ข้าวหนึ่งจานกับความต้องการแค่หนึ่งอิ่ม
ฉันมีโอกาสได้เข้าไปให้ความรู้เรื่องการทำอาหารแก่ชาวบ้านที่นี่ก็เพราะฉันมีเพื่อนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ฉันได้รับคำขอร้องแกมบังคับให้มาช่วยงาน(ถึงแม้ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นฐานบ้านเกิดฉันก็ตาม)คำว่าเพื่อนก็คือเพื่อน ก็ต้องพึ่งพากันและกันอยู่วันยังค่ำละน่ะ...จริงเปล่า
เธอพูดว่า “เป็นพี่วิ นี่โชคดีน่ะนี่..ที่มีเพื่อนดีๆ คอยช่วยเหลือกันมาโดยตลอด”
ส่วนฉันพูดว่า “แต่หนูรี นี่สิ..โชคร้าย ที่มีเพื่อนอย่างพี่วิน่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกันเล้ยแต่ต้องมาช่วยงาน ” (แต่ฉันเต็มใจค่ะ พูดกันเล่นๆน่ะ)
วันก่อนก็ได้เข้าไปในชุมชนไปช่วยแจกอาหารกลางวันในงานวันเด็ก มีตัวแทนแม่บ้านคนหนึ่ง แจ้งความประสงค์ อยากจะเรียนทำขนมปัง พร้อมเล่าถึงปัญหา...ว่าในกลุ่มทำขนมของเธอนั้นมีปัญหา คนที่เป็นตัวหลักที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจะแยกตัวออกจากกลุ่ม ส่วนคนที่เหลือปะติดปะต่อไม่ได้ ทำไงดี จะทำขนมปังหวานใส่ไส้ต่างๆ แต่คนทำแป้งไม่อยู่ (แยกตัวออกไปเพราะไม่อยากทำแล้ว) คนที่อยู่ทำไส้เป็นขึ้นรูปเป็น อบเป็นแต่ทำแป้งไม่เป็น แล้วจะทำไงนี่...
พี่วิก็ให้ตัวแทนกลุ่มมาคุยกับฉัน เพื่อนัดแนะเวร่ำเวลาที่จะไปช่วยแนะนำให้
แต่ฉันสงสัยจัง! เลยขอถามเธอหน่อยน่ะ...ว่า “ทำไมเป็นเพื่อนกันบ้านใกล้กันคบกันมานานแล้ว ทำไมไม่บอกเพื่อนๆคนอื่นๆบ้างล่ะ ว่าแป้งขนมปังน่ะมันทำยังไง...”
ฉันได้คำตอบ “สรุปว่าหวงวิชา ไม่อยากให้คนอื่นรู้เท่าตัวเอง เหตุผลเพราะว่าไปเรียนมา ค่าเรียนแพง...”
ฉันขอพูดต่อนิดน่ะ “แล้วฉันเป็นใครหรือ!ฉันไม่เคยรู้จักกับเธอมาก่อนเลยน่ะ ฉันเป็นคนนอกน่ะนี่...แต่ทำไม่ฉันต้องมาแนะนำเธอล่ะ ฉันก็เรียนมาแพงเหมือนกันน่ะ”
เธอยิ้ม...แล้วก็พูดว่า "ก็เขาไม่ใช่ครูนี่"....ฉันงง...
ฉันมาคิดถึงข้าวหนึ่งจาน กับความหิวของคนเมื่อถึงเวลาของมื้ออาหาร ข้าวจานแรกย่อมมีคุณค่าเสมอ แต่เมื่ออิ่มแล้วจานที่สองก็ไม่มีความหมายอีกแล้วสำหรับมื้อนั้น...ไม่กินแล้วค่ะอิ่ม! ...
ตอนสายของวันรุ่งขึ้นฉันก็เข้าไปในชุมชนกับพี่วิพร้อมกับวัสดุที่ต้องใช้สำหรับทำแป้งขนมปัง
แต่ขอแวะกินอาหารก่อนเพราะฉันเริ่มหิวแล้ว ฉันสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำหมูแดง พี่วิ สั่งเกี๊ยวน้ำหมูแดง เป็นร้านเล็กๆที่คลองแงะ อร่อยมาก...กินเสร็จแล้ว ฉันซื้อส้มโอที่ปอกเรียบร้อยแล้วมาหนึ่งแพ็ค 20 บาท ส้มโอก็อร่อยดีไม่ขม สรุปว่าฉันกินหมดคนเดียว...
เข้าไปถึงที่ชุมชนเรานัดเจอกันที่มัสยิดของหมู่บ้าน ทุกคนมารอกันพร้อมหน้า...เตรียมพร้อมที่เรียนรู้ ทั้งสถานที่และผู้เรียน ทุกคนต่างมาทักทาย...ยกมือสวัสดีฉันและพี่วิด้วยมิตรไมตรี
ทุกคนพร้อม ทุกอย่างพร้อมก็ลงมือได้ นักเรียนของฉันต่างมีสมุดกันคนละเล่นเตรียมพร้อมที่จะจดบันทึก...แต่ฉันเตรียมให้แล้ว ฉันพิมพ์สูตรขนมปังให้ พิมพ์ตัวโตๆเอาใจนักเรียนวัยใสของฉัน จะได้อ่านกันถนัดหน่อย
“ขอบคุณครูมากน่ะ...ฉันไม่ต้องจด...ดีจัง”
คนเก่งและน่ารัก ใครๆก็อ้าแขน ต้อนรับ ได้มาแล้วครูใหม่ผู้น่ารัก
เป็นบทสรุปที่แน่นอนมากค่ะ หนูรี
คนหิว กับ คนอิ่ม ความรู้สึกต่าง อย่างสิ้นเชิง
ทิวลิปบ้านพี่ใจร้อน เฉาเร็ว
หนูรีมีเพื่อนเป็นนักการเมืองท้องถิ่นด้วยฤาฮือ ... เพื่อนก็คือเพื่อนต้องช่วยกัน
เมื่อก่อนอาจจะมีคนหวงวิชาเยอะ ชาวบ้านเค้าอาจจะยังยึดติดกับความคิดเดิมๆ ต้องพยายามให้เค้าคิดว่า แต่เดี๋ยวนี้ต้องบอกว่า ยิ่งให้ความรู้ยิ่งได้รับ ถ้าชาวบ้านรวมตัวกันได้เข้มแข็ง เป็นพลังมีการต่อรอง หรือรับการสนับสนุนจากภายนอกได้มากขึ้นค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวได้มุมคิดค่ะ มีความสุขกับการได้ทำอาหารอร่อยๆ นะคะหนูรี
ชื่นชมคุณครู เป็นคนดีมีชีวิตอย่างมีคุณค่า
ยินดีด้วยน่ะค่ะที่ได้ครูคนใหม่แล้ว...ขอบคุณค่ะ
ชื่นชมเช่นกันค่ะ
ขอบคุณสำหรับดอกทิวลิปและขอบคุณที่แวะมาอ่านน่ะค่ะ
ตอนนี้รับตำแหน่งเข้าขวบปีที่ 2แล้วเหลืออีก 2ปีน่ะค่ะ ต้องลุ้นกันหน่อย มีคนจับตามองเพราะคิดว่า...มีไม่ทางจะทำอะไรๆ สำเร็จ...นี่แค่การเมืองท้องถิ่นน่ะ ยังแรง....555
ขอบคุณคุณปูค่า
ขอบคุณค่ะ...
มาแล้วคุณเบอเกอร์....ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยมชมกันประจำ...ต้องจัดให้นั่งที่ VIPเจ้าค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันน่ะค่ะ...ยังระลึกถึงกันเสมอค่ะ ไม่ค่อยได้เข้าไปเยี่ยมเลยค่ะ
ขอให้มีความสุขเช่นกัน ทุกวันคืนจ้า
สวัสดีค่ะน้องหนูรี