วันนี้ผมมีโอกาสได้พบกับคุณครูท่านหนึ่ง  จึงทักทายกันตามประสาคนทำงานราชการด้วยกันว่า "เป็นไงบ้างครับ...งานของครูตอนนี้เหนื่อมากมั๊ยครับ?"  ผมทักด้วยคำนี้เพราะใครๆ ก็บ่นว่างานหนัก...เหนื่อย...เบื่อ...เป็นอย่างนี้จนดูเหมือนว่าข้าราชการทุกๆ คนจะรู้สึกเหมือนกันว่างานราชการในช่วง 2-3 ปีมานี้หนักมากขึ้น  เหนื่อยมากขึ้น  และได้มีข้าราชการลาออกไปจำนวนมาก  แต่คุณครูท่านนี้ตอบคำถามที่ทำให้ผมได้คิดว่า  อ๋อ  แท้จริงแล้วเราไม่เข้าใจเท่านั้นเองว่า งานราชการที่มันเปลี่ยแปลงไปในทางที่หนักมากขึ้นนั้น  มันก็คือ หน้าที่ ที่ต้องทำ  ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรเมื่อมันคือหน้าที่มันก็ต้องทำ.... ส่วนเรื่องเหนื่อย  เรื่องหนัก  เรื่องเบื่อ  นั้นมันเป็นเพียงความรู้สึก เป็นอารมณ์ของเราที่เกิดจากการเลือกตอบสนองต่องานที่หนักขึ้น แต่คุณครูท่านนี้ท่านเลือกตอบสนองในมุมมองที่แตกต่างออกไป  ท่านเห็นว่า  ทำอะไรก็เหนื่อย... นั่งอยู่เฉยยังปวดหลังเลย.   คิดได้อย่างนี้ก็สบายใจด๊นะครับ.  ทำให้ผมได้คิดถึงเรื่องเก่าๆ ที่เคยฟังมาว่า คนที่จะมีศักยภาพสูงได้  ต้องเป็นคนที่รู้จักเลือกกระทำในเรื่องที่ควรกระทำมากกว่าการเลือกกระทำตามอารมณ์ของตนเอง  คิดและทำได้อย่างนี้ก็น่าจะสบายใจขึ้นนะครับ และเชื่อว่างานราชการก็จะสำเร็จมากขึ้น ส่วนคนทำจะประสบความสำเร็จหรือไม่... นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งแยกออกไปต่างหากจากหลักการนี้

          หลักการนี้ เป็นหลักการที่ถูกต้องในการทำงานให้งานสำเร็จ  แต่ ความสำเร็จของตัวข้าราชการ  ดูเหมือนมันไม่ได้เกิดจากงานสำเร็จ เพียงอย่างเดียว   ยังมีความซับซ้อนอีกมาก ผมคงจะไม่กล่าวถึงประเด็นนั้น  เพียงแต่ยกความเห็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้พวกเราได้ทำงานด้วยความสบายใจของตนเองเท่านั้นนะครับ  ซึ่งผมเห็นว่า  ความสบายใจน่าจะมีคุณค่ามากพอๆกับความสำเร็จ.

                     สมเกียรติ  ชูศรีทอง