อะไรทำให้วิกฤติกลายเป็นโอกาส?


"เหตุการณ์เหล่านั้นทำให้ผมได้เข้าใจด้วยว่า อะไรคือหัวใจของการทำวิกฤติให้กลายเป็นโอกาส...เรื่องนี้จบลงแบบ Happy Ending ที่สวยงามน่าประทับใจมาก"

ผมได้ยินคำพูดประเภท “ในทุกวิกฤติมีโอกาส” หรือ “เปลี่ยนวิกฤติให้กลายเป็นโอกาส” มานานแล้ว แต่ไม่ค่อยเข้าใจว่าคืออะไร และทำอย่างไร

เคยอ่านข่าวเจอว่าบางคนสามารถสร้างกำไรจากวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตกปี 2540 ที่ค่าเงินบาทตก โดยซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐไว้แล้วขายกลับเป็นเงินบาทได้กำไรมหาศาล แต่ก็ไม่แน่ใจว่าการทำแบบนี้จะเป็นความหมายหนึ่งของการทำวิกฤติ(ของทุกคน)ให้เป็นโอกาส(ของตนคนเดียว)หรือเปล่า คิดว่าคงจะไม่ใช่ เพราะคำว่า ทำให้วิกฤติกลายเป็นโอกาสนี้ ไม่ใช่การ “ฉวยโอกาส” จากวิกฤติ คำ ฉวยโอกาส มีความหมายไปในทางลบ ต่างกับคำ สร้างโอกาส

ผมเพิ่งเริ่มจะเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง จากหลายๆ เหตุการณ์ที่ประสบทั้งในชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และการงาน เหตุการณ์เหล่านั้นทำให้ผมได้เข้าใจด้วยว่า “อะไร” คือหัวใจของการทำวิกฤติให้กลายเป็นโอกาส

มีตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัวของญาติสนิท เรื่องมีอยู่ว่า เกิดเหตุ “ของหาย” ขึ้น มีทั้งเงินสดและทองรูปพรรณที่พี่น้อง 3 คน เก็บรวมกันไว้ในห้องนอนชั้นบนของบ้าน โดยทั้ง 3 คน สามารถเข้าไปเปิดตู้ดูของในกระเป๋าที่เก็บทรัพย์สินร่วมกันนั้นได้ตลอดเวลา

คนกลางเป็นผู้พบว่า เงินสดหายไปพร้อมกับทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าหลายแสนบาท จึงบอกพี่สาวและน้องชาย ทุกคนปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป ก็เลยกลายเป็นคำถามใหญ่ว่า “ใครเอาไป?” เพราะสำรวจอย่างถี่ถ้วนแล้ว บ้านไม่เคยถูกขโมยงัดแงะเข้ามาเลย อาจมีญาติจากต่างจังหวัดมาพักบ้างแต่ก็น้อยมาก

คนกลางสงสัยว่าคนเล็กเอาไปเพราะคนเล็กกำลังมีปัญหาการเงินจากธุรกิจของเขาที่มีปัญหาเงินหมุนเวียนไม่พอมาระยะหนึ่ง เขาเคยขอความช่วยเหลือและได้ช่วยไปหลายครั้งแต่ไม่ดีขึ้นจนหยุดให้ไปแล้ว การขาดเงินหมุนเวียนอาจเป็นแรงจูงใจให้เขาขโมยทรัพย์สินส่วนกลาง

ส่วนคนโตไปหาคนทรงเจ้ามา เจ้าเข้าทรงบอกว่า คนเอาไปเป็นผู้หญิงผอมผมยาว ซึ่งรูปลักษณ์ก็บังเอิญใกล้เคียงกับคนกลาง แม้พี่คนโตจะเป็นคนที่เชื่อเรื่องการเข้าทรงมาตลอดแต่ก็คิดหาเหตุจูงใจที่น้องจะทำแบบนี้ไม่ได้ จนกระทั่งเกิดคิดขึ้นมาได้ว่า น้องคนกลางคงจะเสียดายเงินที่ให้น้องชายคนเล็กยืมไปมากแล้วไม่ได้คืน เลยปักใจเชื่อเจ้าที่เข้าทรงขึ้นมาว่าคนกลางขโมยเพื่อจะเอาเงินส่วนที่เสียไปจากการให้คนเล็กยืมกลับมาด้วยวิธีนี้

พี่คนโตก็เลยกล่าวหาน้องคนกลาง ซึ่งเธอก็ปฏิเสธและเสียใจร้องห่มร้องให้ที่พี่ที่เธอรัก มากล่าวหาเธอเช่นนั้น

เมื่อผมทราบเรื่องนี้ ผมจึงได้บอกพี่คนโตว่า อะไรสำคัญกว่า ระหว่างความรักความสัมพันธ์ที่ดีที่พี่น้องท้องเดียวกันมีต่อกัน กับทรัพย์สินที่หายไป นอกจากนี้ เธอจะรู้สึกอย่างไร หากความสัมพันธ์อันดีและความไว้วางใจกันระหว่างพี่น้องต้องมาจบลงด้วยเหตุการณ์ของหายนี้ ทั้งที่จับมือใครดมไม่ได้? ผมเพียงแต่ถามให้เธอได้คิด ไม่ต้องตอบผมก็ได้ เธอก็ไม่ตอบ

แล้วผมก็บอกกับคนกลางแบบเดียวกัน และยังได้เพิ่มเติมว่า หากวันหนึ่งเธอมีหลักฐานยืนยันว่าน้องคนเล็กเป็นผู้เอาไปจริงๆ เธอจะให้อภัยน้องคนเล็กที่เธอรักเขามากได้ไหม? ในฐานะพี่ที่รักน้อง เธอต้องการประนามเขาหรือต้องการช่วยเขาจากการหลงผิด? ไม่ต้องตอบผมเพราะผมเพียงแต่ตั้งคำถามให้ได้คิดเท่านั้น

แล้วผมก็บอกทุกคนว่า เหตุการณ์นี้คือโอกาสที่พี่น้องทั้งสามจะได้แสดงออกถึงความรักความผูกพันที่ทุกคนมีต่อกันนะ เงินทองเป็นของนอกกาย อะไรคือคุณค่าของความเป็นพี่น้องที่แท้จริง?

หลังจากที่ทุกคนเงียบไปไม่กี่วัน ผมได้ข่าวว่า ทั้ง 3 คน ได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว และไม่ติดใจในทรัพย์สินที่หายไปนั้นอีกแล้ว พี่ทั้งสองยังได้เอาใจใส่กับปัญหาของน้องคนเล็กโดยใช้เวลาปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง กระทั่งได้ข้อสรุปว่าพี่ทั้งสองจะให้ความช่วยเหลือเพื่อให้น้องสามารถแก้ไขปัญหาธุรกิจด้วย

เรื่องนี้จบลงแบบ Happy Ending ที่สวยงามน่าประทับใจมาก

เรื่องนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า หัวใจ ของ การทำให้วิกฤติเป็นโอกาส ก็คือ คุณค่า ที่ทุกคนมีร่วมกันอยู่นั่นเอง

ในกรณีนี้ คุณค่าที่ว่านั้นก็คือ ความรัก การให้อภัย และความไว้วางใจ ที่ทุกคนในครอบครัวมีต่อกัน

ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่มีวิกฤติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติในครอบครัว ในหมู่ญาติสนิท มิตรสหาย ในหน่วยงาน ในชุมชน หรือกระทั่งในสังคม สิ่งที่ผมจะมองหาเป็นลำดับแรกก็คือ คุณค่า ที่ทุกคนในชุมชนนั้นๆ มีอยู่ร่วมกัน

ผมเชื่อว่า การเริ่มต้นจากตรงนั้น จะทำให้ทุกวิกฤติกลายเป็นโอกาส

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
7 มกราคม 2553

หมายเลขบันทึก: 325698เขียนเมื่อ 7 มกราคม 2010 17:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 พฤษภาคม 2012 02:33 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (11)

เรียน อาจารย์สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์

ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามงานเขียนของอาจารย์ครับ โดยเฉพาะงานเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นครับ

เรื่องนี้เป็นทางออกที่สวยงามมากครับ ชื่นชมอาจารย์ที่ให้ข้อคิด ไม่ตัดสินใจอะไร ให้เขามีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญญาที่

นุ่มนวล มีคุณค่าครับ

ขอบคุณครับ สำหรับความคิดเห็น และการติดตามงานของผม

ธัมมะสวัสดีครับคุณอา

ในช่วงร่างหลักสูตรของม.จิตอาสา ขอเรียนเชิญคุณอามา "เริ่มด้วยช่วยกัน" นะครับ

                                                   ทะเลย์

 

สองยุทธศาสตร์ ที่ควรน้อมนำมาสู่การปฎิบัติอย่างเป็นรูปธรรมจากพระราชดำรัส

คือ

1 ส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมือง

2 สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย

สองยุทธศาสตร์นี้จะเป็นเบี้ยที่เปลี่ยนทั้งกระดาน

หากทำได้อย่างมีประสิทธิผลเราจะมีกำลังที่ ค้ำจุนแผ่นดินนี้ได้

 

http://gotoknow.org/blog/plays-learns/320506

“หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ พร้อมทำกิจไม่เกี่ยงก่อนหลัง ตั้งมั่นในหลักการไม่หาญหัก เคารพรักพระปราชญ์ผู้เฒ่าผู้ใหญ่ คุ้มกันภัยมวลหมู่มิให้หวั่นหวาด เคารพในชาติ ศาสน์-กษัตริย์และศูนย์รวมใจ สั่งสมและส่งเสริมให้พระดี คนดี มีกำลังนำสังคม”

คือการจัดระบบงานจิตอาสา ให้ผู้ที่อยู่ในวัยที่ยังมี "ความเพียรอันบริสุทธิ์" ได้ "ร่วมกันทำดีอย่างมีปัญญา"

กลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักศึกษา ม.จิตอาสา ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาทางเลือกในระดับอุดมศึกษา

กลุ่มเป้าหมายรองคือ ประชาชนทั่วไป และนักศึกษาในระบบ ที่ต้องการทำงานจิตอาสาในช่วงปิดเทอม ครับ

ที่ว่า "เป็นการจัดการศึกษาทางเลือกในระดับอุดมศึกษา" หมายถึงจะต้องสถาบันการศึกษาใหม่ระดับอุดมศึกษาเพื่อการนี้ หรือเปิดหลักสูตรนี้ในสถาบันที่มีอยู่แล้วครับ?

เป็นสถาบันใหม่...ที่เบื้องต้นจะไม่มีสถาบัน

เพราะเราไม่มีงบ ไม่มีทุนสร้าง ไม่มีครูอัตราจ้างแต่มีพี่เลี้ยงและพ่อครูแม่ครูอาสา

สร้างระบบการทำงานจิตอาสาให้เป็นระบบเช่นพุทธฉือจี้ของใต้หวัน

เบื้องต้นจะไม่มีวุฒิ แต่มีเกียรติบัตร และการสะสมชั่วโมงทำงานจิตอาสา

นักศึกษาเรียน ม.เปิดของรัฐ ด้วยตัวเอง เพื่อจะมีวุฒิทางโลก

มีระบบให้ได้ศึกษาและปฏิบัติธัมม์ เพื่อให้ได้คุณวุฒิทางธัมม์

ส่วนก้าวต่อไป หากจะขยาย จะไปเชื่อมกับม.ราม หรือ มสธ. เพื่อให้สามารถทำงานจิตอาสา แล้วได้หน่วยกิตในหลักสูตร ม.เปิด ครับ

  • สวัสดียามดึกค่ะ
  • เห็นด้วยค่ะ ความรัก การให้อภัย และความไว้วางใจ ที่ทุกคนในครอบครัวมีต่อกัน
น้องนิวส์ ลูกป๊าเหน่ง

ดีค่ะ ลุงเทศ น้องนิวส์ น้า ลูกป๊าเหน่งงน้า !!~.

อยู่ใน internet ได้ไงเนี่ย??

น้องนิวส์ อ่านที่ลุงเทศ โพส ไว้แล้ววน้าค่ะ!!

สวัสดีน้องนิวส์

ลุงดีใจที่น้องนิวส์ใช้อินเทอร์เน็ตอ่านเรื่องที่มีสาระความรู้ด้วย ขอให้ทำต่อไปนะ

ขอชมว่าน้องนิวส์พิมพ์คำภาษาอังกฤษ internet ได้ถูกต้องด้วย แสดงว่าภาษาอังกฤษดี

คำว่า โพส หากใช้ภาษาไทยเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษจากคำ post ลุงว่าเขียนเป็น โพสต์ น่าจะดีกว่านะ

พักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะ เห็นเวลาที่น้องนิวส์โพสต์ความเห็นแล้ว เป็นเวลาเที่ยงคืน ลุงเป็นห่วง

ฝากความระลึกถึงพี่กันต์ พ่อ และแม่ด้วยนะ

รักและคิดถึงน้องนิวส์และทุกคนอยู่เสมอ

ลุงเทศ

เหน่ง หมูกะทะ อร่อยสุดยอด!.

พี่เทศ นิวส์บอกผมว่า พี่เทศตอบข้อความมาหานิวส์แล้ว

นิวส์อ่านข้อความ ของลุงเทศแล้วบอกให้ผมอ่าน

ผมอ่านแล้ว บอกให้พี่กันต์อ่านแล้ว (เรื่อง อะไรทำให้วิกฤติกลายเป็นโอกาส ????)

ขอบคุณพี่เทศ ที่ให้ ข้อคิดดีๆ สำหรับ ทุกๆคน ขอให้พี่เทศ และ ครอบครัว มีความสุข

จาก...น้องแหน่ง kan_1962@hotmail.com

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี