อันเนื่องมาจากเอกสารประกอบการสอน
ภาษาคืออะไร ?
การสื่อสารจำเป็นต้องอาศัยสัญลักษณ์หรือภาษาเพื่อสื่อความคิด
ความเข้าใจ ความรู้สึกซึ่งกันและกัน
การสื่อสารจำเป็นต้องอาศัยทั้งสัญลักษณ์และภาษาเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน
ความหมายของภาษามีผู้รู้ได้ให้ความหมายและคำนิยามไว้อย่างหลากหลาย
ดังนี้
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (๒๕๔๒ :
๘๒๒) ให้ความหมายของภาษาไว้ว่า ภาษา หมายถึง
ถ้อยคำที่ใช้พูดหรือเขียนเพื่อสื่อความของชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เช่น ภาษาไทย ภาษาจีน
หรือเพื่อสื่อความเฉพาะวงการ เช่น ภาษาราชการ
ภาษากำหมาย ภาษาธรรม; เสียง ตังหนังสือ
หรือกิริยาอาการที่สื่อความได้ เช่น ภาษาพูด
ภาษาเขียน ภาษาท่าทาง ภาษามือ.
อุดม วิโรตม์สิกขดิตย์(๒๕๔๗ : ๑-๒) กล่าวว่า
ภาษา หมายถึง การสื่อความหมายที่ต้องมีเสียง
ความหมาย ระบบ กฏเกณฑ์ที่ยอมรับกันทั่วไป
หรืออีกนัยหนึ่งกล่าวว่า ภาษาต้องมีโครงสร้าง(Structure)
มยุเรศ รัตนานิคม(๒๕๔๒ : ๓) กล่าวว่า ภาษา
หมายถึง
รหัสชนิดหนึ่งซึ่งมนุษย์ใช้สื่อความหมายระหว่างกันในการทำกิจกรรมต่าง
ๆ
โดยผ่านสื่อที่เป็นเสียงสัญลักษณ์ตามที่ได้ตกลงยอมรับกันในสังคมของผู้ใช้รหัสเดียวกันนั้น
เสียงสัญลักษณ์ดังกล่าวจะต้องมีระบบแบบแผนที่แน่นอนและมีความสัมพันธ์กันกับระบบความหมายอันเป็นความหมายที่สามารถเข้าใจตรงกันได้ในหมู่ชนนั้น
ๆ
นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศได้ให้ความหมายของภาษาในแนวทางเดียวกัน
เช่น โรแนลด์ วอร์ดอฟ(Ronald Wardhaugh . ๑๙๗๒ :
๓), จอห์น์ บี แครอลล์(John B. Caroll. ๑๙๓๕ :
๑๐), เอซี กิมสัน(A.C. Gimson. ๑๙๗๐ : ๓),
พัชรี โภคาสัมฤทธิ์(๒๕๒๙ : ๑), พิณทิพย์ ทวยเจริญ
(๒๕๒๕ : ๑), วิจินต์ ภาณุพงศ์(๒๕๒๒ : ๖)
เป็นต้น
กล่าวโดยสรุป ภาษา หมายถึง
การวางเงื่อนไขในการสื่อสารของกลุ่มหรือสังคมนั้น ๆ
โดยเข้าใจร่วมกันว่าเงื่อนไขหรือรหัสที่กำหนดไว้หมายถึงอะไร
ซึ่งใช้สื่อสารความคิด
ความเข้าใจและความรู้สึกของผู้สื่อไปยังผู้รับโดยอาศัยเงื่อนไขที่กำหนดไว้(ภาษา)เป็นเครื่องสื่อความโดยภาษาต้องประกอบด้วยระบบ
ความหมาย
และโครงสร้างเพื่อให้เข้าใจตรงกันผู้อยู่ในกลุ่มหรือสังคมนั้น ๆ
จึงต้องเรียนรู้ภาษาซึ่งกันและกัน
แต่บางครั้งสิ่งที่เกิดจากสัญชาตญาณก็อาจเป็นภาษาได้เช่น
ภาษาสัตว์ ภาษาดนตรี ภาษานก เป็นต้น
ลักษณะสำคัญของภาษา
ไม่ว่าภาษาใดในโลกย่อมมีลักษณะสำคัญที่มุ่งสื่อสารให้เข้าใจหรือสื่อความรู้
ความคิด ความรู้สึก
โดยมีนักวิชาการด้านภาษาได้แบ่งลักษณะสำคัญทางภาษาไว้อย่างน่าสนใจ
เช่น นิสา ศักดิ์เดชยนต์, ยุพา
ส่งศิริและใจเอื้อ บูรณะสมบัติ (๒๕๒๖ : ๓),
ประยุทธ กุยสาคร. ๒๕๒๗ : ๘-๑๓)
วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์ (ม.ป.ป. : ๑-๔),
จรัลวิไล จรูญโรจน์ (๒๕๔๙ :๑๕-๒๒) เป็นต้น
สรุปได้ดังต่อไปนี้
๑. ภาษาเป็นเสียงที่มีความหมาย
หมายถึงคำที่เป็นเสียงพูดเท่านั้น
ภาษาเขียนเป็นเพียงตัวแทนของภาษาพูด
เสียงที่มีความหมายในภาษาหนึ่งอาจเป็นเสียงที่ไม่มีความหมายในภาษาอื่นก็ได้
๒. ภาษามีระบบกฎเกณฑ์ที่แน่นอน คือ
มีการวางโครงสร้างระบบลำดับของเสียงพูด คำ
ประโยค โดยมักแบ่งออกเป็น ๒ ประการ คือ
โครงสร้างทางไวยากรณ์และโครงสร้างทางเสียง
๓. มีลักษณะที่อธิบายเหตุผลไม่ได้ คือ
ไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ว่าทำไมคำที่มีความหมายเดียวกันแต่เขียนและออกเสียงต่างกันทั้งที่มีความหมายตรงกัน
๔. ภาษามีลักษณะเป็นสังคม
กล่าวคือภาษามีผู้ใช้อยู่ในวัฒนธรรมกลุ่มเดียวกัน
แต่การออกเสียงหรือสำเนียงอาจแตกต่างกันบ้าง
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสรีระอวัยวะออกเสียงของแต่ละบุคคล
๕. ภาษามีลักษณะสร้างสรรค์ คือ
ภาษาสามารถสื่อความเป็นประโยคได้อย่างไม่รู้จบทั้งที่พยัญชนะ
สระ วรรณยุกต์มีจำนวนจำกัด
๖. ภาษาเป็นวัฒนธรรม กล่าวคือ
ภาษามีลักษณะสำคัญเหมือนวัฒนธรรม
เพราะภาษาเป็นมรดกทางสังคม มีการถ่ายทอด มีการพัฒนา
มีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงแก้ไขตามกาลสมัย
๗. ภาษามีระดับ
ภาษาย่อมมีระดับในการใช้เพื่อให้เหมาะสมกับกาลเทศะและถูกต้องตามบริบทที่เผชิญอยู่
โดยมากแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ ภาษาปาก
ภาษากึ่งแบบแผน และภาษาแบบแผน(ภาษาราชการ)
๘. ภาษาเป็นเรื่องของการใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน
กล่าวคือภาษาเป็นเรื่องของหมู่ชนที่ต้องทำความเข้าใจหรือวางสัญลักษณ์ที่เข้าใจร่วมกัน
๙. ภาษาย่อมเกิดจากการเรียนรู้ กล่าวคือ
มนุษย์จะเรียนรู้ภาษาได้ต้องอาศัยการได้ยินได้ฟังคนอื่นพูดมาก่อนแล้วค่อยเลียนแบบอย่างตาม
การเรียนรู้ภาษาของมนุษย์อยู่ในทุกช่วงวัย
นับตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคน วัยชรา
มนุษย์ย่อมมีการเรียนรู้ภาษาอยู่เสมอ
การเรียนรู้ภาษานั้นต้องอาศัยการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางสังคมไม่ใช้สัญชาตญาณ
กล่าวคือ
หากเด็กที่มีพ่อแม่เป็นคนจีนมาอยู่ในสังคมไทยย่อมพูดภาษาไทยได้แต่ไม่สามารถพูดภาษาจีนอันเป็นภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ตนเองได้
แต่เด็กคนนี้ย่อมมีสัญชาตญาณในการเรียนรู้ภาษาจีนได้ดีกว่าคนไม่ใช่กลุ่มชาติพันธุ์จีน
๑๐. ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสาร
ภาษาเป็นเครื่องมือที่สื่อความรู้ ความคิด
ความรู้สึกของผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร
โดยกระบวนการสื่อสารนั้นต้องอาศัยภาษาเป็นเครื่องมือที่เข้าใจร่วมกัน
นั่นคือภาษานั่นเอง
๑๑.
แต่ละภาษาย่อมมีความแตกต่างกัน
ทั้งนี้เพราะภาษาแต่ละภาษานั้นมีโครงสร้างทั้งทางเสียงและทางไวยากรณ์ที่แตกต่างกันย่อมนำมาซึ่งความหมายที่แตกต่างกันด้วย
หรือแม้แต่ในภาษาเดียวกันแต่มีโครงสร้างที่แตกต่างกันย่อมมีลักษณะความหมายที่แตกต่างกันไปด้วย
๑๒. ภาษาย่อมไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนตายตัว กล่าวคือ
แม้ว่าภาษาจะมีระบบโครงสร้างที่ชัดเจน
แต่ความจริงแล้วโครงสร้างเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถกำหนดได้อย่างตายตัว
ทั้งนี้เพราะต้องอาศัยบริบทต่าง ๆ
ช่วยเหลือให้ภาษาเหล่านั้นมีความหมายหรือเสียงต่างจากเก่าได้
๑๓. ภาษาทุกภาษาย่อมมีค่าแห่งความเป็นภาษาเท่าเทียมกัน
กล่าวคือ ภาษาย่อมมีคุณค่าความสำคัญเท่ากัน
ไม่ว่าจะเป็นภาษาไหนก็ตามทีทั้งนี้เพราะภาษาทุกภาษาย่อมกฎเกณฑ์และมาตรฐานที่ต่างกันแต่มีศักดิ์ในการสื่อสารเท่าเทียมกัน
๑๔. ภาษาเป็นวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ
ภาษาเป็นการออกเสียงโดยการกักเสียงหรือระเบิดเสียงตามหลักทางวิทยาศาสตร์สามารถฝึกหัดและเรียนรู้ได้
ศาสตร์ในการเรียนรู้ภาษาโดยอาศัยวิทยาศาสตร์ตั้งเรียนรู้ตั้งแต่ระบบสมองสั่งการ
ระบบของอวัยวะออกเสียง ระบบเสียง
เรียกศาสตร์แขนงนี้ว่าภาษาศาสตร์
๑๕.
ภาษาย่อมมีการเปลี่ยนแปร
เนื่องจากภาษาเป็นการวางเงื่อนไขของสังคมแต่ละสังคม
ดังนั้นเมื่อมีผลกระทบอันเกิดจากภาษาย่อมมีการแปรเปลี่ยนภาษาได้ตามเหตุการณ์นั้น
ๆ ทางสังคมอย่างแน่นอน
๑๖. ภาษาย่อมมีความหมาย
ความหมายเป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของภาษา
ทุกภาษาย่อมต้องมีความหมายอยู่ด้วยเสมอซึ่งมีอยู่ ๓
อย่างคือ
๑)ความหมายที่แทนรูปธรรม เช่น คน ต้นไม้
สัตว์ เป็นต้น
๒)ความหมายที่แทนนามธรรม เช่น หนาว ร้อน
ชอบ สวย สบาย ดี ชั่ว
เป็นต้น
๓)ความหมายของคำที่มีบริบทหรือตำแหน่งเป็นตัวบังคับ
เช่น ไก่ขันตอนเช้า /ขัน/ หมายถึง
กิริยาอาการส่งเสียงของไก่ เขาใช้ขันตักน้ำ /ขัน/
หมายถึง ภาชนะที่ใช้ตักน้ำ เป็นต้น
สวัสดีคะอาจารย์
อาจารย์มีเรื่องราวที่น่าสนใจหลายอย่างมาเล่าสู่กันฟังเสมอๆนะคะ
สิ่งที่อาจารย์ต้องการสื่อน่าสนใจในการเรียนรู้คะ
ขอบคุณสิ่งที่แบ่งปันคะ
มีอีกภาษานึงค่ะ
ภาษาใจ อิอิ
เดี่ยวนี้คนชอบพูดกันแบบภาษาใจ มันเลยไม่เข้าใจกันสักที
ลอง อ่านหนังสือ ของธีรยุทธ บุญมีดูครับ
ว่า มนุษย์ คิด ภายใต้กรอบของภาษา
แนวคิด ของโซซู จะ ทำให้เข้าใจภาษามากขึ้นครับ
ภาษา คือ กระบวนการสร้างสันติภาพครับ...