ความรักสัมผัสได้ด้วยใจไม่ใช่ร่างกาย
เคยไหมที่พยายามหาเหตุผลมาอธิบายให้กับตัวเองและคนรอบข้างฟังว่า ทำไมเราจึงรักคนๆ นี้ แล้วในที่สุดก็หาไม่ได้ รู้แต่ว่าพอเห็นหน้า ได้พูดคุย คบหา ก็รู้สึกรัก และคุ้นเคยกันมานาน แม้จะมีคนมากมายมาบอกเล่าว่าเขามีนิสัยไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ เราก็ยังรักเขาอยู่ดี จะเลิกรักก็ไม่ได้เสียแล้ว ก็แค่รักน่ะนะ ส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยพิจารณากันอีกที เพราะความรักกับการอยู่ด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่งไหม มันเป็นคนละเรื่องกัน
การที่คนสองคนจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขหรือไม่ ความรักอย่างเดียวไม่สามารถเป็นหลักประกันอะไรได้ ความรักเป็นแค่พื้นฐาน และแรงจูงใจในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเท่านั้น
ขณะกำลังสงสัยความรู้สึกของตัวเอง และพยายามหาเหตุผลในการรักและไม่รักอยู่นั้น ก็ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล ที่เหมือนจะตอบคำถามบางอย่างได้ และทำให้คิดอะไรต่อไปได้อีกหลายอย่าง
ฟอร์เวิร์ดเมลธรรมดาๆ นั้นมีข้อความว่า
ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะตั้งคำถามกับคนรักว่า ทำไมเธอถึงรักฉัน หรือ เธอรักฉันที่ตรงไหน ผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนกัน เธอเพียรถามคนรักของเธอว่า “ทำไมเธอถึงรักฉัน” คนรักของเธอบอกว่า “ตอบไม่ได้ ” เธอจึงถามว่า ทำไมตอบไม่ได้ คนรักของเพื่อนยังตอบได้เลยว่ารักเพื่อนของเธอเพราะเหตุผลอะไร ที่ตอบไม่ได้เพราะไม่รักเธอจริงใช่ไหม
คนรักของเธอจึงตอบไปว่า เขาหาเหตุผลไม่ได้ เธอเสียใจและต่อว่าเขาไปว่าไม่ได้รักเธอจริง ชายคนรักจึงตอบไปว่า ที่เขารักเธอ เพราะเธอมีหน้าตาที่สวยงาม ที่เขารักเธอ เพราะเธอมีเสียงที่ไพเราะ ที่เขารักเธอ เพราะเธอมีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อคนรอบข้าง และเขารักเธอ ที่ทุกๆ movement ของเธอ ฝ่ายหญิงก็สบายใจที่ทราบเหตุผลและยุติการคุยเรื่องนี้ไป
ต่อมา ฝ่ายหญิงเกิดอุบัติเหตุจนนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตเธอมากมาย บนโต๊ะหัวเตียงของเธอมีจดหมายฉบับหนึ่งวางไว้ เธอเปิดอ่านดูในจดหมายมีใจความว่า
“สุดที่รักของผม คุณเคยถามผมว่าผมรักคุณเพราะอะไร ผมตอบคุณว่า ที่ผมรักคุณเพราะคุณมีหน้าตาที่สวยงาม แต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ผมคงรักคุณต่อไปไม่ได้ ที่ผมรักคุณ เพราะคุณมีเสียงที่ไพเราะ แต่ตอนนี้คุณไม่สามารถจะเอ่ยเอื้อนเสียงที่ไพเราะเช่นเดิมได้ ผมคงรักคุณต่อไปไม่ได้ ที่ผมรักคุณ เพราะคุณมีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อคนรอบข้าง แต่ตอนนี้คุณไม่สามารถจะแสดงน้ำใจต่อใครได้อีก ผมคงรักคุณต่อไปไม่ได้ และที่ผมรักคุณ เพราะทุกๆ movement ของคุณ ก็คงไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะคุณไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ และผมคงไม่รักคุณ นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้คุณรับรู้มาตลอด
สิ่งที่คุณเพียรถามเกี่ยวกับเหตุผลในความรักของผม ถ้าเหตุผลทั้งหมดนั้นหมายถึงความรัก ตอนนี้ผมจึงไม่รักคุณแล้ว……..แต่ความรักไม่ต้องการเหตุผล เหตุผลทั้งหมดไม่ใช่ความรัก ผมรักคุณที่ทั้งหมดของความเป็นคุณ รักที่หัวใจและความคิดของคุณ อย่าเพียรพยายามถามเหตุผลของความรักของผมอีกเลย เพราะผมรักคุณด้วยทั้งหมดของหัวใจของผม”
ฉันเข้าใจแล้วว่าเรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอธิบาย เพราะไม่มีเหตุผลที่จะอธิบายได้ดีเท่ากับใช้หัวใจและความรู้สึกของตัวเอง
มีฟอร์เวิร์ด เมลน่ารัก ๆ อีกข้อความหนึ่งบอกว่า
หากเราหาเหตุผลให้กับตัวเอง ว่าทำไมเราจึงรักคนๆ นี้นัก แล้วเหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง . . . รักเพราะรัก ฟังดูอาจเลื่อนลอย ไร้จุดหมายเกินไป แต่สำหรับคนที่รักกัน . . . เหตุผลเพียงแค่นี้ ก็เพียงพอที่จะสานต่อความรัก . . . ให้อยู่ต่อไป
แต่กับคนที่เรารักเขา . . . แล้วเขาไม่รักเรา ไม่เคยจะมองเห็นแม้แต่คุณค่าในตัวเรา ต่อให้เราหยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เขาเพียงไหน หรือให้เหตุผลมากมายในคำว่ารักที่เรามีให้ เขาก็คงมองไม่เห็นมันเหมือนกันและกับคนประเภทนี้ ยิ่งเราเรียกร้องมากแค่ไหน ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจให้กับเราเท่านั้น
ถ้าคุณมีความสุขกับมัน . . . ก็ดีไป แต่สุขแล้วเหนื่อยใจ ก็น่าคิดเหมือนกัน คนเราเหนื่อยแล้วก็ต้องพัก ต้องหาทางออก ที่ทำให้เราดีขึ้น กับเรื่องของความรักก็เช่นกัน เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน คงต้องพักซะบ้างลองหยุดวิ่งตามเขาสักครั้ง . . . แล้วมาเดิน (แค่เดิน) ตามตัวเองดูสักหน คุณอาจรู้สึกดีกว่าการต้องวิ่งตามใครคนนั้น อย่างน้อยๆ คุณจะพบว่า การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้น . . ไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย
ความจริงแล้ว . . . การรักตัวเอง ไม่ยากเลย ถ้ายังไขว่คว้าหารัก แต่ยังไม่พบเจอคนที่รักเราจริง ก็อย่าฝืนที่จะรัก . . . เดี๋ยวจะเสียใจทีหลัง ถ้าเสียใจ ก็ขอให้คิดถึงตัวเองให้มากๆ แล้วบางทีสิ่งดีๆ . . . ก็อาจรอเราอยู่ในวันข้างหน้า
ขอบคุณฟอร์เวิร์ดเมลอีกครั้ง ขอบคุณคนเขียนที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร และขอบคุณเพื่อนๆ ที่ขยันส่งมาให้สม่ำเสมอ....

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะครูคิม
ขอบคุณนะคะน้องซิลเวีย
"เป็น" มีความหมายดีกว่า "ได้" ในความรู้สึกพี่นะคะ
เช่น ทำเป็น คือรู้วิธีทำอย่างดี ประยุกต์ปรับให้เหมาะกับตัวเองได้
แต่ ทำได้ ก็คือได้ทำน่ะแหละ ส่วนจะดีหรือไม่ก็ต้องดูอีกที