แม้งานจะยังไม่เสร็จ หนูขอใช้ช่องว่างนี้ พักการคิดเข้ามาถอดบทเรียนที่ครูเมตตาสอนเมื่อวานนี้ หลังจากการบ้านครั้งล่าสุดของหนู หนูตั้งใจทำตามกิจวัตร ที่ตั้งใจไว้ทุกอย่าง แต่หนูทำไปใจก็คร่ำครวญไป ทุกข์ ทรมาร ไม่เห็นประโยชน์ ครูท่านจึงเมตตาสอนว่า
“นี่แหละเห็นรึยัง ภาวนาก็ทุกข์ ไม่ภาวนาก็ทุกข์ แต่ถ้าอดทนภาวนาก็พอจะมีทางออกจากทุกข์ได้ แล้วระหว่างทางก็ยังมีโอกาสได้ชื่นชมความสวยงามของดอกไม้บ้างบางที”
ใจหนูรู้สึกโล่งสบายขึ้น ครูจึงเล่าให้ฟังอีกว่า
“ติ๋วรู้ไหม พี่โดนเรื่องราวมากมาย แค่ที่ติ๋วหงุดหงิด กระฟัดกระเฟียดใส่พี่นี่ถือว่าเล็กน้อย มีคนโกรธแค้นเรามากมาย
พี่จะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง
ใจหนูคิดขึ้นมาว่า "อืม ถึงเวลาแล้วเหรอ" เพราะครูท่านเอ่ยไว้ว่า ถ้าถึงเวลาพี่จะเล่าให้ฟัง เเล้วท่านก็เล่าว่า
อย่างวันหนึ่งพี่ปั่นจักรยานออกมาทำงานตอนเช้า บ้านหลังนั้นมีหมาหลายตัวดุมาก ตอนเช้า ๆ เขาจะปล่อยมันออกมา ใจพี่รู้สึกว่าหมามันดุ มันจะกัดเราไหม เราจะทำไงดี นึกขึ้นมาว่า เอาน่าพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ท่านเจอเสือท่านก็ยังเผชิญได้ เราก็ต้องลองดู จากนั้นพี่ก็ภาวนาพุทโธ ๆ ทำความรู้ตัวไปเรื่อย ๆ พอจะผ่านหมาฝูงนั้น มันก็หันหลัง ไม่สนใจเรา เหมือนมัน ประมาณว่า ฉํนไม่อยากสนใจแล้ว
สิ่งที่บีบคั้นเรา คือความกลัวในใจเราต่างหาก ให้เผชิญมันอย่างนอบน้อม
เหมือนที่พี่เคยบอกว่า
ปัญหามันมีอยู่ แต่เราก็อยู่กับปัญหานั้นได้ ด้วยใจที่เบา ๆ”

หนูรู้สึกว่า
“เส้นทางนี้ต้องเผชิญและพบเจออะไรอีกเยอะ ที่ผ่านมาเป็นแค่บางส่วน เหมือนเป็นตัวอย่างบางตอน”
ครูท่านเล่าให้ฟังอีกว่า
“พี่เคยโดนผู้อำนวยการเรียกพบแล้วสั่งห้ามไม่ให้รับงานนอก เพราะเขาบอกว่า ไม่มีประโยชน์ แต่พี่ก็ไม่ได้เลิกทำนะ ก็มีช่องทางของมันนั้นแหละ”
ครูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบิกบาน

ในใจหนูนึกขึ้นมา
โห....งานที่ครูทำเนี่ยนะไม่มีประโยชน์ ช่วยเหลือใจ คนมากมาย ให้เข้าใจ ให้มีความสุขกับชีวิตที่เขาเผชิญ นี่ก็สุดยอดแล้ว จิตหนูมันไปเร็วมาก ๆ ค่ะ มันคิดไปแล้ว
มีเคสหนึ่งครูเล่าให้ฟังว่า ท่านเคยผ่านร้อนผ่านปัญหาอุปสรรคร่วมกับพี่คนนี้มาเยอะ แล้วช่วงเวลาหนึ่งก็ห่างกันไป วันหนึ่งพี่เขาก็มาปฏิสัมพันธ์กับครู เกิดกรณีขึ้นมาว่า พี่เขาไปลอกงานคนอื่น แก้ไขนิดหน่อยแล้ว เอามาเป็นของตัวเอง แล้วเจ้าของงานเขามาเห็น คนอื่น ๆ ออกมาช่วยต่อว่าเจ้าของงาน แต่ครูท่านก็ไม่เข้าข้างพี่ท่านนี้ จากครั้งนั้นครูได้รับผลกระทบแรงเหมือนกัน มีเสียงต่อว่า โกรธแค้นว่าไม่ช่วยพี่เขา ครูเอ่ยต่ออีกว่า
“สักวันหนึ่ง พี่เขาจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำ นั่นแหละ คือ การช่วยเหลือ ให้เขายอมรับความจริงเพราะทุกสิ่งมันแค่สมมุติเอง เรากลับไปแก้อดีตที่มันผิดพลาดไม่ได้ แต่ให้ยอมรับมันอย่างนอบน้อม”
มานั่งอ่านบันทึกนี้ วันนั้นหนูรู้สึกว่า ครูท่านสอนไรเยอะ อืมอะไรนะ อ๋อ นึกขึ้นมาได้ ในช่วงท้าย หนูอัดเสียงไว้ด้วย ครูท่านเมตตาสอนหนูว่า
มาต่อยอดที่บันทึกนี้เลยค่ะ => อารมณ์ ความรู้สึกเป็นเพียงอาภรณ์ห่อหุ้มจิตใจ
สวัสดีครับ