หลายวันก่อนผู้เขียนได้เป็นคุณอำนวย(facilitator) ใน cops ของกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยเตรียมผ่าตัด ผู้เขียนสังเกตว่า ผู้เล่าเรื่อง(คุณกิจ) มีส่วนสำคัญอย่างมาก รองจากข้อตกลงที่จะทำให้การแลกเปลี่ยนราบรื่น

 

จากประสบการณ์ ในกลุ่มคนที่ยังไม่คุ้นเคยคุ้นชินกับการตั้งใจฟัง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีข้อตกลงระหว่างกัน อย่างเช่น ตั้งใจฟัง คิดตาม ไม่ขัดจังหวะ และเสนอความเห็นให้สอดคล้องในประเด็น รวมถึงการเปิดใจ ยอมรับ และชื่นชม บุคคลที่ประสบความสำเร็จ

 

แต่...ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับบุคลิกและอัตลักษณ์ของแต่ละคน จากการทำกลุ่มใน ครั้งก่อน  แตกต่างกับครั้งนี้ค่อนข้างมาก เพราะผู้เข้าร่วมประชุม ค่อนข้างตั้งใจฟังจนจบแล้วจึงพูดและเสนอความคิดเห็น ดูไม่แรง(เสียงดัง ขัดจังหวะคนอื่น) เหมือนครั้งก่อน จึงทำให้บรรยากาศค่อนข้างดี ผู้ร่วมเล่าเรื่องเหมือนได้ผ่อนคลายและกล้าที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นกันมากขึ้น  ทำให้ได้แนวทางการปฏิบัติที่ดี(best practice)เกิดขึ้น จากการแลกเปลี่ยนที่หลากหลาย และอยากที่จะเข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมากขึ้น

 

เพระฉะนั้น การทำให้ผู้ร่วมฟัง ผู้ร่วมเล่าเรื่อง ร่วมถึง fa ต้องมีการเปิดใจยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น หากเห็นว่าดีก็ชื่นชม สนับสนุน เคารพศักดิ์ศรีกันและกัน ระหว่างวิชาชีพ บรรยากาศของกลุ่มก็จะเป็นกันเองไม่เกร็ง ผ่อนคลาย อยากคิดอยากพูด หากจะว่าไป คนที่ทำหน้าที่เป็น fa ก็ต้องใช้กลวิธีที่หลากหลายด้วย เพื่อให้กิจกรรมกลุ่มไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

 

มีผู้ร่วมเสวนาหลายคนบอกว่า การพัฒนาคนเป็นเรื่องสำคัญ การพูดคุยกันบ่อยขึ้น ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันบ่อยขึ้น ก็จะมีส่วนในการพัฒนาและอาจจะกลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้โดยไม่รู้ตัว

 

ผู้เขียนเห็นด้วยว่า.......คนเป็นกลไกที่สำคัญ ในทำกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น คุณอำนวย คุณกิจ คุณลิขิต รวมถึงคุณประสาน ที่จะช่วยกัน กลั่นเอาผลึกแห่งความรู้ของแต่ละคนไปรวมกันเป็นคลังความรู้และจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นเรื่องท้าทาย ของผู้ใช้เครื่องมือ KM มือใหม่อย่างผู้เขียนอยู่ไม่น้อย