นอกจากเราจะมีความสุขและสนุกสนานแล้ว ยังได้ความคิดใหม่ๆ ในการทำงานต่อไป รู้สึกมี "แรงใจ" เพิ่มมากขึ้น

ตอนที่

วันอาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ (วันเที่ยว)
ดิฉันรับประทานอาหารเช้าตั้งแต่ ๐๗ น. แล้วจัดการเคลียร์ค่าใช้จ่ายต่างๆ กับรีสอร์ท ตามที่เราคุยกันไว้เบื้องต้นตั้งแต่เมื่อวาน คุณพรรณเข้ามาช่วยตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง ทางรีสอร์ทคิดราคาห้องพักแบบพิเศษและยังจัดห้องพิเศษให้ผู้ใหญ่ของเราอีกด้วย สมาชิกของเราติดใจรีสอร์ทแห่งนี้กันทุกคน

หลังรับประทานอาหารเช้าแล้ว หมอฝน หมอแอ และหน่อยแยกกลับไปก่อน เพราะหมอฝนต้องไปอยู่เวร พวกเราที่เหลือมีแผนจะไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย เมื่อคืนหมอฝนหาเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ติดต่อเพื่อจองบัตรเข้าชม เราลองติดต่อไปตั้งแต่ก่อน ๐๘ น. เข้าใจว่าอาจเป็น "คุณยาม" มารับสายและแจ้งว่าจะเปิดทำการตอน ๐๘.๓๐ น. เมื่อได้เวลาเราโทรศัพท์หลายครั้งกว่าจะติดต่อได้และได้คำตอบว่าวันนี้มีการจองเต็มทุกรอบแล้ว ทางรีสอร์ทจึงแนะนำให้ไปเที่ยว พีบี วัลเล่ย์ (PB Valley) ซึ่งสามารถจ่ายค่าบัตรเข้าชมได้ที่นี่เลย

เมื่อไปเที่ยวที่ฟาร์มโชคชัยไม่ได้ อาจารย์วิจารณ์และภรรยาเลยเลือกอ่านหนังสืออยู่ที่รีสอร์ทแทน เพราะเคยไปที่ พีบี วัลเล่ย์ มาแล้ว ระหว่างที่ดิฉันกำลังติดต่อเรื่องที่เที่ยว สมาชิกกลุ่มหลายคนก็เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพกับรีสอร์ทในมุมต่างๆ มีอาจารย์เทพทำหน้าที่เป็นช่างภาพกิตติมศักดิ์

 

ภาพนางแบบฝีมืออาจารย์เทพ

การเที่ยวชมไร่องุ่นและโรงทำไวน์ของ พีบี วัลเล่ย์ จะเริ่มรอบแรกเวลา ๑๐.๓๐ น. เราจึงไปเที่ยวที่ Granmonte ที่อยู่ไม่ไกลกันก่อน (ไม่เสียค่าเข้าชม) โดยออกเดินทางจากรีสอร์ทเมื่อเวลา ๐๙.๓๐ น. ใช้เวลาครู่เดียวก็ถึงไร่ อากาศที่นี่ไม่ร้อน มีลมเย็น แม้จะมีแดด คนที่มาไกลจากสุไหงโก-ลก ถ่ายรูปกันยกใหญ่ บอกว่าทางใต้ไม่มีไร่องุ่น เราชอบใจร้านค้าที่มีสินค้า package ดูดีให้เลือกซื้อ

 

ทิวทัศน์ของไร่ Granmonte

 

ซ้าย แปลงองุ่น ขวา สมาชิกของเราท่ามกลางดอกดาวกระจาย

พอได้เวลา ๑๐ น. เราก็ออกเดินทางไปที่ พีบี วัลเล่ย์ ไปถึงยังมีเวลาอีกมากกว่าจะเข้าไปเที่ยว เลยถือโอกาสไปสั่งอาหารกลางวันที่ร้าน เกรท ฮอร์นบิล กริลล์ (Great Hornbill Grill) ไว้ล่วงหน้า เสียดายที่กล้องของดิฉันแบตเตอรี่ใกล้จะหมด เลยไม่ได้เก็บภาพไร่องุ่นและโรงผลิตไวน์ของที่นี่ แต่ได้เก็บภาพอาหารมื้อกลางวันบางส่วนไว้ได้

เราเที่ยวในไร่ด้วยการนั่งรถพ่วง ๒ คัน มีไกด์สาว ๑ คนบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง (ถ้าใครบินด้วยนกแอร์ในเดือนธันวาคม หนังสือที่มีให้อ่านบนเครื่องมีเรื่องของ พีบี วัลเล่ย์) ไร่นี้มีพื้นที่ ๒,๕๐๐ ไร่ ปลูกองุ่น ๕๐๐ ไร่ เป็นองุ่นที่ใช้ทำไวน์ ๓๗๕ ไร่ องุ่นกินสด ๑๒๕ ไร่ ได้ทดลองปลูกองุ่นมาหลายพันธุ์ จึงรู้ว่าสายพันธุ์ไหนใช้ได้

พื้นที่แถบนี้ปลูกองุ่นได้ดี เพราะอากาศกลางวันและกลางคืนต่างกันมาก อากาศแห้ง ลมพัดผ่านทั้งปี ฝนไม่มากเกินไป ได้ยินชื่อพันธุ์องุ่นต่างๆ (จำไม่ได้แล้ว) รถจอดให้พวกเราชมแปลงองุ่น ๑ จุด การปลูกองุ่นที่ใช้ผลิตไวน์และองุ่นที่กินสดมีลักษณะต่างกัน องุ่นที่กินสดจะปลูกขึ้นร้าน องุ่นผลิตไวน์ไม่ขึ้นร้านเพราะต้องการแดดมาก ช่วงนี้องุ่นเริ่มเข้าสี พวงหนึ่งๆ จึงมีหลายสี ดูสวยงาม ไกด์บอกว่าองุ่นทำไวน์ลูกไม่ใหญ่ ขนาดเท่ามะเขือพวง เปลือกหนา มีเม็ดเยอะ และมีรสฝาด เราชิมไม่ได้ เพราะเขาฉีดยากันเชื้อราไว้

จุดที่ ๒ ที่รถหยุดให้เราแวะคือโรงผลิตไวน์ ก่อนเข้าชมไกด์ก็เล่าประวัติเสียก่อน มีภาพของเจ้าของผู้บุกเบิกและ Wine maker คนแรกของไทย บอกกระบวนการผลิตไวน์แดงไวน์ขาวทุกขั้นตอน เราได้ชมห้องต่างๆ ในกระบวนการผลิต (ช่วงนี้ไม่ใช่เวลาของการผลิตไวน์) สุดท้ายคือการชิมไวน์ทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง ชิมแล้วรู้สึกว่าไวน์ขาวมีรสดีกว่าไวน์แดง ไวน์ที่มีชื่อลงท้ายว่า "ภิรมย์" อร่อยกว่า ได้เรียนรู้ว่าวิธีการถือแก้วไวน์ก็บอกได้ว่าเป็นนักดื่มระดับไหน

ออกจากโรงผลิตไวน์ก็ขึ้นรถเดินทางกลับไปที่ร้าน Great Hornbill Grill คุณหมอสมเกียรติและครอบครัวขอแยกไปที่อื่นต่อ อาหารที่สั่งไว้ล่วงหน้ายังไม่เสร็จต้องรออีกพักใหญ่ ที่มีปัญหามากคือพิซซ่าที่ทางร้านแจ้งว่าจะได้ราวๆ ๑๒.๒๐ น. เอาเข้าจริงกว่าจะได้กินก็เกือบ ๑๒.๔๕ น. แล้ว ได้ไม่ครบทุกหน้าที่สั่งไว้อีก หนักกว่านั้นก็คือเมื่อเราสั่งไอศครีมตบท้าย ปรากฏว่าทั้งช้าและสับสนในการเสริฟ รสชาติอาหารของที่นี่ใช้ได้ แต่ระบบการบริการยังต้องพัฒนา เรา complain จึงได้ลดค่าอาหาร

 

หน้าตาของอาหารมื้อกลางวันบางส่วน

เราออกจากร้านอาหารเมื่อเวลาราวๆ ๑๔ น. ดิฉันแยกเดินทางกลับกรุงเทพฯ กับลูกสาวและลูกเขย รีบกลับบ้านไปเปลี่ยนกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วไปขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิเที่ยว ๑๘.๒๐ น. เดินทางไปเชียงราย เนื่องจากต้องเข้าประชุมงานหนึ่งในวันรุ่งขึ้น

จบการประชุมแบบ Retreat ครั้งแรกของเครือข่ายเบาหวาน นอกจากเราจะมีความสุขและสนุกสนานแล้ว ยังได้ความคิดใหม่ๆ ในการทำงานต่อไป รู้สึกมี "แรงใจ" เพิ่มมากขึ้น ยังได้เพื่อนใหม่คือคุณอิ่ม (พรรณวดี พานิชวัฒน์) น้องหน่อย และหมอแอ

หวังว่าปีหน้าและปีต่อๆ ไป เราจะมีการประชุมอย่างนี้อีก

วัลลา ตันตโยทัย