ถ้าสิ่งที่กล่าวมานี้ (ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทาย เป็นสิ่งที่ตัว DP ต้องพัฒนา) ยังไม่สามารถเกิดได้ เป้าหมายหรือพันธกิจที่วางไว้ก็คงเป็นสิ่งที่ยัง "ไกลเกินฝัน" นั่นเอง
            วันนี้จะพูดเรื่อง OM ต่อ จะขอพูดถึงประเด็นที่ผมเห็นว่าสำคัญมาก ผมมองว่านี้คือ “หลักใหญ่ที่ทำให้ OM เป็น OM” เป็นขั้นตอนที่เรียกว่าการทำ “Outcome Challenge”  ประเด็นที่ผมสรุปไว้ในเรื่องนี้มี 2 ข้อคือ 


     (9)  การวางแผนโครงการทั่วไปมักเลือกใช้ “คำใหญ่ๆ” หรือไม่ก็พูดถึง “ผลลัพธ์” ที่อยู่ไกลๆ ซึ่งเกิดจาก “เหตุปัจจัย” ที่หลากหลาย ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ “การควบคุม” ของเรา (โครงการ) เสมอไป แต่ OM สอนให้เราใส่ใจใน “ผลลัพธ์” ที่อยู่ใกล้กว่านั้น แต่ว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือให้หันมามอง “การพัฒนา” ที่เกิดขึ้นในตัว “Direct Partner” ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? เป็นไปตามที่คาดหวังไว้หรือไม่? โดยให้เขียน "ความคาดหวัง" ที่ว่านี้ให้ออกมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ความท้าทายเชิงผลลัพธ์” หรือ “Outcome Challenges” 


     (10)  พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ . . . ถ้าจะให้ “พันธกิจ (Mission)” ที่เขียนไว้นั้นบรรลุผล “Outcome เชิงพฤติกรรม” ซึ่งหมายถึง “ทักษะ ศักยภาพ ขีดความสามารถ ของ DP ที่ต้องการ” หรือที่เห็นว่า "จำเป็น" คืออะไร ? ตัวอย่างเช่น ถ้าจะให้ Mission ที่เขียนไว้บรรลุผลได้ตามนั้น ผู้ที่เป็น DP ต้องมีความสามารถที่จะพูดจาหว่านล้อมได้ ต้องจัดเวทีชาวบ้านได้ หรือต้องทำงานร่วมกับสถานีอนามัยได้ เป็นต้น ถ้าสิ่งที่กล่าวมานี้ (ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทาย เป็นสิ่งที่ตัว DP ต้องพัฒนา) ยังไม่สามารถเกิดได้ เป้าหมายหรือพันธกิจที่วางไว้ก็คงเป็นสิ่งที่ยัง "ไกลเกินฝัน" นั่นเอง


            ในบันทึกหน้าผมจะพูดถึงขั้นตอนที่เรียกว่า “Progress Marker” . . . โปรดติดตามต่อไปนะครับ