ร้อยเอ็ด7

          เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2552 ได้มีโอกาสไปร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

          บรรยากาศแห่งความยินดีที่แออัดยัดเยียดกันภายในบริเวณมหาวิทยาลัยนั้นเป็นความชื่นใจที่ทรมานกายผู้มาร่วมรอแสดงความยินดีและเป็นทั้งความลำบากที่ทุกคนเต็มใจ มีคนทุกวัยมาอยู่ในที่แห่งนี้ ที่เห็นมีเด็กทารกอายุตั้งแต่ 1-2 เดือนไปจนถึงวัยชราที่พอเดินทางมาได้ แต่ละครอบครัวปูเสื่อนั่งตามร่มไม้,ชายคาอาคารต่างๆ  ตอนหลังๆ ก็ไหลรวมกันไม่ใช่นั่งเป็นครับครัวแต่เป็นฝูงชนจำนวนมากเหมือนมดปลวกในรังใหญ่ๆ ที่มาร่วมกันทำกิจกรรม

          เบื้องหลังกว่าจะมาเป็นวันแห่งความยินดีของบัณฑิตแต่ละคน นอกจากจะเป็นผลแห่งความเหน็ดเหนื่อยของเจ้าตัวแต่ละคนแล้ว ยังเป็นความเหน็ดเหนื่อยของคนใกล้ตัวโดยเฉพาะพ่อ-แม่ และคนใกล้ชิด ไม่ใช่สรุปว่าการส่งลูก ๆ เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเป็นความลำบากของทุกคนเนื่องจากครอบครัวที่มีความพร้อมก็ไม่ลำบากเลย  แต่จำนวนคนที่ลำบากมีมากมายและมากกว่า การรับปริญญาของลูกจึงเหมือนรางวัลแห่งความสำเร็จที่พ่อ-แม่ก็รอคอย และเมื่อคอยแล้วจะมีผลอย่างไรต่อไปทั้งต่อชีวิตลูกและครอบครัว สมกับที่รอมาหรือไม่ ต้องลุ้นกันอีกเยอะ.!

          ในส่วนที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งที่เข้าศึกษาในมหาวิยาลัยแห่งนี้ก็อดปลื้ม..ไม่ได้..ที่เห็นผลิตผลของมหาวิยาลัยออกดอกออกช่อสวยงามในวันนี้ทั้งที่แผ่นดินที่ราบสูงและกันดารผืนนี้มีอุปสรรคมากมายในการสรรค์สร้างไม้งามให้ประดับแผ่นดิน..ภูมิใจที่มหาวิยาลัยแห่งนี้ได้สนองตอบเจตนารมณ์ของคนอิสานผู้ยากไร้...เป็นกำลังใจใหคนทุกข์ได้บากบั่นเห็นคุณค่าของการศึกษา ขอขอบคุณที่ท่านไม่เห็นนิสิตนักศึกษาและผู้ปกครองที่ยากจนทั้งหลายเหล่านี้เป็นเหยื่อและขอขอบคุณแทนเยาวชนและประชาชนชาวอิสานที่มีมหาวิยาลัยดีมีคุณภาพได้เป็นที่พึ่งพิงทางใจเป็นป่าไม้ที่ให้ร่มเงาและความอุดมสมบูรณ์ สร้างสรรค์ต้นไม้น้อยใหญ่ขี้นมาประดับและขับไล่ความแห้งแล้งกันดารให้หมดไป