ครู

*****การทำงานให้มีความสนุกและมีความสุขกับงาน  เรามีทัศนคติต่องานว่า ความสุขไม่ใช่การทำสิ่งที่อยากทำ  แต่ความสุขกับงานต้องมีความสุขกับสิ่งที่ซึ่งรัชเขค วีสเพ็ญ  ได้เสนอเคล็ดลับในการทำงานให้มีความสุข  ดังนี้

๑. คิดบวก  ความคิดของเราเป็นแรงจูงใจให้เกิดความสุขหรือความทุกข์  หากเราคิดว่าความสุขหรือความทุกข์เปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้านท่ามกลางความทุกข์เราจะมีความสุขซ่อนเร้นอยู่การสร้างทัศนคติในการคิดทางบวกคือการฝึกคิดให้ยืดหยุ่น  คิดอย่างมีเหตุผล  คิดหลายแง่มุม  คิดแต่เรื่องดีๆที่สำคัญเราต้องคิดถึงคนอื่นบ้าง

๒ ผนวกความแจ่มใส  การสร้างบรรยากาศที่แช่มชื่นแจ่มใส  จะเกิดรอยยิ้ม  เกิดความไว้วางใจซี่งกันและกัน  รอยยิ้มเริ่มจากยิ้มเล็กๆ ยิ้มน้อย  ยิ้มใหญ่  จนถึงยิ้มกว้างใหญ่  การยิ้มเป็นการสร้างมิตรภาพที่ไม่ต้องลงทุนแต่ได้คุณที่อนันต์

๓ จริงใจต่อกัน  ท่ามกลางภาวะการทำงานที่ต้องแข่งขัน  ยิ่งต้องใช้ความจริงใจต่อกัน  เพื่อร่วมมือกันสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จ  ผ้นำต้องมีพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา

กรุณา  มิทิตา อุเบกขา  ส่วนเพื่อนร่วมงานงเเสดงความเป็นเพื่อนยากยากเมื่อเพื่อนประสบความทถหข์หรืออุปสรรคจงแสดงความเห็นใจ  และให้กำลังใจ  การเป็นมิตรในยากยากจะสร้างสัมให้เกิดพันธภาพอันลึกซึ้งให้เกิดขึ้นได้

๔. หมั่นประนีประนอม  คนที่เป็นนักประนีประนอมเปรียบได้เสมือนนักการทูตที่สามารถประสานงานให้กับทุกคน  ผู้นำองค์กรต้องมีทักษะในการประนีประนอมและมควรมีทัศนคติแห่งการประนีประนอม  ดังนี้

ฉันดี   เธอเลว      ฉันเลว  เธอดี    ฉันเลว เธอเลว   ฉันดี  เธอดี   

๕.  พร้อมสร้างสัมพันธ์  การสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพิ่อนร่วมงานเป็นททักษะที่จำเป็นของบุคคลในองค์กร  การฝึกตนเองให้เป็นผ้มีมนุษยสัมพันธ์  เราควรแสดงพฤติกรรมต่อไปใ  คือ  แย้มยิ้มพิมพ์ใจ  ปราศรัยทักทาย  พร้อมพรักเอ่ยนาม  ติดตามช่วยเหลือ  เหนือชั้นยกย่อง  ถูกต้องอารมณ์ขัน  มุ่งมั่นเอาใจใส่  เข้าใจอ่อนน้อม  เพียบพร้อมการฟัง  กำลังใจให้เธอ

๖.  ฝ่าฟันอุปสรรคเครียด  ความเครียดในที่ทำงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ  เมื่องานเร่งด่วนหรือขาดข้อมูลในการตัดสินใจ  เราควรหาวิธีคลาดเครียด  ดดยการผ่อนคลายกล้ามเนื้อฝึกการหายใจ  ทำสมาธิ  การจินตนาการเพื่อคลายเครียดจากใจส่กาย  ถ้าทีโอกาสก็ควรหาทางนวดคลายเครียด****