ครั้งที่ 5
ชื่อเรื่อง คุณภาพชีวิตของครูผู้สอนสาขาการบัญชี โรงเรียนอาชีวศึกษาในเขตเมืองพัทยา
ผู้วิจัย สุนิษา นามเกิด
ปีที่วิจัย 2552
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาระดับคุณภาพชีวิตของครูผู้สอนสาขาการบัญชีของโรงเรียนอาชีวศึกษา ในเขตเมืองพัทยา
2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตของครูผู้สอนสาขาการบัญชี ตามปัจจัยส่วนบุคคล 6 ปัจจัย ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา ประสบการณ์ทำงานและตำแหน่งงาน
สมมติฐานการวิจัย
ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ สถานสภาพการสมรส ระดับการศึกษา ประสบการณ์
ทำงานและตำแหน่งงาน ต่างกัน มีคุณภาพชีวิตแตกต่างกัน
วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงรวจ (Survey Research) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตของครูที่สอนสาขาการบัญชี โดยทำการศึกษาสถานภาพความเป็นอยู่ด้านร่างกาย จิตใจ สังคม รวมถึงการมีคุณธรรมจริยธรรม
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยใช้วิธีการเลือกประชากรแบบเจาะจง (Purposive Sampling)ได้แก่ครูผู้สอนในสาขาการบัญชี ในปี 2551 ของโรงเรียนอาชีวศึกษา ในเขตเมืองพัทยา
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือใช้ในการวิจัย ได้แก่แบบสอบถาม ประกอบด้วย 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเรื่องลักษณะปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง เกี่ยวกับเพศ อายุ ระดับการศึกษา สายงาน ตำแหน่งงาน ประสบการณ์ทำงาน สถานภาพการสมรส
ส่วนที่ 2 เป็นแบบสอบถามคุณภาพชีวิต โดยวัดการตอบสนองตามสถานภาพต่าง ๆ โดยเป็นแบบสอบถามของมาตราส่วนประมาณค่าของลิเคริท์ (Likert Scale) เป็นมาตรฐานในการวัดเกณฑ์การให้คะแนนแบ่งเป็น 5 ระดับ
ส่วนที่ 3. แบบสอบถามซึ่งสอบถามถึงปัญหาคุณภาพชีวิตและข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการวิชาชีพบัญชี โดยใช้คำถามปลายเปิด
การทดสอบเครื่องมือ ผู้วิจัยได้ทดสอบความเที่ยงตรง (Validity) และความเชื่อมั่น (Reliability) โดยนำแบบสอบถามไปทดสอบกับครูที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับประชากรกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 20 คน โดยการหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าครอนบาค ผลการทดสอบความน่าเชื่อถือของแบบสอบถามได้ค่าเท่ากับ 73.98 แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข และนำไปเก็บข้อมูล
สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล
- การวิเคราะห์เชิงพรรณา (Descriptive Statistic) เพื่อศึกษาข้อมูลเบื้องต้นที่เป็นข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล และสถานภาพความเป็นอยู่ด้านต่าง ๆ โดยการหาค่า
1.1 ค่าความถี่ (Frequency)
1.2 ค่าร้อยละ (Percentage)
1.3 ค่าเฉลี่ย (Mean)
1.4 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
2. การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Statistic) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมของครู โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวน คะแนนเฉลี่ยใช้ t-test และ One-Way ANOVA โดยกำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการวิจัย พบว่า
ผลการศึกษาระดับคุณภาพชีวิต พบว่าด้านงานและทัศนคติต่องาน มีคุณภาพชีวิตระดับน้อย ด้านความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและครอบครัวและความสามารถในการยอมรับการเปลี่ยนแปลง มีระดับคุณภาพชีวิตปานกลาง ด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวก สุขภาวะอนามัยในการดำรงชีวิต การแต่งงานและการมีครอบครัว ความมั่นคง ความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต การมีโอกาสความก้าวหน้าและความภูมิใจในอาชีพ และด้านจรรยาบรรณของครู มีคุณภาพชีวิตระดับดีมาก ด้านรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ มีคุณภาพชีวิตระดับมากที่สุด ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ระดับคุณภาพชีวิตแตกต่างกันในปัจจัย ได้แก่เพศ ซึ่งเพศหญิงมีคุณภาพชีวิตดีกว่าเพศชาย อายุ ซึ่งผู้มีอายุ 20 - 29 ปี และผู้มีอายุ 30 – 39 ปี มีคุณภาพชีวิตดีกว่าผู้มีอายุ 40 – 50 ปี ตำแหน่งงาน โดยหัวหน้าแผนกมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าครูผู้สอน และสถานภาพ ระดับคุณภาพชีวิตที่ไม่แตกต่างกันในปัจจัยได้แก่ ระดับการศึกษา
อ่านแล้วดีมากเลยครับ ศึกษาคุณภาพชีวิต ครั้งแรกก่อนอ่านงานวิจัยเรื่องนี้ คิดว่าระดับการศึกษาน่าจะมีผลต่อคุณภาพชีวิต แต่ผมลืมมองไปว่าเป็นการวิจัยเฉพาะกลุ่มทำให้มีทัศนคติที่เปลี่ยนไป ครับ ก็ขอบคุณนะครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ..ขอให้พี่มีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรงครับ
ดีใจที่เป็นประโยชน์บ้าง ขยันอ่านจริง ๆ เลยน้อง นับถือ ๆ
ขอให้มีแต่ความสุข ความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้น เช่นกันค่ะ