การทักทายเป็นภาษาบาลีนั้นแล.

ในขณะที่เพื่อน ๆ ร่วมสัมมนาใน ม. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในเขต อ. วังน้อย จ. อยุธยาหลายท่านยังคงอยู่ต่อเนื่องโดยเฉพาะชาวพุทธต่างประเทศยังไม่เห็นใครกลับประเทศ  แต่บางท่านจำนวนน้อยเริ่มกำลังเดินทางกลับรังเดิมของตนอยู่บนรถทัวร์บ้างรถส่วนตัวบ้างกระจายไปทั่วไทย

สำหรับยูมิเองหายตัวไปจากวังน้อยลอยตัวบินลัดข้ามอ่าวไทยจากสุวรรณภูมิโดยสายการบินไทยถึงหาดใหญ่เรียบร้อยวันนี้ผู้โดยสารเต็มลำแบบเครื่องบินใหญ่เลยละคนมากจริงเพราะเรามาลงที่นี่มีชาว 3 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง  มีสตูล  มีพัทลุง และมีสงขลา

มีชาวมาเลเซียมาลงแล้วคงนอนหาดใหญ่เพราะด่านปิดหลังค่ำคืนไปแล้ว...การเดินทางโดดเดียวบางครั้งก็มีความคิดจินตนาการเป็นเพื่อนที่แสนดีนะครับ  ...ยูมินั่งดูวิถีชีวิตผู้คนที่ต่างก็เดินทางในสนามบินสุวรรณภูมิตอนบ่ายแก่ ๆ เห็นสัจธรรมของชีวิตจริงยิ่งกว่าละครบางครั้งคิดถึงคำที่ว่า...

โลกนี้คือละคร  บทบาทบางตอน ยิ่งดูยิ่งย้อนยอกใจ...ยังนึกย้อนไปถึงความสัมพันธภาพอย่างมีมิตรไมตรีของเพื่อนร่วมโลกในการสัมมนางานวิจัยทางพุทธศาสนาที่ยูมิได้จากมาก่อนที่จะมีพิธีปิดเพราะเครื่องบินไม่รอเรา

ถ้ายูมิอยู่งานปิดได้รับใบวุฒิบัตรแต่หล่นจากเครื่องบินแล้วจะทำอย่างไร...เลยยังไม่ได้พบพระคุณเจ้าธรรมะหรรษาละ...

แต่ในความรู้สึกที่ดีมีให้กันและกันของชาวเรานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าค่าเงินตรา...ก่อนจากยังฝากคำทิ้งท้ายให้จำจดสำหรับคำทักทายกันในภาษาต่าง ๆ 

 อย่างง่ายเมื่อคุยกับชาวศรีลังกาแล้วได้คำทักทายในภาษาบาลี...เช่น...สวัสดีครับ...( ภาษาไทย )...นะมัสเต..( ภาษาอินเดีย )...นะโมเต...คือการทักทายเป็นภาษาบาลีนั้นแล.