อยุธยาอยู่ห่งจากบ้านผมโดยรถยนต์ขับสบายๆ ๑๑๐ ก.ม. ต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง ๕๐ นาที โดยใช้ทางด่วนอุดรรัถยา ต่อด้วยถนนหมายเลข ๓๔๗
ที่จริงเมื่อต้นปี ผมก็พาลูกสาวคนนี้ไปเที่ยวอยุธยา คราวนั้นไปกัน ๔ คน คือสาวน้อย ลูกสาวคนโต ลูกสาวคนเล็ก และผมในฐานะโชเฟอร์และตากล้อง อ่านได้ที่นี่
วันที่ ๒๗ ธ.ค. ๕๒ เราไปเที่ยวเกือบจะเหมือนเมื่อต้นปี เพราะลูกกสาวคนเล็กเขาพาสามีมาเที่ยว เขาไปนอนพักผ่อนที่เกาะสมุยเกือบ ๑ สัปดาห์ก่อนจะมากรุงเทพ เขาบอกว่าชอบเกาะสมุยมาก อากาศดี บริการดี แต่แพงหน่อยเพราะเป็นช่วงคริสต์มาส
ลูกเขยกับลูกสาวอยู่ที่นิวยอร์ค ทำงาน “รับจ้างเล่นการพนัน” หรืองาน hedge fund หรือพูดเพราะๆ ว่าทำงาน financial investment management เป็นงานที่เงินเดือนและโบนัสสูงมาก หากผลประกอบการดี แต่ก็เป็นงานที่เครียดจัด และมีความไม่แน่นอนสูง
ลูกเขยทำงานอย่างรุ่งโรจน์มา ๓ ปี (เงินเดือนและโบนัสสูงอย่างน่าตกใจ) ก็ตกงาน เพราะบริษัทปิด เนื่องจากเจ้าของและผู้จัดการซึ่งเป็นชาวศรีลังกาโดนจับฐานทำ insider trading คือไปสืบความลับของบริษัทต่างๆ สำหรับใช้ในการลงทุน ตำรวจเขาใช้หลักฐานจากการดักฟังโทรศัพท์ ลูกเขยจึงมีเวลาไตร่ตรองและหางานใหม่ และพักผ่อน
เราจึงพาเขาไปเที่ยวอยุธยาเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของโลกในสุวรรณภูมินี้ รวมทั้งเพื่ออวดความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรสยามโบราณ รวมทั้งได้พูดคุยทำความสนิทสนมกัน
เราไปทั้งหมด ๘ จุด เป็นจุดประวัติศาสตร์ ๖ จุด และจุดอาหารเชิงวัฒนธรรม ๒ จุด จุดแรกคือวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งมีการตกแต่งสวยงามขึ้นเรื่อยๆ และกำลังสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมอีกชั้นหนึ่ง ผมมีข้อสังเกตว่า วัดไชยวัฒนารามนี้มีความงดงามเหมาะต่อการถ่ายรูป ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า photogenic การไปเห็นโมเดลของวัดที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา ทำให้ผมเข้าใจสถาปัตยกรรมของวัด ช่วยให้การถ่ายรูปทำได้สวยงามขึ้น จนคนที่ดูความงามของภาพถ่ายเชิงศิลปะเป็น ชมว่าถ่ายรูปมีศิลปะมากขึ้น
จุดที่ ๒ คือร้านโรตีสายไหม แม่ชูศรี ที่หน้าโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา สำหรับลูกเขย ที่เป็นคนอินเดีย ขนมชนิดนี้เป็นประสบการณ์ใหม่ของเขา โดยที่ชื่อเป็นชื่ออินเดีย แต่ถูกดัดแปลงไปตามสภาพของสังคมไทย ร้านขายโรตีสายไหมที่เรียงรายอยู่หน้าโรงพยาบาลและตามริมถนน ถือเป็นจุดเด่นหรือเสน่ห์อย่างหนึ่งของอยุธยา
จุดที่ ๓ บริเวณพระราชวังโบราณ ที่แม้แดดจะเปรี้ยง ผมก็เริ่มจับทางได้ ว่ามีวิธีเดินชมอย่างไรให้ไม่ร้อนเกินไป ผมใช้วิธีเดินชมแบบเลาะริมรั้วซึ่งมีต้นไม้เป็นระยะๆ ได้อาศัยร่มเงา รวมทั้งได้มุมมองแบบที่เห็น perspective ของวังแบบมุมกว้าง จินตนาการเห็นความอลังการและความงดงามในอดีตสมัยที่พระราชวังยังมีชีวิตอยู่ ผมเกิดความคิดว่า สมัยนั้นสถานที่นี้เป็นเขตจำกัด คนที่เข้ามาได้มีเฉพาะคนชั้นสูง บัดนี้เวลาผ่านไปหลายร้อยปี คนที่เข้ามากลับเป็นคนทุกชั้นวรรณะ ผมได้อาศัยทรากอิฐที่มีการบูรณะขึ้นใหม่ในการปลงอายุสังขารของตัวเองด้วย ให้เห็นอนิจจังไม่เที่ยง เตือนตนเองให้มีสติอยู่ตลอดเวลา
การชมโบราณสถานแนวใหม่ของผมนี้ ทำให้ผมได้ถ่ายรูปดอกไม้และต้นไม้ในบริเวณพระราชวังโบราณ ต้นแรกไม่ทราบชื่อ จึงเอามาลงไว้ให้ผู้รู้ช่วยบอก ส่วนต้นที่ ๒ เป็นต้นพิกุล ที่ผมยังไม่เคยเห็นและไม่เคยถ่ายรูปดอกพิกุลที่อยู่บนต้น ก็ได้มีโอกาสถ่ายในคราวนี้
จุดที่ ๔ พระมงคลบพิตร ลูกสาวเขาตั้งใจมาเป็นพิเศษ คงจะต้องการขอพรเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต เช่นเดียวกันกับจุดที่ ๘ ที่เป็นจุดสุดท้ายหลังอาหารเที่ยง คือวัดพนัญเชิง ที่ผมเข้าไปเพียงภายในวัดเพื่อรอลูกสาวเขาไปไหว้พระขอพร แต่ผมนิสัยไม่ดี เห็นภาพกิจกรรม พฤติกรรม ที่กระตุ้นและสนองความงมงายของผู้คนแล้ว ใจไม่ยอมรับ ผมจึงหลบไปนั่งพักผ่อนและรอลูกสาวเท่านั้น
จุดที่ ๕ วัดมหาธาตุ เราไปเพราะลูกสาวชอบเศียรพระที่ล้อมโดยรากต้นไทร เขาไปครั้งที่แล้วและอยากพาสามีไปดูและถ่ายรูปกับเศียรพระหุ้มรากไทรนั้น ซึ่งก็เป็นจุดที่คนนิยมมาถ่ายภาพจริงๆ แต่พอไปเห็นผมก็ตกใจ เพราะเศียรพระไม่งามดังที่ไปเห็นเมื่อต้นปี มีรอยขีดข่วน และมีการล้อมรั้ว ซึ่งลูกสะใภ้ (ไม่ได้ไปชมกับเรา แต่พาเพื่อนไปชมเมื่อเร็วๆ นี้) บอกผมว่าทำให้เสียทัศนียภาพ เป็นการจัดการโบราณสถานที่ผิด
จุดที่ ๖ ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าวัดใหญ่ เราไม่ได้มากินนานแล้ว คราวนี้เราเลือกที่นี่ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง ได้ทั้งรสชาติอาหาร และเป็นการเสพวัฒนธรรมไปในตัว ทั้งก๋วยเตี๋ยว เต้าหู้ทอด และทอดมันปลากราย อร่อยหมด และราคาย่อมเยา ๔ คนกินกันจนจุก จ่ายเพียง ๒๒๐ บาทเท่านั้น
กินเสร็จเราเดินเข้าไปชมจุดที่ ๗ ซึ่งเป็นจุดที่เป็นทั้งโบราณสถาน สถานศักดิ์สิทธิ์ และยังมีพระสงฆ์ คือวัดใหญ่ชัยมงคล ผมได้เดินชมและถ่ายรูปรอบวัด ทำให้เข้าใจวัดนี้มากขึ้น แต่ไม่ได้เดินข้ามแม่น้ำไปทางส่วนขยาย ที่มีที่จอดรถยนต์และมีอาคารสมเด็จพระนเรศวร
ลูกสาวผมคนนี้แปลกมาก เป็นวิศวกรที่เรียนจบต่างประเทศ แต่มีนิสัยชอบบนบานศาลกล่าวมาแต่เด็ก เพื่อใช้ปลอบใจตนเอง แม้จะไปมีชีวิตอยู่ในอเมริกา นิสัยหรือความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่จาง ในขณะที่พ่อแม่พี่น้องไม่มีใครเขาเชื่อถือเรื่องนี้ แต่ตัวเขาก็ยังถือปฏิบัติอย่างเหนียวแน่น เอามาเล่าไว้เพื่อให้เห็นว่าคนเรามีนิสัยเฉพาะตัวด้วย
แต่เราก็มีความสุข ที่ได้พาลูกไปเที่ยวและสนุกสนานบันเทิงใจ ได้คลายเครียด และได้เรียนรู้ รู้จักประเทศไทย สังคมไทย มากขึ้น
เรารีบกลับเพื่อมาพบหลานสาว – เยเช ซึ่งนัดให้มาที่บ้าน ลูกสาวเขาซื้อของมาฝากเยเช หลายชิ้น
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ธ.ค. ๕๒
|
ลูกเขย ลูกสาว และสาวน้อย ที่ร้านโรตีสายไหม
|
|
วัดไชยวัฒนาราม
|
|
วัดไชยวัฒนาราม ระเบียงพระพุทธรูป
|
|
วัดไชยวัฒนาราม พระปรางค์องค์ประธาน |
|
ภายในพระราชวังโบราณ ไม้พุ่มทางขวามือคือต้นพิกุล
|
|
ดอกพิกุล
|
|
ดอกไม้สวย ไม่ทราบชื่อ |
|
มีช่อดอกอย่างนี้ |
|
ลักษณะต้นอย่างนี้ ใครทราบชื่อช่วยบอกด้วย
|
|
วัดมหาธาตุ
|
|
วัดมหาธาตุ
|
|
วัดมหาธาตุ
|
|
วัดใหญ่ชัยมงคล
|
|
วัดใหญ่ชัยมงคล
|
![]() |
| วัดใหญ่ชัยมงคล |















ดอกกรรณิกาเป็นชื ่อของดอกไม้..รูปสวยมาก
* ชมภาพและเรื่องเล่า หวนคิดถึงเมื่อคุณหมอทั้งสองได้นำขบวนเยาวชนและน้องๆในมูลนิธิสยามกัมมาจลไปทัศนศึกษาที่นี่กับอ.ศรีศักร วัลลิโภดม เมื่อสองปีที่แล้วค่ะ..
*นอกจากความเชื่อส่วนบุคคลแล้ว อาจเป็นเพราะลูกสาวของคุณหมอได้แต่งงานกับคนอินเดียซึ่งโดยปกติมีความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิด้วยนะคะ..