
กราบเท้า คุณลุงคุณป้า ด้วยความเคารพยิ่ง
วันนี้หนูหน่อยรู้สึกหดหู่และสะเทือนใจไม่น้อยเมื่อไปอ่านจดหมายถึงลูกของอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งนอนป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดด้วยโรคร้ายที่พวกเราต่างเอาใจช่วย...
ความรักเป็นอย่างไร ? ความรักที่ลูกมีต่อพ่อแม่ ครูมีต่อศิษย์ พี่น้องและเพื่อนมีต่อกันยังพอทราบและสัมผัสได้ หากแต่ความรักของแม่หรือพ่อที่มีต่อลูกยังไม่มีประสบการณ์ คงยิ่งใหญ่ไม่น้อยเพราะลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของพ่อแม่
หนูหน่อยยังจำบันทึกของอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งท่านเขียนแจกเป็นที่ระลึกงานศพของลูกชายซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคธาลัสซีเมีย ด้วยวัยเพียงยี่สิบปีเศษ ๆ และจัดงานพร้อม ๆ กับคุณแม่ของท่านอีกคนหนึ่งซึ่งจากไปด้วยโรคชรา...
ในส่วนของคุณลุงซึ่งเคยสูญเสียลูกชายก่อนวัยอันควร และเขียนบันทึกนั้นไว้ส่งมาให้หนูหน่อยได้อ่านก็ยังจำรสแห่งความอาดูรนั้นได้ดี รอยหม่นในดวงใจของผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ย่อมเจ็บปวดเป็นธรรมดา...
ความทุกข์อันยิ่งใหญ่ในโลกนี้ คงไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่าความพลัดพรากสูญเสีย และสักวันหนึ่งเมื่อเรารู้ว่าเราอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เราคงสับสนในการจัดการกับ "บ่วงชีวิต" ที่พันธนาการเราไม่น้อย ชีวิตของปุถุชนมักเป็นเช่นนี้ จิตใจนั้นเล่าก็เฝ้า "แฟบ ฟู" ไปตามสิ่งที่กระทบสัมผัส จะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้ที่วางแผนชีวิตก่อนตาย เตรียมอริยทรัพย์สู่ภพหน้า หลายคนมัวแต่กอบโกยโลกียทรัพย์อันว่างเปล่า กว่าจะรู้คิดก็สายเสียแล้ว....
เขียนมาถึงตรงนี้ ทำให้คิดถึงธรรมรสจากครูธรรมที่คอยห่วงใย และชี้แนะอยู่เสมอ ท่านชี้ให้เห็นถึงสิ่งแน่นอนที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ใน
อภิณหปัจจเวกขณสูตร ซึ่งกล่าวว่า
๑.ควรพิจารณาทุกวันว่า เรามีความแก่เป็นธรรมดา
ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้
๒.ควรพิจารณาทุกวันว่า เรามีความเจ็บเป็นธรรมดา
ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไปได้
๓.ควรพิจารณาทุกวันว่า เรามีความตายเป็นธรรมดา
ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้
๔.ควรพิจารณาทุกวันว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรัก
ของชอบใจทั้งสิ้น
๕.ควรพิจารณาทุกวันว่า เรามีกรรมเป็นของตัว
เราทำดีจะได้ดี ทำชั่วจะได้ชั่ว
ต่อไปนี้คงต้องพยายามท่องจำทุกวันมิให้ประมาทมัวเมาในชีวิต และเตรียมตัวในเรื่อง"ห้าแน่ที่ไม่มีใครหนีพ้น" ได้แก่ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพราก พร้อมทั้งสร้างกรรมอันเป็นกุศลเพื่อเสวยผลแห่งความดีในภพหน้า...
ด้วยความเคารพรัก
หนูหน่อย

สวัสดีค่ะ
ห้าแน่ ที่ไม่อยากให้เกิด แต่ก็ เฮ้อ ทำใจค่ะพี่ธรรมทิพย์
... ภาพงามมากมายนะคะ เมื่อก่อนไม่กล้าพูดถึงเรื่องความตายเลยค่ะ เดี๋ยวนี้ได้แล้ว .. ฝันดีนะคะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณธรรมทิพย์
เรื่องความตายควรพูดถึงบ่อย ๆ เพื่อเจริญมรณสติเราจะได้
ไม่ประมาทในชีวิตนะคะ
"ชีวิตที่เป็นอยู่คือสะพานที่เดินไปสู่ความตาย"
หมด หากแต่จุดหมายในการเริ่มต้นเท่านั้นที่แตกต่าง
แม้จะเข้าใจว่าเป็น"อนิจจัง"
แต่ก็ยังไม่พร้อมที่จะทำใจ
สวัสดีค่ะคุณครูใจบุญธรรมทิพย์
...แม้จะเข้าใจว่าเป็น"อนิจจัง"...แต่ก็ยังไม่พร้อมที่จะทำใจ...
สุขทุกข์ไม่ได้อยู่ที่ไหนอยู่ที่ใจของเราเอง
สิ่งหนึ่งที่คนมักลุ่มหลงก็คือ เห็นความทุกข์ว่าเป็นความสุข
เป็นอนุสติเตือนใจตนเองตลอดเวลานะคะ
ไม่แน่สักห้า...เลยค่ะเพื่อนหน่อย...เลยต้องฝึกจิตปลงอนิจจัง กำหนดรู้ให้เท่าทันเพื่อรับเมื่อกับ 5 แน่ๆ อย่างจิตที่เป็นกุศล...บ่มีหม่น มิหมองมัว ราคีบ่พันพัว สุวคน ธ กำจร
สวัสดีค่ะ คุณธรรมทิพย์
มาเยี่ยม มาชม มาเป็นกำลังใจ
และมารับธรรมะค่ะ
โชคดีค่ะ
ห้าแน่ที่ไม่มีใครหนีพ้น ได้แก่ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพราก พร้อมทั้งสร้างกรรมอันเป็นกุศลเพื่อเสวยผลแห่งความดีในภพหน้า... จะพยายามฝึกปลงอนิจจังค่ะธรรมทิพย์....เพราะไม่มีใครหนีพ้น
สวัสดีค่ะ