อนุสนธิจากการเดินทางไปภูเก็ตและไชยา เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้พบแนวร่วมทางความคิด (Inspiring figures) ที่สำคัญ ว่า
อายุนั้นแทบจะไร้ความหมายถ้าเรารักษาสุขภาพอย่างถูกต้อง
ตัวอย่างที่ดีมากๆ ที่ผมเห็นในรายการทีวีก่อนหน้านี้สักเดือนกว่าๆ
ก็คือ นักเต้นบัลเลย์ชาวไทย และผู้ชนะเลิศการเต้นรำระดับโลก ที่มีอายุกว่า ๗๕ ปี สามารถแสดง และทำกิจกรรมได้เช่นเดียวกับคนอายุน้อยๆ
และเมื่อผมไปไชยา ก็พบญาติของอาจารย์พินิจ พันธ์ชื่น (แฮนดี้) (น้าทองมาก มากมี) ที่ปัจจุบันอายุ ๗๙ ก็ยังแข็งแรงมากๆ กล้ามเนื้อทั้งตัวยังเป็นมัดๆ ไม่มีลักษณะ "ฉุ" หรือ อาการ “แกว่งชิงช้า” ให้เห็น สามารถทำสวนและกิจกรรมต่างๆได้อย่างสมบูรณ์
ตอนอยู่ที่ภูเก็ตก็ดูรายการแข่งมาราธอน ที่ผู้ชนะทั้งประเภทเดี่ยวและทีม
"ไม่ต้องสะสมอาหารสำรองไว้ที่ใดเลย ก็วิ่งติดต่อกันได้เป็นหลายสิบกิโลเมตร"
แล้วเราสะสมอาหารไว้ที่พุง หรือตามส่วนต่างๆของร่างกายไว้ทำอะไร
เพราะใกล้หมดเมื่อไร ไม่เกินสองสามชั่วโมง ก็เติมอาหารได้อยู่แล้ว
ประเทศเราไม่ได้อยู่ในยุคขาดแคลนขนาดนั้น
แต่กลับปรากฏว่า คนไทยจำนวนมาก ก็ยังเน้นการเติมอาหารสะสมให้ร่างกาย อย่างต่อเนื่อง
ทั้งๆที่ของเก่า ที่สะสมมาหลายปี ก็ยังไม่ค่อยได้ใช้
และของใหม่ที่เติมเข้าไป จะใช้หรือเปล่า ก็ไม่รู้อีก
ที่ผมคิดว่าน่าจะมีผลเสียมากกว่าข้อดี
จากตัวอย่างที่ดีทั้งหลาย
ทำให้ผมมีกำลังใจมากๆขึ้น ที่จะตั้งใจรักษาสุขภาพที่ถูกต้องอย่างที่กำลังทำอยู่แล้ว
ที่ผมรู้สึกว่า มากกว่าการออกกำลังกายแบบยกแข้งยกขา ยกน้ำหนัก หรือเข้าร่วมกิจกรรมการเต้นบ้าๆบอๆตามสวนสาธารณะ
ให้พลังงานที่มีสูญไปอย่างเปล่าประโยชน์แบบธรรมดาๆ
แต่น่าจะเป็นปรับระบบการดำรงชีวิต การรับประทานอาหารที่พอเพียง (มีไว้สำรองนิดหน่อยก็พอ) พักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ ทำงานผสมผสานกับการออกกำลังกายอย่าง "บูรณาการ"
ซึ่ง เป็นการใช้ชีวิตแบบ “บูรณาการ”
ทำงานทุกอย่างที่ทำให้กล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวะทุกส่วนได้ทำงานอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ที่ผมเห็นคนที่ออกกำลังกายทั่วไปไม่ค่อยทำกัน ที่มักใช้เฉพาะส่วนที่ถนัด ที่ไม่ถนัดก็ไม่ใช้
ทำให้เกิดการ “ตึง” “ยึด” และ “ยืดไม่ออก” ในส่วนอื่นๆ
แต่การทำงาน “ที่ครบส่วน” จะมีผลคล้ายๆกับการฝึก “โยคะ” ไม่มีการละเว้นส่วนที่ไม่ถนัด เพราะต้องทำงานครบทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ “ออกกำลังกาย” หรือ วิ่งเล่นๆ
ผมก็ได้ตรงนี้จากการทำนาเองทุกอย่าง ทำเองทุกเรื่อง จึงได้การออกกำลังกายอย่าง “ครบส่วน” และพยายามทดสอบกำลังตัวเองในทุกเรื่องอยู่ตลอดเวลา ว่า
หัวใจ ปอด ตับ ไต เอ็น หรือ กล้ามเนื้อ หรือข้อต่อส่วนใดที่ “ติด” และยึด เพื่อจะได้ไม่หลงทาง และผิดพลาดในการ “ทำงานและใช้ชีวิต เพื่อการออกกำลังกาย” แบบ “บูรณาการ”
เพื่อเรียนรู้ และสนับสนุนแนวทางการดำเนินชีวิตที่ว่า
อายุก็เป็นเพียงตัวเลข
แต่ก็ไม่หวังถึงขนาดที่ท่านอัยการชาวเกาะ (ภูเก็ต) ทำได้แล้วคือ
อายุเป็นเพียงแรงม้า
จึงได้แต่แอบคิดอิจฉาท่านอัยการชาวเกาะอยู่เพียงในใจ ไม่กล้าคิดตาม เพราะยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร
เพราะแม้สุขภาพร่างกายผมพอไปได้ (ดีกว่าเมื่อสิบปีที่แล้ว) แต่แรงม้าลดลงอย่างเห็นได้ชัดมากๆ (เหลือไม่ถึงครึ่งของเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว) แบบยอมรับโดยดุษฎี เลยครับ
แต่ก็ไม่แน่นะครับ
แต่ถ้าแรงม้าระดับความคิดฝันนั้น ผมมีสูงมาก (จนอาจต้องหาหมอให้ช่วยลดเลยละครับ)
หรือถ้าเป็นแรงม้า KM ธรรมชาติ นี่ก็พอไปได้
วันหนึ่ง.....
ผมอาจจะขอเรียนปรึกษาท่านแบบ “ลับๆ”
ว่าท่านทำอะไร อย่างไร จึงทำให้
"อายุเป็นเพียงแรงม้า" ได้ และ ได้กี่เรื่อง เรื่องใดบ้าง
วันนี้ขอใช้หลักการ อายุก็เป็นเพียงตัวเลข ไปพลางๆก่อนครับ
ใครสนใจแลกเปลี่ยนได้ครับ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ อาจารย์
สวัสดีปีใหม่ครับอาจารย์ครับ...
บันทึกนี้ดูแปลกดีนะครับ เป็นบันทึกปีใหม่ที่เน้นสุขภาพ ผมว่าปีนี้การดูเเลสุขภาพเป็นเทรนด์มาเเรง ซึ่งก็ดีมากครับ
ผมก็สังเกตเห็นอาจารย์(ที่บ้าน-ที่ทุ่งนา) ก็เเข็งเเรงมากครับ อายุเป็นเพียงเเรงม้าจริงๆ ทำนาก็เรียกกล้ามเนื้อได้ดี ที่บ้านก็สีข้าวแบกกระสอบข้าวกระสอบโตๆ แบบนี้ถือว่าอายุกับความเเข็งแรงแปรผันตามกัน
อ.เเฮนดี้ ก็เช่นเดียวกันครับ วันนี้ท่านมีหลักฐานเชิงประจักษ์
พ่อครูบา ก็กำลังหากินผักในสวนป่า เป็นต้นแบบทางสุขภาพที่ดี
มีโอกาสขอไปเเลกเปลี่ยนกับอาจารย์ และคุณแม่ที่เถียงนาละกันนะครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ :)
ขอบคุณครับ
เราหันมาทำให้อายุเป็นเพียงตัวเลขดีกว่าครับ
หรือถ้าจะทำได้ถึง
อายุเป็นเพียงแรงม้า ก็น่าจะยิ่งดี
ขอเพียงอย่าใจเกินร้อยเป็นใช้ได้ครับ
สวัสดีครับ
เช่นนั้นเอง
อิ อิ อิ
สงสัยจะต้องไปเป็นนักเรียนชาวนา จะได้มีอายุเป็นเพียงตัวเลข....อิอิ
ถ้าจะเป็นนักเรียนชาวนา สงสัยจะสายไปแล้วมั้งครับอาจารย์
ขอให้ไปใช้ของท่านอัยการชาวเกาะดีกว่าครับ "อายุเป็นเพียงแรงม้า" จะได้มีกำลังเยอะๆ แล้วค่อยกลับมาทำนา อาจจะทันครับ
ขอให้โชคดีครับ