การบริการด้วยหัวใจจริงๆ

มีเรื่องเล่าดีๆ 3 เรื่องมาเล่าให้ฝังลองอ่านดูนะคะเรื่องที่  1

บูรณาการงานสุขภาพองค์รวมทำได้จริงหรือ...............

 

                ถ้าให้เอ่ยถึงการดูแลองค์รวม คืออะไร....คำตอบ....... ด้านจิตใจ สังคม จิตวิญญาณผสมผสานไปกับการดูแลสุขภาพกายเพื่อให้ผู้ป่วยและญาติได้รู้ เข้าใจปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมสำหรับตนเอง โดยยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง นั่นคือเป้าหมาย ข้าพเจ้าเริ่มได้ยินคำนี้ตั้งแต่เริ่มเข้าไปเรียนพยาบาล เมื่อได้มาทำงานการพยาบาล ที่ข้าพเจ้าทำด้วยใจรัก และมีความสุขหลังจากที่ได้ผ่านการเรียนรู้ทางด้านการปรึกษามาเมื่อ 19 ปี ก่อน ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าใจ คำว่าองค์รวมอย่างลึกซึ้งมากขึ้น เมื่อเข้ามาทำงานเริ่มแรกๆ ยังปฏิบัติงานเป็นพยาบาลวิชาชีพประจำหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน หรือว่า EMERGENCY ROOM นั่นเอง ทำให้มีโอกาสได้ใช้วิชาการปรึกษาไม่ว่าจะเป็นเวรเช้า เวรบ่าย หรือว่าเวรดึกดื่น ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในตึกที่ต้องนอนรอ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าชีวิตของเรา มีคุณค่า และมีความหมายมากสำหรับทุกคนที่ข้าพเจ้าเข้าไปพบไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย ญาติ เจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่คนในหมู่บ้านมหาสอน อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี

ที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่  ข้าพเจ้าทำงานอดิเรกที่หอกระจายข่าวประจำตำบลมหาสอนทุก 06.00น.ถึง 06.30น.ทุกวันมา 15ปีแล้ว ถึงแม้งานหลักหรืองานอดิเรกจะพบปัญหาอุปสรรคบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้มีพลังที่จะทำงานต่อไปได้ คือ กัลยาณมิตรไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย ญาติ เจ้าหน้าที่ ชาวบ้านมีความสุขแล้วกลับมาทักทาย กลับมาปรึกษาด้วยแววตาที่สดใสบนความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในการให้การปรึกษาเรามีหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางเดินให้ผู้ป่วยและญาติเป็นศูนย์กลาง เราเพียงเดินคู่กันไปเป็นเส้นขนานของเทคนิคบริการ ไม่ได้คอยชี้แนะให้เขาทำตามที่เราแนะนำดังที่หลายคนพูดว่า ชุดขาวคือชุดสั่งสุขภาพ  เราดึงศักยภาพของเขาที่มีอยู่มาให้กำลังใจ เขาก็ยืนหยัดได้ด้วยตนเองและมีพลังในการปรับพฤติกรรม  มีเด็กรายหนึ่งถูกข่มขืนเราเป็นหนึ่งในทีมการดูแลการป้องกันการกระทำซ้ำโดย พ่อ แม่ แพทย์ พยาบาลร่วมกันดูแลองค์รวม ผ่านไป15 ปีกว่าแล้วเขาเติบโตมีงานทำ มีคู่ครอง มีบุตรแล้ว ได้อยู่ในครอบครัวที่มีความสุข สัมพันธภาพระหว่างเรากับแม่และ ลูกยังยืนอยู่คู่กันไป เมื่อพบกันเราก็มีรอยยิ้มทักทายให้กัน เสมือนเป็นญาติ เวลามีปัญหาจะเข้ามาพูดคุย ถามไถ่กันเสมอมา หรือแม้แต่กลุ่มผู้ป่วยมะเร็งที่รู้ผลครั้งแรกก็ท้อแท้ สิ้นหวังหมดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เขาได้มีโอกาสและเราก็ได้รับโอกาสเช่นกันในการพบกัน ดูแล ห่วงใยกัน เขากลับมีความสุขหน้าตาสดใส  กายป่วยแต่ใจกลับไม่ป่วยตาม แล้วหลายคน เมื่อเอ่ยถึงป้าเลี้ยง ผู้ป่วยมะเร็งรู้จักกันดี  เพราะว่าเมื่อใดที่ป้าเลี้ยงมาโรงพยาบาลก็จะมาทักทายที่ห้อง  หากเราเดินผ่านไปพบบ้างก็จะสวัสดีด้วยความสดชื่นกันทุกครั้งและก็จะได้ยินเสียงป้าเลี้ยงบอกผู้ป่วยหรือญาติคนอื่นเสมอว่า “นี่ไง พยาบาลที่นี่ ทำให้ฉันกลับมีความสุขทั้งๆที่ฉันเป็นมะเร็งและเคยท้อแท้มาก่อน”   ผู้บริหารของโรงพยาบาลบ้านหมี่ ยังเปิดโอกาสให้ทีมงานบริการปรึกษานำเสนอ มีส่วนร่วมในเวทีของการนำเสนอการพัฒนาคุณภาพทุกๆปี จึงทำให้ข้าพเจ้าคิด ๆๆ เสมอจนอาจเป็นนิสัยที่จะนำเรื่องต่างๆ ที่ได้เรียนรู้มา

บูรณาการงานด้านจริยธรรม คุณธรรมในโครงการพัฒนาดุลยภาพชีวิต เพิ่มความสุขในการทำงานให้กลับเจ้าหน้าที่ เพิ่มแรงพลังในการทำงาน นำพลังที่ได้มาพัฒนาสุขภาพกลุ่มผู้ป่วยและญาติ

ซึ่งแต่เดิมการทำกลุ่มปรึกษา โดยมีการสร้างสัมพันธภาพ ตกลงบริการ ทำกลุ่มให้การปรึกษาในรูปแบบผสมผสานการแบ่งปันความรู้พบว่า กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและญาติที่มาตรวจตามนัดเป็นกังวลสารพัดเรื่องไม่ว่าจะเป็นกลัวตื่นไม่ทันรถบางคนมาเป็นกลุ่มเหมารถมาพร้อมกัน กลัวลืมบัตรโรงพยาบาล บัตรนัด บัตรทอง กลางคืนจึงหลับๆ ตื่นๆ ดังนั้นกลุ่มของงานปรึกษาจึง

บูรณาการด้วยการใช้เทปสมาธิ 1 นาที ชีวีเป็นสุขมาเพื่อให้สื่อถึงกิจกรรมหยุดคิด พิชิตโรคภัยเป็นกิจกรรมผ่อนคลายทำให้มีความพร้อมในการทำกลุ่มได้ดีเพราะหลังจากนั้นเราใช้บทเมตตาภาวนา..ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข กล่าว 3 ครั้ง ขอให้ญาติสนิท มิตรสหายและสรรพสัตว์ทั้งหลายมีความสุข 3 ครั้งซึ่งใช้ได้กับทุกศาสนา ทุกคนบอกว่า “หลังกล่าวจบพบกับความสงบ สบายใจ ดีมาก”  บางคนก็ขอให้พยาบาลจดให้เพราะนำไปใช้ก่อนนอน แล้วยังกลับมาบอกว่า “ทำให้หลับโดยไม่ใช้ยานอนหลับ” แล้วเขาพูดด้วยแววตาที่สดใส มีการทบทวนความจำว่าใครจำชื่อใครได้บ้างหลังจากแต่ละคนแนะนำชื่อ กลุ่มได้ร่วมพูดประสบการณ์การดูแลความจำรู้กายเคลื่อนไหวรู้ใจนึกคิด อาหารบำรุงสมอง การฝึกความจำ สำหรับคำถามที่ว่า “เลือดในร่างกายเราทุกคนมาจากไหน” พบว่าไม่มีใครเลยสักคนรู้จึงทำให้การดูแลสุขภาพกับการมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกไม่เหมาะสมเช่น รับประทานอาหารเมื่อหิว เมื่อว่างจากงาน เมื่อชอบจึงรับประทาน  ห่วงงานมากกว่าเพราะงานนำมาซึ่งเงินในการเลี้ยงชีวิต ส่วนในเรื่องการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน ทุกคนจะมีโอกาสได้ขอบคุณเท้าของตนอย่างอ่อนโยนกับกิจกรรมรู้วิธีป้องกันการเกิดแผล การทำแผล การใส่รองเท้าถุงเท้าที่ถูก ตัดเล็บอย่างถูกต้อง การนวดเท้า  คือบทของการเมตตาตนอง ความรู้สึกที่อ่อนโยน การดึงศักยภาพของผู้ป่วย เป็นช่วงเวลารอคอยที่มีความสุขในระหว่างรอแพทย์ที่ต้องรอผลเลือด  ผลเอกซเรย์  ผลคลื่นหัวใจให้แพทย์ดู เป็นเวลาแห่งการรอคอยที่ผู้เข้ากลุ่มมีความสงบใจ ได้แบ่งปันความรู้  ความเอื้ออาทรกันเพราะแพทย์นัดครั้งหน้าเราก็จะมาแบ่งปันต้นใบบัวบกไปปลูกบ้าง เม็ดกระเจี๊ยบแดงไปปลูกรอกินยอด ใบต้มกับปลาทูใส่หอมแดงช่วยลดความดันโลหิต เจริญอาหาร ระบายอ่อนๆ  เป็นการนัดพบที่เต็มไปด้วยความสุข ความห่วงใยกัน ไม่ใช่เพียงมาตรวจ รับยา กลับบ้าน ในปีที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่ข้าพเจ้าได้สัมผัสพบเห็น ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานที่บ้านของข้าพเจ้าเอง มีความสุขใจ สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส กายใจเป็นสุข

เมื่อได้สัมผัสกับเรื่องเล่านี้แล้ว การดูแลแบบองค์รวม ยากหรือไม่ ไม่ว่าจะที่ไหนๆ หากมีใจพร้อมที่จะทำ ลองคิดและทำดูเองนะคะ

.............. แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือพลังชีวิตที่มีแต่ความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับเพราะเราอยู่กันด้วยคำว่ากัลยาณมิตรและสิ่งที่เราตระหนักก็คืออคติมีในจิต   จะพูดคิดไม่เข้าที   ฝึกไว้ใจเรานี้   อย่าให้มีขึ้นภายใน   มองคนในแง่ดี     สติมีจะช่วยได้   ใครๆ ต้องการอะไร  รับฟังได้ไม่ติเตียน
ยอมรับให้อภัย    ผิดพลาดได้ให้ลดลง  สัมพันธภาพคง     ยังยืนอยู่คู่กันไป