คณะกรรมการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยเฮี้ย ได้จัดกิจกรรม "วันเด็กแห่งชาติ" ให้แก่นักเรียนในตำบลจำนวน ๗ โรงเรียนคือโรงเรียนบ้านห้วยเฮี้ย โรงเรียนบ้านห้วยทรายเหนือ โรงเรียนบ้านลาดคื้อ โรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา โรงเรียนบ้านป่าคาย โรงเรียนศิริราษฏร์พัฒนาและโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ 

          โรงเรียนทุกโรงได้นำนักเรียนไปร่วมกิจกรรมที่สนามโรงเรียนบ้านห้วยเฮี้ย  ได้แก่การแสดงบนเวที การปั้นตุ๊กตาตกแต่งระบายสี  การเล่นเกม การประกวดร้องเพลง  และการประกวดสิ่งประดิษฐ์จากสิ่งของเหลือใช้  แจกอาหาร ขนม รางวัลและไอศกรีม

             สภาพบรรยากาศ  ฝนตกตั้งแต่เมื่อวานและวันนี้ฝนตกปรอย ๆ ตลอดทั้งวัน   เป็นที่น่าตื่นเต้นสำหรับเด็กและผู้ปกครองมาก  ซึ่งผู้ปกครองแต่ละท่านได้มีความตั้งใจแต่งกายให้บุตรหลานที่น่ารักอย่างสุดฝีมือ  เพื่อไปแสดงบนเวที  และกางร่มยืนชมความสามารถของบุตรหลานท่ามกลางสายฝน  ดังภาพประทับใจต่อไปนี้

        โรงเรียนวิทยสัมพันธ์  ส่งการแสดงนักเรียนไปร่วมหลายรายการ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑  ส่วนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ ๓ บอกว่าเป็นเด็กโตแล้วไม่อยากแสดงและไม่อยากไปแย่งของขวัญของน้อง ๆ อยากจะหยุดอยู่กับบ้านและช่วยพ่อแม่ทำงาน ...  โรงเรียนจัดให้ด้วยความยินดี 

        นักเรียนในชุดสีชมพู (ภาพบน) เป็นการแสดงชุด To Be Number One  เป็นการแสดงของนักเรียนโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๕

             โรงเรียนบ้านห้วยทรายเหนือ  เป็นโรงเรียนที่อยู่ไกลที่สุดของตำบล  และเป็นโรงเรียนชุมชนของชาวเขาเผ่าม้ง  จึงได้มีโอกาสเข้าไปทักทายขอถ่ายภาพ  น้อง ๆ นักเรียนยินดีและเต็มใจให้ถ่ายภาพ  รวมทั้งตอบข้อซักถามที่สงสัยเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย หมวก กระโปรงและเครื่องประดับ 

            เครื่องแต่งกายที่น้อง ๆ สวมใส่ทุกคนทำด้วยฝีมือของตนเองคือหมวก กระโปรงและเสื้อ  ส่วนเครื่องประดับนั้นทำด้วยเงินแท้ซึ่งได้รับมาจากพ่อแม่หรือบรรพบุรุษ  นอกจากนั้นได้พบว่านักเรียนอนุบาลเล็ก ๆก็มาในชุดประจำเผ่าเช่นกัน 

            เมื่อฉันสงสัยเรื่องเครื่องประดับของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน  บางคนดูหรูมาก  บางคนมีขนาดเล็กกว่า  น้อง ๆได้อธิบายว่า "ขึ้นอยู่กับฐานะของแต่ละครอบครัว ไม่มีการอิจฉาวันนี้อาจจะมีเคื่องประดับชิ้นเล็กแต่วันหนึ่งข้างหน้าเศรษฐกิจของครอบครัวดีขึ้นก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามประเพณีและการรักษาความมั่นคงของครอบครัว

          เมื่อเปรียบเทียบเชิงวัฒนธรรมของชาวเขากลุ่มนี้กับคนไทยสังคมเมือง หรือต่างสังคมก็ดี  นับว่าคนไทยมีความได้เปรียบในการพัฒนาทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจมากกว่า  แต่ดูจะอ่อนด้อยในการรักษาวัฒนธรรมโดยเฉพาะการแต่งกาย  

         เมื่อถามถึงการศึกษาและอาชีพ  น้อง ๆตอบว่า "หากเรียนน้อยก็จะทำให้ตนเองต่ำต้อย ไม่ทันโลก ไม่ทันเหตุการณ์ทางสังคม เพราะโลกสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  และในสังคมของเขามีตัวอย่างของคนที่ไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษามากมาย และส่งเงินกลับมาพัฒนาชุมชน  หลาย ๆ คนบอกว่าอยากเป็นครู  เพราะมีความเชื่อว่าครูสามารถทำให้คนเป็นคนดี"

        เมื่อถามถึงการใช้ชีวิตวัยรุ่นสมัยใหม่ น้อง ๆ ตอบว่า "ได้รับรู้ปัญหาของวัยรุ่น แต่ไม่เห็นด้วยกับการเที่ยวเตร่ เพราะพวกเขาไม่มีโอกาสอยู่แล้ว แต่ได้ดูจากข่าวและโทรทัศน์ ส่วนการแต่งกายสมัยใหม่น้อง ๆ มีความเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลแต่พวกเขาคงไม่อยากแต่ง ถ้ามีโอกาสก็จะไม่แต่งเลียนแบบใครอยากแต่งกายสุภาพมากกว่า  ส่วนการแต่งงานที่อายุยังน้อยนั้น  ปัจจุบันพวกเขาได้รับการพัฒนามากแล้ว  การแต่งงานเมื่ออายุยังน้อยยังมีอยู่บ้างและลดลงมากแล้ว  ถ้าทำแบบนั้นเป็นการตัดอนาคตตัวเอง หากจะมีคู่รักก็ควรเป็นกำลังใจและส่งเสริมให้มีอนาคตแล้วจึงกลับมารักกันภายหลังได้"

         การแสดงของน้องนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ ๓ โรงเรียนบ้านห้วยทรายเหนือ  ได้แสดงกลางแจ้งต่อหน้าประธานในพิธี  มีเพลงประจำเผ่าประกอบการแสดง  สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่๑๑๐.ห้วยทรายเหนือ

            บรรยากาศของวันเด็ก  จะขาดไม่ได้คือสิ่งที่เด็กโปรดปรานนั้นลูกโป่งสีสันและรูปแบบต่าง ๆ  บางคนทำหลุดมือลอยขึ้นไปบนอากาศก็ส่งเสียงร้องไห้เสียดาย ผู้ปกครองต้องปลอบใจและไปหามาให้ใหม่

           อีกมุมหนึ่งของสนาม  มีบ้านลมมาตั้งไว้  เด็ก ๆ คงตื่นเต้นดีใจพากันเฮโลไปเล่นอย่างสนุกสนาน  เพราะเข้าใจว่ามีมาให้เล่นฟรี ๆ ประมาณ ๓๐ นาทีเท่านั้นเจ้าของรีบเก็บพับย้ายกลับบ้าน เพราะไม่สามารถเก็บเงินจากเด็กได้  เด็ก ๆ ทั้งหลายคงรู้สึกผิดหวังไม่น้อย

         ขอขอบคุณ  องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยเฮี้ย  ที่ได้มอบความสุขให้กับเด็ก และขอขอบคุณนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยทรายเหนือที่อนุเคราะห์ให้ถ่ายภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย