ข้าพเจ้าต่อต้านการบัญญัติทุกชนิด แต่หากไม่คิดอะไรมาก อยากจะฟังสนุกๆ นี่คือบัญญัติสิบประการของข้าพเจ้า
เคยมีคนถาม osho ว่า . . . ถ้าจะให้ท่านกำหนด “บัญญัติ 10 ประการ” อยากรู้ว่าท่านจะบัญญัติอะไรไว้บ้าง?
สิ่งที่ osho ตอบกลับไปก็คือ . . . คุณกำลังถามหา “บัญญัติสิบประการ” ซึ่งสำหรับข้าพเจ้าแล้ว มันเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว เพราะข้าพเจ้าต่อต้านการบัญญัติทุกชนิด แต่หากไม่คิดอะไรมาก อยากจะฟังสนุกๆ นี่คือบัญญัติสิบประการของข้าพเจ้า
1. จงอย่าเชื่อฟังบัญญัติของใคร เว้นแต่ว่ามันมาจากภายในตัวท่าน (Obey no command unless it is a command from within.)
2. ไม่มีพระเป็นเจ้าที่ไหน มีแต่ที่อยู่ในชีวิตเท่านั้น (There is no God other than life itself.
3. สัจจะความจริงเป็นสิ่งที่อยู่ข้างใน ไม่ต้องไปมองหาที่ไหน (Truth is within. Seek not elsewhere.)
4. ความรักคือการสวดภาวนา (Love is prayer.)
5. ความว่างคือประตูที่นำไปสู่สัจจะความจริง ความว่างเป็นทั้งหนทาง จุดหมายปลายทาง และการบรรลุถึงที่หมาย (Emptiness is the doorway to Truth. Emptiness is the means, the destination, the attainment.)
6. ชีวิตคือ ---- ที่นี่และเดี๋ยวนี้ (Life is----here and now.)
7. จงมีชีวิตอย่าง ---- รู้ตัวทั่วพร้อม (Live----fully awake.)
8. อย่าว่าย ---- ปล่อยไหลไปกับสายน้ำ (Do not swim----float.)
9. จงตายในทุกๆ ขณะเพื่อที่ว่าท่านจะได้เกิดใหม่ในแต่ละขณะนั้น (Die each moment so that you grow anew each moment.)
10. อย่าค้นหา แค่รู้ว่าต้องหยุด ---- และเปิดตามอง (Search not: that which is, is Stop----and see.)
ถ้าอ่านเที่ยวเดียวแล้วยังรู้สึกว่า “ไม่เข้าใจ” ก็ขอให้อ่านซ้ำๆ หลายๆ ครั้งดู ! (จะได้รู้ว่าไม่เข้าใจ “หลายครั้ง” นั้นเป็นยังไง !)
ถ้าอ่านเที่ยวเดียวแล้วยังรู้สึกว่า “ไม่เข้าใจ” ก็ขอให้อ่านซ้ำๆ หลายๆ ครั้งดู ! (จะได้รู้ว่าไม่เข้าใจ “หลายครั้ง” นั้นเป็นยังไง !)
ตกลง ครูคิม "เข้าใจ" หลายครั้ง หรือ "ไม่เข้าใจ" หลายครั้ง ครับ?
สวัสดีค่ะอาจารย์
เทียนน้อยพึ่งเคยอ่านงานของ osho ที่อาจารย์ได้กรุณาแปลให้ศึกษาเรียนรู้
รู้สึกว่า...ชอบค่ะ...และพยายามอ่านและคิดตาม...เท่าที่จะเรียนรู้ได้...
ขอบคุณค่ะอาจารย์ ^_^
สวัสดีค่ะ
ข้อ 4 - 5 และ 9 . . . ขอเวลาไป "ค้นคว้า" ก่อนนะครับ แล้วจะกลับมาขยายความ . . เอ๊ ! นี่ผมกำลังทำผิดบัญญัติข้อ 10 หรือเปล่าเนี้ย ?
1. จงอย่าเชื่อฟังบัญญัติของใคร เว้นแต่ว่ามันมาจากภายในตัวท่าน
เข้าใจว่า อย่าเชื่อ.. .จนกว่าได้เรียนรู้และลงมือทำมัน ได้พิสูจน์สิ่งนั้นแล้ว
2. ไม่มีพระเป็นเจ้าที่ไหน มีแต่ที่อยู่ในชีวิตเท่านั้น
เข้าใจว่าต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ ถ้าพึ่งพาตัวได้ก่อน แล้วก็จะช่วยคนอื่นได้
3. สัจจะความจริงเป็นสิ่งที่อยู่ข้างใน ไม่ต้องไปมองหาที่ไหน
เข้าใจว่าความจริงก็คือความจริง ปิดไม่ได้ ทำอะไรย่อมรู้แก่ใจตนเอง
4. ความรักคือการสวดภาวนา
ตอบไม่ได้จริงๆค่ะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
5. ความว่างคือประตูที่นำไปสู่สัจจะความจริง ความว่างเป็นทั้งหนทาง จุดหมายปลายทาง และการบรรลุถึงที่หมาย
เข้าใจว่าทำจิตให้ว่าง หรือทำจิตให้เป็นปกติ
6ชีวิตคือ ---- ที่นี่และเดี๋ยวนี้
เข้าใจว่าคืออยู่กับปัจจุบัน
7. จงมีชีวิตอย่าง ---- รู้ตัวทั่วพร้อม
เข้าใจว่ามีสติ
8. อย่าว่าย ---- ปล่อยไหลไปกับสายน้ำ
เข้าใจว่าถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็คงต้องปล่อย หรือ ปลง อนิจจัง ปล่อยวาง
9. จงตายในทุกๆ ขณะเพื่อที่ว่าท่านจะได้เกิดใหม่ในแต่ละขณะนั้น
เข้าใจว่าพอผ่านไป 1นาที เราก็ตายไปแล้ว อย่าจมอยู่กับอดีต ให้อยู่กับปัจจุบัน
10. อย่าค้นหา แค่รู้ว่าต้องหยุด ---- และเปิดตามอง
เข้าใจว่าให้เปิดใจเรียนรู้และค้นหา
ข้อ4 ความรักคือการสวดภาวนา
น่าจะหมายถึง แบบมีเมตตาต่อกัน สวดภาวนาเหมือนกับว่าเราจะตั้งปณิธานว่าจะทำดีต่อเพื่อนมนุษย์ เหมือนหลักศาสนาคริสต์
แบบว่าเดาเอาค่ะ
ชอบใจการแปลของคุณ berger0123 ค่ะ ฝากให้แปลความหมายประโยคสุดท้ายหลังข้อ 10 ของ อ. ประพนธ์ด้วยค่ะ เอาแบบมันๆ หรือคันๆ นะคะ (อ่านแบบไม่แปลก็ยิ้มได้แล้ว)
ตรงใจข้อ 4,6,7,9
ตรงอย่างแรงขอใช้ด้วยคนนะคะ สมาชิกใหม่ค่ะ
ชีวิต คือ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณอุไรวรรณ
แวะมาต่อค่ะ
ถ้าอ่านเที่ยวเดียวแล้วยังรู้สึกว่า “ไม่เข้าใจ” ก็ขอให้อ่านซ้ำๆ หลายๆ ครั้งดู ! (จะได้รู้ว่าไม่เข้าใจ “หลายครั้ง” นั้นเป็นยังไง !)
สงสัย อ.ประพนธ์ คงให้เราดูอาการทางใจของตัวเอง เวลาไม่เข้าใจ คิดอีกทีเหมือนดอกบัว4เหล่า เลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ผมขอขยายความ ข้อ 4 "ความรักคือการภาวนา" ไว้ในบันทึกต่อไปครับ
สวัสดีครับ ผมไม่ได้แวะเวียนเข้ามาที่นี่เสียนาน
นึกถึงเลยเข้ามาเยี่ยม เห็นอ.กำลังแจก ebook the Heart Sutra
เลยอยากขอมาเก็บไว้ด้วยคนครับ
the Heart Sutra นี่ผมอ่านครั้งแรกสิบกว่าปีมาแล้ว
แล้วก็ส่งต่อหนังสือให้คนอื่นไปแล้ว เลยไม่มีเก็บไว้
โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบเล่มนี้มากเป็นพิเศษครับ
จนต้องไปขวนขวายหาปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรอีกสารพัดสำนวนมาอ่าน
ทั้งของไทยของเทศไม่รู้กี่เที่ยว เป็นหนึ่งในพระสูตรที่ผมอ่าน
บ่อยครั้งที่สุดก็ว่าได้ หากอ.มีโอกาสแปลเล่มนี้เป็นภาษาไทยก็คงดีครับ
สวัสดีครับจุมพฏ . . ผมรู้เรื่อง The Heart Sutra มาจากพระวินย์ครับ ท่านนำต้นฉบับมาให้ผมอ่าน . . นับแต่นั้นมาผมก็เริ่มตามหา "ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร" หาอ่านตาม web ต่างๆ ได้บทสวดมาบ้าง เปิดฟังก็เพราะดี . . ทำให้เข้าใจว่าทำไมถึงเรียกว่าเป็น "พระสูตรที่เป็นหัวใจ" . . . หากมีอะไรคงจะต้องรบกวนสอบถามจากจุมพฏเหมือนเคยนะครับ . . .สำหรับ ebook ส่งให้แล้วครับ ถ้าไม่ได้รับกรุณาแจ้งให้ผมทราบด้วย
สวัสดีครับ
ผมศึกษา osho มาปีกว่าแล้วครับ
รบกวน อ. ช่วยส่ง ebook สำหรับ The Heart Sutra ให้ด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
สกลวัฒน์
ผมไม่เห็นด้วยกับคุณberger0123 หลายอย่างครับ
1.เชื่อตัวเองครับ ปฏิบัติเอง ค้นพบเอง ตนเองเป็นที่พึ่งแห่งตน
2.ชีวิตเรา นั่นแหละพระเจ้า ไม่มีใครรู้จักเราเท่าตัวเรา (แต่จริงๆเรายังรู้ตัวเราไม่มากเท่าไรเลย)
3.ความจริงอยู่ที่ชีวิตเราเอง อยากรู้ความจริงให้ศึกษาตัวเราเอง
4.ความรักคือการปฏิบัติธรรม
5.ไม่คิด ไม่เกิด ไม่ตาย ว่าง
6.เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ตลอดเวลา (สติ + ปัญญา)
7....ข้อนี้เห็นด้วยครับ......
8.ช่างมัน ทิ้ง วาง ไม่เข้าไปคลุก ไม่ดิ้นรนแหวกว่าย
9.ไม่มีอะไร มีแต่เกิดดับ เกิดดับ ไม่มีอะไรต้องยึดเหนี่ยว เราเองก็ไม่ใช่เรา ไม่อาจอยู่ได้ ไม่คงที่ ไม่ใช่ของจริง
10.ไม่คิด ไม่เกี่ยวยึดปรุงแต่ง เป็นผู้ดู