะแนวทางที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตคงอยู่สืบไปอย่างถาวร ได้มองเห็นความสัมพันธ์และการอาศัยซึ่งกันและกันของคน สัตว์ และพืช
-
นำเสนอวงจรชีวิตที่มาเกี่ยวข้องกันของคน สัตว์ และพืช เปรียบเทียบวงจรชีวิตต่าง ๆ ได้โดยระบุถึงกระบวนการที่เหมือนกัน และต่างกัน อธิบายสภาพสมดุลของสิ่งที่มีชีวิต ระบบนิเวศในสภาพที่อาศัยหนึ่ง ๆ ได้ รวมทั้งเสนอแนวปฏิบัติในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศตามธรรมชาติ ตลอดจนอธิบายถึงลักษณะสำคัญที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมต่าง ๆ นำไปสู่การขยายพันธุ์อย่างหลากหลายได้
การศึกษาตรวจสอบเชิงวิทยาศาสตร์
ระดับ
-
นำเสนอลักษณะเด่นของสิ่งที่พบเห็นรอบตัว ในลักษณะง่าย ๆ ได้
-
นำข้อมูลมาจัดเป็นหมวดหมู่ กำหนดแนวโน้มใช้เครื่องมือง่าย ๆ ในการเก็บข้อมูล ทำนายแนวโน้มอย่างง่าย ๆ ได้
-
สามารถกำหนดเหตุและผลใช้เครื่องมือหลากหลายในการเก็บข้อมูล นำเสนอในรูปตารางแผนภูมิต่าง ๆ ลงสรุปโดยใช้ข้อมูลแสดงถึงหลักการความเข้าใจเชิงวิทยาศาสตร์
-
พิจารณาข้อมูลหลายด้านอย่างหลากหลาย รวมทั้งคุณภาพของข้อมูล ใช้เครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงอย่างคล่องแคล่ว สามารถอธิบาเหตุผลในเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามทฤษฎีหรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้ ดำเนินการทดลองซ้ำได้อย่างมั่นใจ
-
ออกแบบการทดลองอย่างเหมาะสม กำหนดตัวแปรสำคัญ เหมาะกับการลงสรุปอย่างกระชับ เลือกวัสดุ เครื่องมือ รูปแบบการทดลองได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการค้นหา มีกระบวนการสรุปที่สมเหตุผล รู้จุดอ่อน จุดเด่นของการทดลอง และสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนด้วยความหนักแน่นของข้อมูล และกระชับด้วยตัวแปรที่มีความแม่นยำสูง กำหนดเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้
ความสามารถด้านสารสนเทศ หรือ การใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้
ระดับ
-
ใช้คอมพิวเตอร์นำเสนอความคิดของตนในรูปข้อมูลข่าวสาร
-
ใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลข่าวสาร
-
ใช้คอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์ จัดกระทำกับข้อมูล หาแนวโน้มนำเสนอเป็นสารสนเทศ
-
ใช้คอมพิวเตอร์แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อความเข้าใจอันดี
-
ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำโครงการ วิเคราะห์ นำเสนอ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และสารสนเทศ เพื่อการพัฒนา
ความสามารถทางการออกแบบ (ศิลปะ และอุตสาหกรรม)
ระดับ
-
ใช้วัสดุในวงจำกัด เป็นการจัดวัสดุ รูปร่าง ที่มีอยู่ ใช้รูปภาพและคำอธิบายในการนำเสนอ
-
ใช้วัสดุโดยคำนึงถึงเทคนิคการผลิต มีผลผลิตสำเร็จรูปแล้วเป็นแหล่งความคิด ใช้รูปจำลอง และภาพ
ต่าง ๆ ในการนำเสนอ -
นำเอาเงื่อนไขข้อจำกัดทางวัสดุมาใช้ในการออกแบบ คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมทั้งความต้องการของผู้ใช้มาเป็นพื้นฐาน นำเสนอรูปแบบหลายอย่าง มีทางเลือก และแนวทางปรับปรุงหลายทาง นำเสนอโดยใช้ภาพแบบที่มีรายละเอียดระบุขนาดคำอธิบายชัดเจน
-
ก่อนการออกแบบมีการค้นคว้า อภิปรายทดสอบความคิดกับคนหลาย ๆ กลุ่ม รวมทั้งผู้ใช้ คำนึงถึงเกณฑ์หลายด้าน ทั้งรูปร่างหน้าตา ความปลอดภัย ประโยชน์ใช้สอย รวมทั้งข้อจำกัดของวัสดุต่าง ๆ มีการทดสอบแบบหลาย ๆ แบบ โดยใช้รูปจำลองหรือภาพวาด มีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงของแต่ละแบบหลายแนวทาง
-
ออกแบบโดยคำนึงถึงกระบวนการผลิต ความหลากหลาของผู้ใช้ นำเสนอได้หลายรูปแบบ ใช้สื่อผสม มีข้อมูล สร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ ยืนยันว่าใช้ได้ในสภาพจริง มีข้อเสนอแนะสำหรับโรงงานที่จะนำไปผลิต ตลอดจนรายละเอียดต่าง ๆ ที่จะช่วยให้กระบวนการผลิตจัดทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสามารถทางการผลิต (ศิลปะ – งานประดิษฐ์)
ระดับ
-
อธิบายถึงสิ่งที่จะผลิต วัสดุที่ใช้ เลือกใช้วัสดุและวิธีการเฉพาะในการผลิต รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการผลิตตามแบบที่กำหนด
-
ใช้เครื่องมือในการผลิตอย่างปลอดภัย ใช้วัสดุหลากหลาย มีรูปทรงผลงานหลากหลายมีการวางขั้นตอนของการทำงานอย่างชัดเจน นำไปสู่เป้าหมายได้ มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือ และมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ก็สามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผลนำไปสู่ผลงานที่ดีขึ้น
-
ลงมือผลิตตามขั้นตอนที่ได้วางไว้ กำหนดรายละเอียดเทคนิคของแต่ละขั้นตอน เครื่องมือที่จำเป็นเหมาะสมตรวจสอบคุณภาพของงานทุกขั้นตอน ปรับปรุงโดยคำนึงถึงคุณภาพสูงของผลผลิตสุดท้าย และหน้าที่ใช้สอดสอยที่คุ้มค่าของผลผลิต ใช้เครื่องมือต่าง ๆ อย่างแม่นยำ เก็บรักษา ดูแลคุณภาพของเครื่องมือเป็นอย่างดี มองหาแนวทางปรับปรุง เพิ่มพูนคุณภาพอยู่เสมอ ประเมินเอง ตัดสินใจได้เอง
-
ใช้กระบวนการผลิตแบบใหม่ ๆ ที่ประหยัดมีความปลอดภัยสูง เลือกวัสดุที่มีคุณภาพเหมาะสมกับการใช้ในสภาพจริง คงทนถาวร ตระหนักในความก้าวหน้าทางการผลิต ประเมินผลผลิตโดยคำนึงถึงสภาพใช้งานจริง ร่วมมือกับผู้อื่นในการผลิตให้คำแนะนำในการผลิตได้อย่างสมเหตุสมผล มีคำอธิบายที่เน้นคุณภาพ ประโยชน์ใช้สอยอย่างชัดเจน
-
ใช้กระบวนการผลิตที่นำไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม จัดงานได้อย่างแม่นยำ คงที่ เชื่อมั่นได้ในผลผลิตที่มีคุณภาพสูง คำนึงถึงผลกระทบที่จะมีต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณประโยชน์ในการใช้สอยอย่างคุ้มค่า ร่วมมือกับบุคคลทุกฝ่ายในการผลิต และเผยแพร่นำไปสู่การพัฒนาร่วมกันอย่างสมดุล ถาวรรอบด้าน
ความสามารถทางการมีค่านิยมและคุณธรรม
ระดับ
-
ปฏิบัติตามข้อกำหนดปทัสถาน เกณฑ์พฤติกรรมแห่งความดีงาม และข้อห้ามต่าง ๆ ด้วยความมุ่งหวังที่ผลประโยชน์จะเกิดกับตนเอง
-
ปรับปรุงเพิ่มพูนการปฏิบัติตามเกณฑ์พฤติกรรมแห่งความดีงาม ตามคำแนะนำของผู้อื่น รับฟังข้อวิจารณ์จากผู้อื่นและบุคคลรอบข้าง ดัดแปลงการปฏิบัติให้เหมาะสมกับข้อปฏิบัติของตน
-
วิเคราะห์ จัดสร้างแนวปฏิบัติ ตัดสินใจได้เองด้วยเหตุผลที่เหมาะสม เพื่อการเสริมสร้างกฎเกณฑ์แห่งความดีงาม ก่อให้เกิดระเบียบระบบในสังคม ยืนยันในความดีงามแห่งค่านิยมและคุณธรรมยึดมั่นในเหตุผลแห่งความดีงาม
-
ร่วมมือกับผู้อื่นในการรักษาระบบระเบียบแห่งสังคม ให้ประโยชน์แห่งการปฏิบัติตนมีผลไปสู่การพัฒนาค่านิยม และคุณธรรมของสมาชิกในกลุ่ม หรือบุคคลรอบข้าง
-
แสดงความชื่นชมยกย่องให้รางวัลต่อพฤติกรรมแห่งความดีงามที่นำไปสู่ความเป็นระบบแห่งสังคม พัฒนาสังคมไปสู่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ทำให้ทุก ๆ คนในสังคมเพิ่มพูนความดีงามไปพร้อม ๆ กัน อย่างทั่วถึง ปฏิบัติตนเพิ่มวามดีงามและการพัฒนาของสังคมแห่งความดีงามในทุกโอกาส
เมื่อโรงเรียนในฝันที่ผ่านการประเมินรับรองเป็นโรงเรียนในฝันแล้วเห็นว่าคุณภาพของโรงเรียนดีขึ้น หรือไม่แน่ใจว่าจะรักษาระดับความเป็นโรงเรียนต้นแบบไว้ได้หรือไม่ ก็อาจใช้วิธีการประเมินเพื่อรักษา หรือพัฒนาตนเองต่อไป ซึ่ง ผู้เขียนและคณะได้ไปลองใช้วิธีการประเมินโรงเรียนในฝัน โดยใช้รูปแบบการประเมินอีกรูปแบบ ที่พบว่า สามารถทำได้ไม่ยาก นำไปใช้เป็นแนวทางในการประเมินโรงเรียนในฝันที่ผ่านการประเมินแล้ว หรือ ซักซ้อมเพื่อรับการประเมินโรงเรียนในฝัน หรือโรงเรียนโดยทั่วไปใช้สำหรับการประเมินภายในประจำปีได้ ดังนี้
หลักการประเมิน
1. การประเมินเพื่อให้โรงเรียนพัฒนาตนเอง แบบมีส่วนร่วม 3 ด้าน ดังนี้
1.1 การประเมินด้านผลผลิตเพื่อให้โรงเรียนภาคภูมิใจใน
ตัวผู้เรียนที่มาจากกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู และการจั
(ต่อ)
เมื่อโรงเรียนในฝันที่ผ่านการประเมินรับรองเป็นโรงเรียนในฝันแล้วเห็นว่าคุณภาพของโรงเรียนดีขึ้น หรือไม่แน่ใจว่าจะรักษาระดับความเป็นโรงเรียนต้นแบบไว้ได้หรือไม่ ก็อาจใช้วิธีการประเมินเพื่อรักษา หรือพัฒนาตนเองต่อไป ซึ่ง ผู้เขียนและคณะได้ไปลองใช้วิธีการประเมินโรงเรียนในฝัน โดยใช้รูปแบบการประเมินอีกรูปแบบ ที่พบว่า สามารถทำได้ไม่ยาก นำไปใช้เป็นแนวทางในการประเมินโรงเรียนในฝันที่ผ่านการประเมินแล้ว หรือ ซักซ้อมเพื่อรับการประเมินโรงเรียนในฝัน หรือโรงเรียนโดยทั่วไปใช้สำหรับการประเมินภายในประจำปีได้ ดังนี้
หลักการประเมิน
1. การประเมินเพื่อให้โรงเรียนพัฒนาตนเอง แบบมีส่วนร่วม 3 ด้าน ดังนี้
1.1 การประเมินด้านผลผลิตเพื่อให้โรงเรียนภาคภูมิใจในตัวผู้เรียนที่มาจากกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู และการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน และนำผลการประเมินมาทบทวน และปรับปรุงด้วยตัวโรงเรียนเอง
1.2 การประเมินด้านปัจจัยความพร้อมใช้ของอาคาร สถานที่ วัสดุปกรณ์ทั่วไป และ ICT บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมตามสภาพจริง เพื่อให้โรงเรียนภาคภูมิใจในความพอเพียงและกระบวนการใช้ การบำรุงรักษาฯ ของโรงเรียน และนำผลการประเมินมาทบทวนปรับปรุงด้วยตัวโรงเรียนเอง
1.3 การประเมินด้านการใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนภาคภูมิใจ
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับICT กระบวนการใช้ การบำรุงรักษาฯ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ที่ใช้ ICT และนำผลการประเมินมาใช้ในการทบทวนปรับปรุงด้วยตัวโรงเรียนเอง
2. จัดทีมประเมินซึ่งประกอบด้วยเพื่อทำหน้าที่ประเมินทั้ง 3 ด้าน
ด้านละ1-3 ทีม ซึ่งประกอบด้วย
2.1 ศึกษานิเทศก์ 1-2 คน
2.2 กรรมการนักเรียน 3 คน
2.3 ผู้แทนครู 3 คน
2.4 ผู้อำนวยการหรือ รองผู้อำนวยการ 1-2 คน
2.5 กรรมการสถานศึกษา 1-2 คน
2.6 ครูทำหน้าที่บันทึกวีดิทัศน์ 1 คน
การเตรียมการรับการประเมินของโรงเรียน
1. โรงเรียนเปิดเรียนตามปกติ
2. ครูจำนวนหนึ่งเตรียมการร่วมกิจกรรมการประเมิน
3. โรงเรียนจัดเตรียมกรรมการนักเรียนร่วมกิจกรรมการประเมิน
4. โรงเรียนจัดเส้นทางประเมิน พร้อมครู หรือนักเรียนนำทางทีมผู้ประเมินแต่ละด้าน
5. ซักซ้อมให้ผู้แทนนักเรียน เป็นรายห้อง ให้รายงานต่อคณะกรรมการเมื่อกรรมการเดิน ทางไปพบ เช่น
- เป็นนักเรียน ชั้นใด
- กำลังเรียนวิชาอะไร
- ใครเป็นครูประจำชั้น
- ครูผู้สอนในคาบที่กรรมการกำลังไปพบ
- กำลังเรียนวิชาอะไร
- ได้เรียนรู้อะไร เกี่ยวกับวิชานี้มาแล้วบ้างกำหนดการการประเมิน
08.30 น. กรรมการเดินทางถึงโรงเรียน และประชุมทีมประเมิน
09.00น. เดินทางตามเส้นทางที่กำหนด และนอกเส้นทางที่กำหนด
เพื่อดำเนินกิจกรรมการประเมิน
10.30 น. พักย่อย
11.00 น. ประเมิน (ต่อ)
12.00 น. พักกลางวัน
13.00 น. ประเมิน (ต่อ)
14.00 น. แต่ละทีมประชุม สรุปผลการประเมิน
15.30 น. ประชุมครูทั้งโรงเรียน (โรงเรียนควรเลิกเรียนเวลา 15.00 น.)
เพื่อรับทราบผลการประเมิน
วิธีการประเมินด้านผลผลิต กระบวนการ และปัจจัย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน www.nitesonline.net นะครับ
สวัสดีค่ะ..
รายละเอียดชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน เป็นแนวทาง "ต่อยอด" สำหรับโรงเรียนได้
แจ่มแจ๋วจริงๆเจ้าค่ะ..ปรมาจารย์ของ ศน.อ้วน
อย่าลืมนะคะ..รักษาสุขภาพด้วย
ดร. เฉลิม ฟักอ่อน ได้เขียน เรื่องการสอนคิดวิเคราะห์ และ เรื่อง backward Design ไว้ใน
http://www.nitesonline.net/download/Thinking.pdf
ถ้าการจัดการเรียนเรียนรู้ ที่มีแผนการสอนที่ทำเองใช้เองสอนเองจริงๆ และมีหลักการวิธีการที่อยู่ในสองเรื่องที่กล่าวมา ความเป็นต้นแบบครูโรงเรียนในฝัน และโรงเรียนในฝันก็จะเกิดขึ้นจริงๆ
โรงเรียนในฝันรุ่นหนึ่งสองที่ผ่านการประเมินแล้ว จะต่อยอดการพัฒนา ลองพิจารณาข้อเสนอนี้นะครับ
หรือคุณครูในโรงเรียในฝันหรือไม่ในฝัน จะลองดูในห้องเรียนที่ตนเองสอนก็น่าจะเพิ่มคุณภาพให้ตัวเอง
ทางหนึ่งไหมครับ
หรือถ้าคิดว่าเก่งอยู่แล้ว ทำอยู่แล้ว ก็ไม่เป็นไรครับ ตามสบายครับ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
ได้เทคนิคอะไรใหม่ ๆ เยอะเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ที่ท่านนำมาลงช่วยให้ ศน.ใหม่ ๆ อย่างพวกเรานำไปปรับใช้ได้มากเลยค่ะ อาจารย์ช่วยลงเทคนิคการนิเทศทางไกลหน่อยนะคะ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
เรียน ศน. ลำพูน
ต้องขออภัย ไม่ได้เข้ามาหลายวัน ไม่แน่ใจว่าที่เขียนๆ ไปจะมีใครเข้ามาอ่าน ถ้ารู้ว่ามีคนสนใจอย่างนี้ ค่อยมีแรงจูงใจให้เขียนหน่อย ขอบคุณครับทีไว้วางใจ
การนิเทศทางไกลในวันนี้มีอะไรต่ออะไรที่จะทำให้ตื่นเต้นกับการเรียนรู้ได้มากมาย
ประเด็นคิดเกี่ยวกับการนิเทศในวันนี้ น่าจะทบทวนคำว่าการนิเทศให้กระจ่าง ในภาษาอังกฤษ เราใช้คำว่า Supervision หรือ super กับ vision super แปลว่า ไม่ธรรมดา หรือ เป็นพิเศษ vision แปลว่าวิสัยทัศน์ หรือการมองไกล มองอนาคต รวมๆ Supervision ก็คือ การมองไกลแบบไม่ธรรมดา หรือเหนือชั้น หรือ การมีความคิดในเรื่องอนาคตที่ไม่ธรรมดา หรือเหนือชั้น
การนิเทศเมื่อเป็นภาษาไทย โดยเฉพาะการนิเทศกทางการศึกษา ผมเองจะให้ความหมายว่า หมายถึงการกระตุ้นให้เกิดการมองไกล มองแบบแบบไม่ธรรมดา ผลจากการมองก็คือการปรับปรุง วิธีการคิดการทำงานให้ดีขึ้น คมชัดลึกมากขึ้น ส่งผลต่อเป้าหมายการทำงานมากขึ้น โดยรวบรัดการนิเทศทางการศึกษา ก็คือการกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงวิธีการจัดการเรียนรู้ วิธีการบริหารการเรียนรู้ และวิธีการสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ (แปลว่าการบริหารที่อาศัยให้ครู และบุคลากรอื่นๆ ให้จัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น)
การกระตุ้นเพื่อให้เกิดการปรับปรุงวิธีการการจัดการเรียนรู้ ที่เคยคิดกันไว้ในกรมสามัญศึกษาในสมัยก่อน มี 3 รูปแบบ คือ นำ ร่วม เสริม ตามสภาพพื้นฐานของผู้รับการนิเทศ
ภาระงานการนิเทศที่ผ่านมา คิดกันไว้ 4 ลักษณะ คือ การให้คำปรึกษา แนะนำ การจัดประชุมอบรม สัมมนา การวิจัย และการผลิตสื่อ ทั้ง 4 ลักษณะ อาจแยกกันทำ หรือทำไปด้วยกันก็ได้
การนิเทศทางไกลเรา ก็เคยมี ในอดีต เราใช้ การส่งเอกสารไป-กลับเพื่อการเรียนรู้สำหรับครู ใช้โทรศัพท์ โทรสาร วิทยุ ทีวี เป็นเครื่องมือสื่อสาร
ที่ว่าการนิเทศทางไกลในวันนี้มีอะไรต่ออะไรที่จะทำให้ตื่นเต้นกับการเรียนรู้ได้มากมาย นั้น ผมคิดถึงงานที่ทำในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาของผม ก็คิดว่ามีอะไรที่เข้าข่ายการนิเทศทางไกลอยู่บ้าง ที่ว่าเข้าข่าย ก็เพราะเป็นงานที่ทำที่ไม่เป็นระบบครบวงจรสักเท่าไร ทำเพราะอยากทำ ทำเพราะอยากสนุกกับงาน ก็จะเล่าสู่กันฟัง
1. ปี 2550 (ลอง) สอนนักเรียน ป. 5 ป.6 โดยทำเอกสารที่ชื่อว่าคู่มือการเรียนขึ้นมาเล่มหนึ่ง (ดูได้จาก www.nitesonline.net) นำขึ้นไว้ในเว็บไซต์ ให้นักเรียนจาก 10 โรงเรียน ๆ ละ 2 คน ดาวโหลดไป แล้ว ทำงานส่งผม เช่น ย่อความจากเรื่องที่อ่าน ตอบคำถามที่ให้ ยกตัวอย่างประกอบ เรื่องที่ให้อ่าน แล้วส่งผมผ่านอีเมล์ ขึ้นเว็บบอร์ดแล้วผมโต้ตอบกับเด็กๆ ผ่านอีเมล์ และเว็บบอร์ด และมีคุณครูของเด็กเข้ามาแจมบ้าง ผลปรากฏดังที่ผมได้สรุปไว้ในเว็บไซต์ www.nitesonline.net ที่เขียนไว้ว่าสรุปผลงานของ เด็กหญิงวารุณี วรรณก้อน
แล้วมันเป็นนิเทศทางไกลไหม ตรงไหนที่คิดว่ามันน่าจะเข้าข่ายนิเทศทางไกล
อยู่บ้าง ถ้าจะนำแนวคิดนี้ให้เป็นการนิเทศทางไกลที่ดีกว่า ควรจะทำอย่างไร ก็ให้
ศน.ลำพูน ที่ขอมาช่วยตอบด้วย
2. ถ้าจำไม่ผิด นับตั้งแต่ปี 2545 ท่านอาจารย์จงภพ ชูประทีป ท่านทำเว็บไซต์ www.nitesonline.net ขึ้นมา ผมก็ได้นำสิ่งที่เขียนไปขึ้นเข้าไว้ อย่างนี้เข้าข่ายการนิเทศไหม แล้วถ้าจะทำให้เป็นระบบครบวงจร ควรจะทำอย่างไรดี
3. กลางปีที่แล้ว จากบทความเรื่อง การจัดการความรู้ในโรงเรียน คุณครูจากจังหวัดขอนแก่นขอเชิญ ให้ผมไปเป็นวิทยากรเรื่องนี้ ผมซ้อมใช้ระบบ วิดิโอคอนเฟอร์เร้นท์กับท่านอยู่หลายวัน เพราะคิดว่าจะใช้ระบบโฟนอินน์ แทนการเดินทางไปถึง ซึ่งต้องใช้เวลา ใช้เงิน ตอนซ้อมโดยใช้ Yahoo Messenger conference ก็ดูดี พอถึงวันประชุมใหญ่ ทีมงานท่านอาจารย์ จงภพ ซึ่งช่วยเซ็ตกล้องให้ บอกว่า พี่ซื้อตั๊วบินไปเถอะ
ผมก็ต้องถ่อสังขารไป กลับมาเดินไม่ได้อยู่เกือบเดือน ที่ไม่สำเร็จ ก็เพราะตอนซ้อมใหญ่เพื่อจัดประชุมที่ภัตตาคาร แบบวิชอินเตอร์เน็ตมีกำลังไม่พอ แม่จะไม่สำเร็จ ก็ได้รู้จักคำว่าแบนวิช ก็คุ้มไปอย่าง
แล้วที่เล่ามานี้เข้าข่ายนิเทศทางไกลไหมครับ
4. เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2553 ผมเป็นเลขานุการจัดงานที่เรียกว่า
Cross Country Loykrathong Festival มีโรงเรียนในเชียงใหม่ เขต 1 10 โรงเรียน
กระจายกันอยู่ที่ 3 โรงเรียน ได้แก่ สันกำแพง ดอยสะเก็ดวิทยาคม และวัฒโนทัยพายัพ มาเลเซีย 2 โรงเรียน อังกฤษ 2 โรงเรียน เวลาประมาณ 3 โมงเย็น ที่ลานหน้าเสาธงโรงเรียนสันกำแพง กระหึ่มขึ้นด้วย Marching Band โรงเรียนวัฒโน ตามด้วยฟ้อนเมือง (จำชื่อชุกไม่ได้) ฟ้อนดาบ กลองสะบัดชัย การสาธิตการทำกระทง ปล่อยโคมลอย บนเวทีมีนักเรียนคอยบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ตลอดรายการ พิธีเปิดในวันนี้ก็เป็นภาษาอังกฤษ
ภาพการแสดงในลานหน้าเสาธงไปปรากฏอยู่ในห้องประชุมของ 3 ประเทศ
7 โรงเรียน จอเล็กๆ 8 จอ อยู่ในคอมพิวเตอร์ของเด็กๆ ในห้องประชุม เวลา 3 โมงเย็น
เด็กเชียงใหม่ ทั้ง 3 จุด จับคู่กับเด็กมาเลย์ ขณะที่นักเรียนแต่ละคู่ ชมภาพการแสดงในลานจากจอคอมพิวเตอร์ของทั้งสองฝ่าย ไปพร้อมกัน เขาจะคุยกันถึงการแสดงที่เกิดขึ้นในลาน
3 โมงเย็นบ้านเรา เท่ากับ 4 โมงเย็นของมาเลย์ พอถึงเวลา 5 โมงเย็น นักเรียนต้องกลับบ้าน เด็กๆ เราก็ไปจับคู่กับเด็กอังกฤษ คุยกันต่อ ด้วยบันทึกวีดิโอจากลานการแสดงที่บันทึกไว้ ตอนที่เด็กเราไปคุยด้วยเป็นเวลาประมาณ 9 โมงเช้าของเด็กอังกฤษ
ตอนเริ่มรายการของการพูดคุยกับห้องเรียนในอังกฤษ ผมได้
เซฮัลโลกับครูอังกฤษคนหนึ่ง ก่อนที่นักเรียนจะคุยกันแว็บนึงด้วยการ chat เขาบอกผมว่า “Thank you for your support” ผมเขินไปเลย เพราะทั้งห้องที่ผมอยู่นั้นล้วนเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอังกฤษ
ที่เล่ามานี้ท่านอาจจะยังไม่เห็นแนวโน้มการนิเทศทางไกล
ก็ขอเล่าต่อ
ตอนเตรียม คณะครูจาก 10 โรงเรียนและผม เราวางแผนกันบนเว็บไซต์ ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร พอได้ที่แล้ว เอาข้อสรุปมาคุยกันแบบ Face to face ขณะที่เราเตรียม ครูมาเลย์ท่านหนึ่ง มาเป็นตัวช่วยเราในการวางแผนการใช้ ICT เพื่องานนี้ คนนี้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มีอยู่วันหนึ่ง 29 ตุลาคม 2553 เวลา 11.00 น. มาเลเซีย เวลา พักกลางวัน ผมขอเชิญคุณครูท่านนี้ให้มาเป็นวิทยากรอบรมเด็กแกนนำของเราที่จะประจำห้องประชุม ในเรื่อง วัฒนธรรมมาเลย์ พอถึงเวลาท่านนี้ก็เข้ามาอบรมเด็กๆ ของเราอยู่ 30 นาที ตามนัด
ถามท่าน ศน. ลำพูน หรือ ท่านที่สนใจว่า ถ้าเราจะทำให้สิ่งที่ผมริเริ่มทำไว้ ให้เป็นการนิเทศทางไกล ที่คมชัดลึกกว่า จะทำอย่างไรดี
5. เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2553 ที่ผ่านผมอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ทงานของผม ท่าน ผอ. พิริยะ ผอ. ทันสมัยยุค ICT กับคณะอยู่ที่โรงเรียนเขาสมิง
จังหวัดตราด ท่านขอให้ผมคุยกับคุณครูของท่าน อีก 6 คน เรื่อง Id Plan ก่อนงานท่านจะขอเชิญไปที่โรงเรียน ผมคิดว่าค่าใช้จ่ายมันแพง ลองใช้ ระบบ วิดิโอคอนเฟอร์เร้นท์กันไหม (หลังจากล้มเหลวจากขอนแก่นมาผมได้ความรู้มาใหม่) แหม ท่านโอเคด้วย ซ้อมกับท่านอยู่หลายวันจนใช้ โปรแกรม skype ได้คล่อง
บ่ายวันที่ 12 เราช่วยกันจัดห้องประชุมที่โรงเรียนเขาสมิง ท่าน ผอ. และคุณครูเข้ามาช่วย ผมมองเห็นหน้าผมไปลอยอยู่ที่โรงเรียนเขาสมิง เห็นครูครูเลื่อนโต๊ะ ผมช่วยแนะนำให้ให้วางชิดซ้าย ชิดขวา เลื่อนเข้าเลื่อนออก จนเราได้ห้องประชุมที่สุดยอด เห็นหน้ากันได้ทั้งสองฝ่าย
มาถึงตรงนี้ นั่งพิมพ์จนเหนื่อยแล้ว จะหยุดไว้ก่อน หากมี ศน. ลำพูน หรือ ท่านอื่น ให้เล่า ก็จะมาเล่าต่ออีก ดีไหมครับ ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ
สวัสดีดีครับ